“หลั่งเร็ว” ปัญหายอดฮิตของผู้ชาย

%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7

เคยไหม… เวลาก่อนทำกิจกรรมกับแฟน ตัวเราเองมีอารมณ์อย่างมาก อยากจัดเต็มกับแฟนให้สุดๆ อยากให้เธอถึงสวรรค์ชั้น 7 แต่แล้วไม่ทันไรอสุจิก็หลั่งออก หมายความว่าผู้ชายเสร็จกิจกรรมแล้ว แต่ผู้หญิงยังอารมณ์ค้างอยู่ รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูกที่ทำให้เธอไปไม่ถึงสวรรค์ความใคร่ด้วยกัน ปัญหานี้เจอเยอะมากในเพศชาย ต่อให้เล่นกล้ามหุ่นดีแค่ไหน หล่อระดับดารา ก็อาจไม่สู้ลีลาของผู้ชายที่หน้าตาบ้านๆแต่มีการหลั่งช้าซึ่งทำให้ฝ่ายหญิงสามารถสำเร็จความใคร่ไปด้วยได้

ปัจจุบัน เรื่องของปัญหาหลั่งเร็วเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม มีหลายบริษัทได้ผลิตอาหารเสริมชูกำลังสำหรับเพศชายโดยเฉพาะ ให้สามารถอึด ทน พาคู่รักไปถึงฝั่งของความใคร่ได้ ใครที่รู้ตัวว่าหลั่งเร็วไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ ก่อนที่แฟนของตนเองจะหนีไปติดหนุ่มอื่นที่มีลีลาเด็ดกว่า พาเธอไปถึงฝั่งได้ นอกจากการทานอาหารเสริมแล้ว การหมั่นระงับความใคร่เป็นระยะๆในช่วงที่มีกิจกรรม ก็ถึอเป็นการฝึกที่ดีไม่น้อย

อย่ายึดอาชีพ SEO ไว้เพียงอาชีพเดียว ควรทำอย่างอื่นไว้ด้วย

Search Engine Optimization

หัวข้อเรื่องนี้อาจจะไปกระทบจิตใจจนดับฝันของคนที่ใฝ่ฝันอยากจะเทพ SEO หลายคน ทำไมอาชีพ SEO ถึงควรทำอย่างอื่นสำรองไว้ด้วยล่ะ ในเมื่อมันเป็นอาชีพที่หลายคนสามารกอบโกยรายได้มหาศาลเข้ากระเป๋าได้เยอะนี่นา เหตุผลมันมีอยู่ว่า จริงอยู่ที่วงการ SEO คนที่เซียนแล้วมักจะสามารถเอาตัวรอดได้อยู่เสมอในทุกครั้งที่ระบบคำนวนอันดับของ Search Engine มีการปรับเปลี่ยน แต่มันไม่ได้หมายความว่ารายได้ของเราจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น เราล้มลุกคลุกคลานจนประสบความสำเร็จอย่างมากในอาชีพนี้ มีรายได้จากการทำ SEO เดือนละหนึ่งแสนบาท แต่เมื่ออัลกอริทึ่มเปลี่ยนระบบการคำนวนอันดับใหม่ ถ้าเปลี่ยนไม่มากก็อาจไม่ค่อยกระทบรายได้ของเราสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่ส่งผลต่ออันดับหลายอย่าง รายได้ของเราก็อาจจะลดลงมาเหลือเพียง 1-2 หมื่นเท่านั้น ไม่ก็หมดไม่เหลือเลยก็เป็นได้ เราก็จำเป็นต้องมานับ 1 ใหม่และทำอันดับใหม่อีกครั้งโดยการทดลองหาวิธีที่จะตรงกับความต้องการเจ้าอัลกอริทึ่มที่อัพเดทล่าสุด

หากว่าเราสามารถค้นพบวิธีได้ไวก็ดีไป แต่สมมุติเราลองแล้วลองเล่า แต่กลับไม่เห็นวี่แววของการทำอันดับได้ดีเลย ถ้าเจอแบบนี้เราจะเอาอะไรกิน เซียน SEO ส่วนใหญ่ถ้าเจอสภาวะนี้ก็จะควักทุนเก่ามาใช้ยื้อ ถ้าเจอวิธีใหม่ก่อนเงินทุนหมดก็ดีไป แต่ถ้าทุนหมดล่ะ เราก็เหมือนรีเซ็ตชีวิตมาอยู่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มายืนในจุดที่เงินทุนไม่มีแล้วยังหาวิธีทำ SEO ให้เว็บติดอันดับไม่ได้นั่นเอง ถึงแม้โอกาสที่เราจะเจอสภาวะแบบนี้จะเป็นเรื่องยากพอสมควรถ้าเราเก่งเรื่อง SEO ระดับเซียนแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราในเรื่องนี้

สำรองวิธีหาเงินรูปแบบอื่นไว้เพื่อกระจายความเสี่ยง

หากวันหนึ่งมีเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีกว่า Web Search Engine แน่นอนว่าผู้ใช้งานย่อมลดปริมาณค้นหาผ่านเว็บค้นหาน้อยลง แล้วไปพึ่งเจ้าเครื่องมือใหม่แทน ถ้าเราทำ SEO เพียงอย่างเดียวอาจจะเกิดถังแตกเอาได้ง่ายๆ วิธีที่ดีที่สุดคือมีแหล่งรายได้อย่างอื่นไว้ด้วย เผื่อวันนึงพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป จะได้ไม่กระทบกับชีวิตของเรามากเกินจนไม่สามารถตั้งตัวใหม่ได้ อาจจะรับจ้างสร้างเว็บไซต์ ตัดต่อวิดีโอ ดูแลแฟนเพจ หรือกิจการอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำ Internet Marketing ก็ได้เช่นกัน จะทำให้สิ่งที่ตนเองถนัดอยู่แล้ว หรือจะทำในสิ่งที่ไม่ถนัดแต่ตัวเราชอบก็ได้ ถ้าทำในสิ่งที่เราชอบแต่ไม่ถนัด ควรจะหัดทำให้ชำนาญในช่วงที่ยังมีทุนเยอะพอสมควรหรือรายได้จาก SEO กำลังไปได้ดี อย่าทำสิ่งที่ไม่ถนัดในวันที่ไม่มีเงินทุนเหลือเลย อย่าลืมว่าการจะทำในสิ่งที่ไม่ได้ถนัดย่อมต้องใช้เวลาฝึกฝนฝีมือจึงจะสามารถนำสิ่งนั้นมาใช้เลี้ยงชีพให้ตนเองได้ คงไม่มีแบบหัดทำวันนี้ พรุ่งนี้รับงานได้เลยแน่นอน มีแต่จะทำให้ชิ้นงานลูกค้าเสียหายปล่าวๆและเราอาจเสียชื่อเสียงได้

จากข้อมูลทั้งหมด จะขอสรุปว่า การทำ SEO ไม่ใช่ไม่ดี แต่ต้องเข้าใจกลไกตลาดว่าเราไม่ใช่ผู้ควบคุมตลาดนี้ เราเป็นเพียงผู้เล่นที่เข้ามาหาเงินในตลาด จะมาหาในแบบผู้ให้บริการรับทำ SEO ราคาถูกให้แก่ลูกค้า หรือทำไว้หารายได้ส่วนตัวก็ตาม มีเซียน SEO จำนวนมากที่ปัจจุบันเลิกทำไปเยอะแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะวันที่กิจการ SEO ของตนรุ่งเรือง เราประมาทในชีวิตมากเกินไป คิดว่าตนเองเก่งเอาชนะตลาดนี้ได้ จนถึงวันหนึ่งที่อัลกอริทึ่มปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เราก็ต้องมาเริ่มนับ 1 ใหม่โดยครั้งนี้ไม่มีทุนสำรองไว้ด้วยเพราะใช้หมดแล้ว หลายคนก็ถอดใจบอกว่าอาชีพนี้ไม่ดี ไม่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างแท้จริง แต่เขาเหล่านั้นกลับไม่ได้มองตัวเองเลยว่าเขาทำ SEO ในแบบธุรกิจเต็มตัวที่รู้ว่าธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงอยู่ตลอด หรือเขาเพียงคิดหลอกตัวเองแค่ว่าเขาสามารถควบคุมตลาดนี้ได้ตลอดเวลา อย่าพึ่งโทษผู้อื่น อย่าพึ่งโทษตลาด ทุกอย่างมันเริ่มต้นมาจากตัวของเรา การกระทำของเราทั้งสิ้น

คิดจะทำ SEO ต้องคิดให้ง่ายเข้าไว้

มุมมองการทำ SEO

ยุคนี้คือยุคข้อมูลข่าวสาร คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงกันได้จากอินเตอร์เน็ต มีข้อมูลมากมายกองรวมกันอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรู้วิธีการทำ SEO ในรูปแบบต่างๆ จากช่วงแรกๆ วงการนี้จะสอนรูปแบบการทำอันดับไปในทิศทางเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเราก็ย่อมมีความคิดเป็นของตนเอง พยายามแตกรูปแบบการทำอันดับที่หลากหลายแล้วเอามาแชร์กัน จนเดี๋ยวนี้มันถูกแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ SEO White Hat, SEO Black Hat และ SEO Gray Hat ซึ่งแบบหมวกขาว คือวิธีการทำอันดับที่มีลักษณะดูเหมาะสมมากที่สุด ไม่ได้ทำ SEO ในลักษณะที่หวือหวา ส่วนแบบที่สอง หมวกดำ วิธีไหนที่เป็นการทำแบบพิศดาร แปลกเกินความเหมาะสมแล้วสามารถทำอันดับได้ มักจะถูกรวมไว้ในกลุ่มหมวกดำนี้ ส่วนแบบสุดท้าย หมวกเทา คือการทำแบบกึ่งเหมาะสมและกึ่งไม่เหมาะสมปนกัน แต่สามารถทำให้เว็บไซต์มีอันดับดีได้

ไม่ว่าจะทำในรูปแบบไหน จริงๆมันก็มีเป้าหมายเดียวกันนั่นแหละ คือต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกในผลการค้นหา ไม่รู้ว่าจะไปแยกสายกันทำไมให้ปวดหัววุ่นวาย เราไม่จำเป็นต้องไปสนใจหรอกว่าการทำของเราจะอยู่ในสายไหนยังไง ขอแค่มันทำอันดับได้จริงและมั่นคงในระยะยาวเป็นพอ เหมือนเราเล่นหุ้นนั่นแหละ จะเล่นแบบพื้นฐานหรือเทคนิคก็ไม่ต้องสนหรอก สนแค่เล่นยังไงให้ได้กำไรก็พอ จริงไหม ? สำหรับวิธีการทำ SEO ที่ส่งผลดีในระยะยาว ส่วนใหญ่คนในวงการจะจัดกลุ่มให้อยู่ในหมวด SEO หมวกขาวเพราะไม่ค่อยได้ทำอะไรแปลกๆเกินควร ทั้งนี้ เราก็อย่าพึ่งได้มองข้ามส่วนของหมวกดำและหมวกเทา มันอาจมีบางวิธีที่ Search Engine ไม่ได้มองว่าผิดหลักการในการทำอันดับก็ได้ อย่างพวกเรื่องของ Redirect 301 ที่จริงๆพื้นฐานมันถือว่าเป็นวิธีการทำที่ถูกหลักการ Google เองก็มีการเขียนอธิบายส่วนนี้ไว้ชัดเจนว่าการ Redirect 301 เป็นการส่งค่าทั้งหมดจากโดเมนหนึ่งไปยังอีกโดเมนหนึ่งอย่างถูกต้อง แต่สาวกชาว SEO ทั่วโลกส่วนใหญ่ดันจัดว่าวิธีนี้เป็นการทำแบบหมวกดำ ทำให้คนหน้าใหม่แยกไม่ออกว่าสรุปแล้วมันควรทำหรือไม่ควรทำ ประเด็นมันน่าจะอยู่ที่เราทำ Redirect 301 ถูกหลักหรือปล่าวซะมากกว่า

ที่ควรจะจัดว่าการ Redirect 301 เป็นวิธีการที่เข้าข่ายไม่เหมาะสมหรืออยู่ในกลุ่มหมวกดำ คือการที่สแปมลิงค์ใส่โดเมนเก่าๆมีอายุ แล้วทำการรีไดเรทโดเมนที่มีการสแปมลิงค์เข้าเยอะมายังเว็บไซต์ทำเงิน แถมรีไดเรกทีเป็น 100 โดเมนเพื่อให้ลิงค์ทุกโดเมนส่งมายังเว็บทำเงินของเรา วิธีแบบนี้ถึงจะเข้าข่ายหมวกดำ แต่การรีไดเรก 301 แบบที่ไปซื้อกิจการเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าแนวๆเว็บเรา ซื้อเว็บเขามาเสร็จก็รีไดเรกมายังเว็บของเรา แบบนี้มันไม่ได้ผิดกฎอะไรเลย เหมือน Take Over กิจการนั่นแหละ ถ้าคิดจะจัดหมวดหมู่ก็ควรอธิบายแยกให้ละเอียด คนใหม่เข้าวงการจะได้ไม่งง ก็อย่างที่บอกไป ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่าทำสายไหน แค่ดูวิธีทำแต่ละแบบ วิธีไหนคิดว่าน่าสนใจก็เอามาลองทำดู ถ้าทำแล้วได้ผลดีเรื่องอันดับก็ทำวิธีนั้นต่อไป อันไหนไม่ใช่ก็หยุดทำแล้วหาวิธีอื่นต่อไป

อย่าไปคิดเยอะ ทำ SEO ถูกวิธีเดี๋ยวอันดับก็มาเอง

จริงๆเราไม่ต้องไปเรียนคอร์สสอน SEO แพงๆที่ไหนเลยหากเรารู้จักมองภาพรวมให้เป็น ลองนั่งสงบอารมณ์แล้วคิดดูว่า Search Engine ต้องการเว็บแบบไหนมาติดอันดับหน้าแรก เว็บคุณภาพใช่ไหม ? แล้วถ้าเราทำเว็บคุณภาพคิดว่ามันจะไม่ติดอันดับหรอ ? เราซื้อหนังสือ SEO เล่มละไม่กี่ร้อยบาทมาอ่านให้รู้ว่าส่วนไหนที่ควรให้ความสำคัญก็พอ อย่าเรื่องการใส่หัวข้อ เนื้อหา ลิงค์ภายในต่างๆ แค่นี้ก็พอแล้ว ที่เหลือก็ทำให้เว็บมีคุณภาพ แรกๆมันอาจไม่ขึ้นดังใจหวัง เราซึ่งเป็นผู้เขียนเนื้อหาลงเว็บไซต์ย่อมรู้ดีว่าแต่ละเนื้อหาที่เขียน มันโครตจะคุณภาพเลย กลั่นกรองจะหัวสมอง กว่าจะเขียนเสร็จสัก 1 บทความก็ล่อไปครึ่งวันอะไรแบบนี้ แต่ทำไมเว็บถึงยังไม่มีอันดับ ก็เริ่มถอดใจการทำเว็บคุณภาพหันไปทำวิธีพิศดารแทน ต้องเข้าใจว่าเว็บใหม่พึ่งสร้าง Search Engine ยังตัดสินไม่ได้หรอกว่าคุณภาพหรือปล่าว เพราะคำว่าเว็บคุณภาพไม่ได้หมายถึงเว็บที่เนื้อหาเขียนใหม่อย่างเดียว แต่ต้องมีคนเข้าใช้งานอย่างต่อเนื่องด้วย ถ้ามีคนเข้าชมอยู่ตลอด ก็เป็นตัวบ่งบอกว่าผู้ใช้ให้การยอมรับ

บางคนเริ่มคิด เว็บไซต์ยังไม่มีอันดับ “แล้วจะไปหาคนเข้าจากไหนล่ะ..” แหล่งหาคนเข้าเว็บก็มีเยอะแยะ Social Network ก็ได้ หรือตามเว็บบอร์ดที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันก็ได้ ยิ่งเป็นเว็บบอร์ดที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเว็บเราด้วยก็ยิ่งดี พอพูดถึงแบบนี้ก็มีคนเริ่มถอดใจอีก มันจะยุ่งยากไปไหม ไปหาวิธีเทพๆที่ทำแล้วอันดับมาไวใน 7 วันติดหน้าแรกเลยดีกว่า ถ้าคิดแบบนี้ก็แนะนำเลิกทำ SEO เถอะครับ ตัวผู้เขียนเองลองมาเกือบหมดแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่ทำอันดับได้ใน 7 วันแล้วจะยั่งยืนหรอก ย้ำเลยว่าไม่มี ต่อให้มีทุนแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาในการทำทั้งสิ้น บางคนพอเข้ามาศึกษา SEO ยุคปัจจุบัน เห็นมีคนเขียนบอกว่าถ้าเว็บเรามีคนเข้าชมเยอะก็จะส่งผลดี อ่านจับใจความได้แบบนี้ก็กระเสือกกระสนไปซื้อบริการเว็บขายทราฟฟิค ที่ส่งเข้ามาเป็นคนจริงบ้าง ( อาจจะโพสโฆษณาเว็บเราให้ในแฟนเพจใหญ่ๆเพื่อดึงคนเข้าเว็บ ) หรือส่งเข้ามาเป็นบอทที่ใช้ User Agent ปลอมเพื่อพยายามเนียนว่าเป็นคนเข้าชมบ้าง สุดท้ายอันดับก็ไม่มาสักที ก็เสียเงินปล่าวไง บอกแล้วว่าทำ SEO อย่าไปคิดเยอะ ดูหลักความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ใจเย็นและต้องรู้จักรอคอย เดี๋ยวเว็บก็ดีขึ้นเอง

Spy SEO เว็บใหญ่เพื่อเป็นแนวทาง

หากอ่านแล้วยังไม่สามารถสลัดความคิดเยอะออกจากหัวได้อยู่ดี งั้นลองเปลี่ยนเป็นมาไล่วิเคราะห์พวกเว็บใหญ่ๆที่เขาติดอันดับกันดีกว่า อย่างพวก Sanook, Zalora, Ebay, Amazon, Pantip หรือเว็บใหญ่อื่นๆ เขามีวิธีการทำอย่างไร ถ้าเราดูภาพรวมทั้งเรื่องของ On Page และ Off Page ก็จะพบว่าแต่ละเว็บจะมีวิธีการทำคล้ายกันบางส่วนและต่างกันบางส่วน คือมีลิงค์เข้ามาทั้งรูปแบบธรรมชาติบ้าง หรือไม่ก็ไปซื้อโฆษณาแบนเนอร์เว็บอื่นบ้าง ไม่ก็ซื้อลิงค์ติดจากโดเมนคุณภาพเข้ามา แม้แต่การสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวช่วยดันอันดับก็มีทำเหมือนกัน ส่วนหน้าเว็บก็มีเน้นคีย์เวิร์ดด้วยเป็นส่วนใหญ่ เห็นไหม.. ทำทั้งหมวกขาว ดำ เทา ปนกันหมดเลย เว็บใหญ่ยังทำปนกัน แล้วเว็บเราซึ่งไม่ได้ใหญ่เท่าจะไปคิดเยอะทำไมล่ะ เราก็ดูเป็นตัวอย่างแล้วทำตาม สิ่งสำคัญคือถ้าจะดูเป็นแนวทางก็ต้องดูให้ระเอียด ไม่ใช่เห็นว่าเขามีลิงค์เข้าเป็น 100 จากโดเมนคุณภาพ เราก็ไปหาลิงค์เข้าแบบเขาเป็น 100 โดเมนคุณภาพเหมือนกัน แต่เล่นติดลิงค์ทั้งหมดภายในวันเดียวกันทันที ไม่ได้ทยอยติดเหมือนที่ดูมา อาจเกิดเพราะความใจร้อนอยากติดหน้าแรกไวๆ ถ้าหากว่าเว็บเราดันเป็นเว็บสร้างใหม่สดๆ แบบนี้โอกาสร่วงอาจจะมากกว่ารุ่งก็ได้ ถ้าจะดูเป็นแนวทางอย่าลืมดูเรื่องระยะเวลาในการทำ ทำให้เหมาะสม อย่าไปเล่นตูมในวันเดียว อาหารเสริมท่านชาย

เมื่อเราดูแล้วเราก็จะพบเรื่องเดิมอยู่ดี คือทุกเว็บเขาใช้เวลาในการทำกว่าจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ส่วนใหญ่ ไม่มีเว็บไหนที่เกิดดังเปรี้ยงในชั่วข้ามคืนแล้วจะติดอันดับไปได้ยาวๆ นอกจากเว็บที่ดังชั่วข้ามคืนนั้นหมั่นดูแลเว็บให้มีเรื่องราวที่โดนใจผู้ใช้อยู่ตลอด แบบนั้นก็จะเข้าข่ายการทำเว็บคุณภาพ ถูกใจผู้ใช้งาน ก็ไม่มีเหตุผลที่อันดับเว็บจะร่วงหาย พอเข้าใจหลักการ SEO กันบ้างหรือยังเอ่ย สรุปการทำ SEO ที่ถูกต้องคือเราต้องเป็นนักทำ SEO ที่ดี ดีในที่นี้หมายถึง ทำเว็บคุณภาพ อดทนรอคอยได้ ดูแลสม่ำเสมอ ปรับปรุงเว็บให้ถูกใจผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันตาม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ รับรองว่าวันที่เว็บโด่งดังขึ้น เราจะรู้สึกหายเหนื่อยกับสิ่งที่พยายามมาอย่างแน่นอน

จะเป็นเซียน SEO ต้องรู้จักหาความรู้และทดลองอย่างไม่มีสิ้นสุด

เซียน SEO

การที่เราจะเป็นเซียนในตลาดใดตลาดหนึ่ง เราจำเป็นต้องอุทิศชีวิตให้กับสิ่งเหล่านั้น ถ้าทำและศึกษาแบบเล่นๆ เราจะไม่มีทางเป็นเซียนในวงการนั้นได้ สามารถเปรียบได้กับธุรกิจใหญ่ๆที่เคยโด่งดังมาในอดีต แล้วปัจจุบันกลับเจ๊งล้มละลาย หากเจ้าของธุรกิจนั้นไม่มีการพัฒนาความรู้และพัฒนาองค์กร สักวันจะต้องเจ๊งแน่นอน เพราะคลื่นลูกใหม่มักมาแรงกว่าคลื่นลูกก่อนหน้า แค่เรามีความหลงตัวเองว่าตัวเรานั้นเก่งสุด สามารถหาเงินได้เยอะไปตลอดชีวิต แล้วชะล่าใจไม่หาความรู้ในสิ่งที่ตนเองถนัดเพิ่มเติม แค่นี้ก็หมายถึงเรากำลังก้าวถอยหลังวันละก้าวแล้ว ถ้าไม่อยากชีวิตติดลบลงเรื่อยๆก็อย่าชะล่าใจในการใฝ่หาความรู้ใหม่อยู่ตลอด ตราบที่โลกเรายังหมุนและมีการพัฒนา ตัวเราเองก็ต้องพัฒนาให้ทันโลกด้วย

ในวงการ SEO ก็เช่นเดียวกัน มีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากเก่งด้าน SEO อยากทำเว็บให้ติดอันดับในหลายๆคีย์เวิร์ด เพื่อโกยเงินจากตลาด Search Engine ให้ได้เยอะๆ สำหรับการจะขึ้นเป็นเซียนในวงการนี้ได้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนฝันหวานไว้ แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถของเรา อย่าลืมว่า Search Engine ก็คือระบบค้นหาที่ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับ โดยแต่ละผู้ให้บริการ Search Engine ก็จะมีปัจจัยการคำนวนเว็บมาทำดัชนีที่แตกต่างกัน สำหรับเว็บ Search Engine ยอดนิยมอันดับ 1 ทั่วโลกในเวลานี้ก็คือ Google ประเด็นสำคัญคือ ระบบค้นหาเหล่านี้จะมีการเซ็ตค่าให้คำนวนผลออกมาตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ของผู้ให้บริการเว็บค้นหา มันไม่ใช่เรื่องพิศดารอะไร เราสามารถทำความเข้าใจกับระบบเหล่านี้ได้ ปัญหาคือแต่ละผู้ให้บริการไม่ได้ออกมาบอกว่าตัวแปรสำคัญที่ใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์มีอะไรบ้าง อย่าง Google เองก็ไม่ได้ออกมาบอกทั้งหมด เพียงแค่พูดรวมๆว่าให้เจ้าของเว็บทั้งหลายที่ต้องการหวังผลทาง SEO พยายามทำเว็บไซต์ของตนให้มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากที่สุด เหตุผลที่ผู้ให้บริการเว็บค้นหาไม่ได้สามารถออกมาบอกปัจจัยทั้งหมดที่ใช้คำนวนอันดับเว็บได้ เพราะมันถือเป็นความลับของธุรกิจ หากทุกคนรู้และสามารถทำ SEO จนติดหน้าแรกได้ทั้งหมด ผู้ให้บริการ Search Engine คงจะล่มสลาย เพราะไม่มีคนมาลงโฆษณาแน่นอน

ความง่ายในความยาก เกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญของ SEO

ที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าจริงๆมันก็ไม่ได้ยากเกินไป หากเราปรับมุมมองให้เป็น ก่อนอื่นเราต้องมองในมุมเจ้าของระบบค้นหาก่อน หากเราเป็นเจ้าของระบบ เว็บที่อยากให้ติดหน้าแรกของการค้นหาจะเป็นเว็บแนวไหน อะไรที่เป็นสาเหตุให้อยากนำเว็บเหล่านั้นมาโชว์หน้าแรก คำตอบก็แสนจะง่าย เราก็ต้องอยากได้เว็บคุณภาพและถูกใจผู้ใช้งานมาแสดงหน้าแรกอยู่แล้ว ถ้าผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลแต่มาเจอเว็บห่วยแตกที่โหลดค้างบ้าง ข้อมูลไม่มีสาระบ้าง หรือดูหน้าตาเว็บไม่เป็นมิตร สักวันคนก็ที่เข้ามาใช้บริการเว็บค้นหาก็ต้องอำลาไปพึ่งระบบอื่นแทน เพราะเว็บค้นหาไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ ทีนี้เราก็รู้ตัวแปรสำคัญแล้ว 1 ข้อที่จะช่วยให้การทำ SEO ของเราง่ายขึ้น

หากว่าเราทำเว็บไซต์คุณภาพมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่เห็นวี่แววของอันดับเว็บไซต์เราเลย สิ่งต่อมาที่จะต้องเริ่มทำคือการทดลองปรับหน้าเว็บบ้าง หรือการโปรโมทเว็บในวิธีที่เราคิดว่าเหมาะสมบ้าง สำหรับการโปรโมทเว็บในรูปแบบที่เหมาะสม ก็ให้เราคิดในมุมมองของผู้ให้บริการ Search Engine อีกครั้ง ถ้าเว็บเรามีเนื้อหาเกี่ยวกับครีมทาหน้า ครีมรักษาสิว หรือพวกเครื่องสำอางค์ต่างๆ เราก็ควรจะโปรโมทเว็บเราในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเว็บเราด้วย มันคงจะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมเท่าไหร่ หากเว็บไซต์แบรนด์สินค้าพรทิน่าที่รวมสินค้าด้านความงาม มีการไปโปรโมทเว็บของตนเองผ่านเว็บข่าวกีฬา ที่ไม่เหมาะสมก็เพราะว่า เว็บข่าวกีฬาส่วนใหญ่ผู้ใช้งานจะเป็นเพศชาย และเพศชายก็ไม่ค่อยได้ชอบเรื่องดูแลความหนุ่มสาวเท่าผู้หญิง และอีกอย่าง ข่าวกีฬาไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องความสวยความงามเลย เสียทั้งเงินโปรโมท และผลลัพธ์คงไม่ได้ดังหวังแน่นอน จะดีกว่าถ้าเว็บของเราได้รับการโปรโมทจากเว็บที่อยู่ในหมวดเดียวกัน

แล้วแบบนี้ก็ลงโฆษณาในเว็บทั่วไปไม่ได้เลยสิ

มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น อย่าง Facebook ก็เป็นเว็บไซต์เว็บหนึ่ง แต่เราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายของเราที่จะให้เห็นโฆษณาได้ หรือพวกเว็บสาระทั่วไปก็สามารถเอาเว็บเราไปโปรโมทได้บ้าง ขอแค่อย่าให้มันห่างกันคนละขั้ว เพราะถึงจะไม่ค่อยมีผลเสีย แต่มันก็ไม่ค่อยมีผลดีต่อเรื่อง SEO สักเท่าไหร่เลย เมื่อเราทำเว็บไซต์คุณภาพ ดูแลเว็บอย่างสม่ำเสมอ และมีการทดสอบการทำอันดับอย่างต่อเนื่อง สักวันหนึ่งมันจะต้องดีขึ้นแน่นอน การที่เราลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง คิดวางแผนก่อนในหัวสมอง คิดให้อยู่บนพื้นฐานความเหมาะสมและความเป็นไปได้ จากนั้นทดลองทำ หากวิธีแรกที่ลองไม่ได้ช่วยให้เว็บอันดับดีขึ้น ก็ลองหาวิธีใหม่มาทดลองต่อ ด้วยปัจจัยหลายร้อยอย่างที่ถูกนำมาคำนวนในการจัดอันดับผลการค้นหา การที่เราลองผิดลองถูกหลายครั้ง มันจะต้องมีบ้างที่ไปตรงกับเงื่อนไขของ Search Engine ครั้งไหนที่ทำแล้วอันดับดีขึ้นมาแม้เพียงเล็กน้อย ก็ให้จดบันทึกไว้ ถ้าไม่ชัวน์ว่าวิธีที่ทดลองช่วยได้จริงหรือไม่ ก็ให้ลองทำกับเว็บอื่นที่เรามี ถ้าดีขึ้นทั้งสองเว็บก็ยืนยันแบบคร่าวๆได้อยู่ว่ามันอาจมีผลช่วยเรื่อง SEO ได้จริง

อย่าพึ่งเชื่อคนอื่น ตราบที่ยังไม่ได้ลองด้วยตัวเอง

ทุกอย่างย่อมใช้เวลา การจะเก่ง SEO ก็เช่นเดียวกัน อยากจะฝากถึงคนที่มีความฝันต้องการจะเป็นเซียนด้าน SEO ไว้อย่างนึงว่า ไม่ว่าเราจะไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับ SEO มากี่เล่ม เข้าคอร์สอบรมการตลาดออนไลน์มาจนหมดเงินไปกี่ครั้ง หรือเลือกจ่ายเงินเรียนกับผู้ที่ชำนาญอย่างพวกรับทำ SEO โดยตรง ก็อย่าพึ่งไปจมปักในวิธีการที่เขาสอนทั้งหมด คนที่เคยเป็นเซียนในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันเขาจะยังคงสามารถทำอันดับเว็บได้ดีเหมือนเมื่อก่อน อย่าลืมว่าเว็บ Search Engine มีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้เว็บไซต์คุณภาพคงอยู่ในหน้าแรกได้ และกำจัดพวกเว็บขยะให้ออกจากระบบการค้นหา ในทุกๆปี วงการ SEO สายดำจะมีวิธีการแปลกๆที่สามารถทำอันดับได้ไวกว่าปกติ แต่วิธีเหล่านี้จะไม่ถูกหลักตามที่ Search Engine ต้องการสักเท่าไหร่ เป็นการทดลองหลายๆวิธีจนพบช่องโหว่ของอัลกอริทึ่ม และสามารถใช้ช่องโหว่เหล่านั้นทำอันดับติดหน้าแรกของผลการค้นหาได้ไว ระหว่างนักทำ SEO กับผู้ให้บริการ Search Engine จึงมีสงครามกันอยู่ตลอด จนกว่าอีกฝ่ายจะเลิกพัฒนาตัวเองและตายจากกันไปในที่สุด (แต่คงเป็นไปได้ยาก)

ผลสรุปคือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าอยากเก่งเหนือผู้อื่นในวงการเดียวกัน ก็ต้องขยันกว่า และทดลองด้วยตัวเอง อย่ามัวเชื่อคนอื่นไปซะทุกเรื่อง เราสามารถรับฟังความรู้จากผู้อื่นมาเพื่อทดลองได้ แต่อย่าเชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่งั้นคนที่จะพัฒนาช้าที่สุดก็คือตัวเรานี่แหละ