การทำ SEO กับรูปภาพประกอบเว็บไซต์

การทำ SEO กับรูปภาพประกอบเว็บไซต์

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เว็บไซต์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักเกณฑ์ที่ Google กำหนด ซึ่งหากได้ทำ SEO กับอีกหลายองค์ประกอบภายในเว็บไซต์ ก็จะทำให้ได้คะแนนการจัดอันดับที่ดีชัดเจน

การทำ SEO กับภาพประกอบในเว็บไซต์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกัน ดังนี้

1. ใช้รูปภาพที่เข้ากับเนื้อหาบทความมากที่สุด เพื่อการสื่อสารถึงผู้อ่านที่ชัดเจน ควรใส่ keyword ของบทความนั้น หรือหัวข้อที่เด่นชัด ลงในรูปภาพประกอบเสมอ เพื่อให้ระบบ algorithm วิเคราะห์อันดับ SEO ได้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยไม่จำเป็นต้องใส่รูปในทุกย่อหน้าก็ได้ แต่ควรมีประกอบ ทุกๆ 200-300 คำจะดีที่สุด

2. ต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพจากแหล่งใดๆ เพราะจะถูกแบนได้ ทั้งนี้ มีเว็บไซต์หลายแห่งอนุญาตให้ใช้ภาพได้ฟรี เช่น Pixel, Pixabay หรือบางเว็บไซต์ก็ให้ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนนำมาใช้ และยังมีภาพสวย ๆ อีกจำนวนมากที่จะต้องทำการซื้อผ่านเว็บไซต์นั้น ๆ ก่อนใช้ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามมา หากคุณเรียนรู้การใช้โปรแกรม Photoshop ที่ทำภาพด้วยตัวเองได้ สามารถที่จะปรับแต่งภาพถ่ายฝีมือคุณเองโดยที่ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ตามมาแน่นอน และจะทำให้การจัดอันดับ SEO ได้คะแนนที่สูงขึ้นตามไปด้วย

3. ปรับขนาดไฟล์ภาพให้เหมาะสม อย่าลืมว่าระยะเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลของภาพสินค้าประกอบในบทความสำคัญต่อความรู้สึกผู้อ่าน หากเป็นการเช่าพื้นที่ Server หรือโดเมนที่มีหน่วยความจำน้อย หรือ shared hosting จะมีการแย่งทรัพยากรกันระหว่างร้านค้าออนไลน์อย่างมาก ทำให้ผู้อ่านใช้เวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานมากขึ้น สร้างความไม่ประทับใจ และอาจทำให้สูญเสียโอกาสขายสินค้าตามไปด้วย ทางที่ดี ให้ปรับความละเอียดภาพน้อยกว่า 1000 px ไว้

4. ตั้งชื่อไฟล์ภาพให้เหมาะสม หลายคนอาจไม่ทราบว่าควรใช้ keyword ตั้งชื่อไฟล์ภาพ โดยใส่รายละเอียดให้มากที่สุด เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด ลงไปให้ครบถ้วน จะมีผลต่ออันดับการสืบค้นที่เพิ่มขึ้นตามมาได้ หากเป็นรูปคนควรใส่เชื้อชาติ สีเสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบที่ถืออยู่ในมือ ลงในชื่อไฟล์ด้วย เพราะระบบ algorithm จะนำไปประมวลว่าภาพนั้นสื่อสารถึงอะไรบ้าง เมื่อมีผู้ใช้งานพิมพ์ใน Search Google ก็จะมีโอกาสพบภาพและบทความของคุณได้ในหน้าจอแสดงผลมากขึ้นได้ การเห็นภาพก็จะเพิ่มโอกาสที่คนจะคลิกเข้ามาอ่านข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้กับรูปภาพ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหากคุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณเพิ่มอันดับ SEO เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ควรเร่งศึกษาเทคนิคให้ละเอียด ซึ่งเชื่อว่าจะเพิ่มยอดการขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การทำ SEO กับภาพประกอบในเว็บไซต์

Plugin อะไรที่ควรติดตั้ง เมื่อทำเว็บไซต์ SEO

Plugin อะไรที่ควรติดตั้ง เมื่อทำเว็บไซต์ SEO

Plugin เป็นเครื่องมือเสริมสำหรับโปรแกรมหลัก ซึ่งในการทำธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์ SEO ที่มีการแข่งขันกันสูงในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการติดตั้ง Plugin ที่มีการออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำงานราบรื่น สร้างความประทับใจแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้าน การตลาดออนไลน์ ได้แนะนำ Plugin ที่ควรรู้จัก เพื่อนำไปติดตั้งใช้งานกับเว็บไซต์ออนไลน์ ดังนี้

Plugin ที่ควรรู้จัก เพื่อนำไปใช้กับเว็บไซต์

1. Thai Address Autocomplete for WooCommerce

หากคุณเคยใช้บริการเว็บไซต์สั่งซื้อสินค้า แล้วต้องพิมพ์ที่อยู่เป็นตัวอักษรทีละตัวทุกครั้งไป จะรู้สึกได้ถึงความเบื่อหน่ายของลูกค้าทั่วไป ซึ่ง Thai Address Autocomplete for WooCommerce เป็น plugin ตัวช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์กรอกข้อมูลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว เมื่อมีการติดตั้ง Plugin ลงไปใน เว็บไซต์ SEO หากมีการให้ใส่ข้อมูลที่อยู่ หลังจากพิมพ์ตัวอักษรนำไม่กี่ครั้ง ระบบ algorithm ก็จะแสดงผล เขต แขวงจังหวัด รหัสไปรษณีย์ออกมาให้อย่างอัตโนมัติ ทำให้ประหยัดเวลาและทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าประทับใจมาก และดึงดูดใจให้กลับมาใช้บริการเว็บไซต์ซ้ำอีกบ่อย ๆ

2. Seed Social

เป็นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ทางธุรกิจกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook ซึ่งนับว่า plugin นี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการเพิ่ม Traffic หรือการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีข้อดีที่ใช้ทรัพยากรในเครื่องน้อย ไม่เป็นภาระต่อระบบเซิร์ฟเวอร์

3. SMS for WooCommerce

การเสริมความมั่นใจให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ด้วยการส่ง SMS เข้าโทรศัพท์มือถือเมื่อมีการชำระเงินและยืนยันการจัดส่งสินค้าตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดย plugin SMS For WooCommerce ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยเจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์สามารถที่จะ update plugin ได้ฟรีในระยะเวลา 2 ปี และสามารถเชื่อมโยงได้กับระบบโทรศัพท์มือถือชั้นนำทุกเครือข่าย เช่น AIS, TRUE, DTAC เป็นตัวช่วยที่สะดวกสบายให้กับผู้ทำธุรกิจเว็บไซต์ SEO ให้ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น

4. Imagify

การมีรูปถ่ายของสินค้าเป็นตัวช่วยที่ทำให้บทความ SEO มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นและทำให้การจำหน่ายสินค้าที่ต้องแสดงรูปภาพประกอบการตัดสินใจประสบความสำเร็จมากขึ้น การมี Plugin Imagify จะช่วยบีบอัดรูปให้เล็กลง เพื่อให้ลดเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลน้อยลง โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกระดับความละเอียดภาพได้ตั้งแต่แบบธรรมดา จนถึงการทำให้ภาพเล็กมาก (ภาพหน้าปก) ซึ่งจะมีความละเอียดภาพต่ำ นับว่าเป็น Plugin ที่มีประโยชน์มาก เพราะมีการวิจัยด้านการตลาดพบว่าหากลูกค้าที่ใช้บริการเว็บไซต์ต้องรอเวลาดาวน์โหลดภาพนาน ๆ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้บริการจากเว็บไซต์อื่นที่ใช้เวลารอคอยน้อยกว่า

จะเห็นได้ว่า plugin ที่กูรูการตลาดแนะนำมาล้วนเป็นประโยชน์ต่อการทำให้เว็บไซต์ SEO ประสบความสำเร็จทั้งในด้านอันดับที่ดียิ่งขึ้นและยอดขาย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์หรือเจ้าของกิจการออนไลน์ให้ความสนใจกับเครื่องมือเสริมเทคนิค SEO เพื่อนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

Plugin ที่ควรรู้จัก เพื่อนำไปใช้กับเว็บไซต์