Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

หากจะกล่าวถึงการทำ SEO คงไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธถึงวิธีการทำ On-Page และ Off-Page ไว้เป็นลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งทั้ง 2 วิธีคือการปรับแต่งแก้ไขข้อมูลภายในเว็บและนอกเว็บที่จะทำให้ Search Engine สามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณให้ติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้ ในส่วนของ On-Page สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้เองด้วยวิธีง่ายๆ เพราะสามารถทำได้ในเว็บของตนเอง หากแต่ Off-Page นั้นจะเป็นในส่วนของผู้คนหรือคนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นบทความของคุณหรือเว็บไซต์ของคุณแล้วนำไปบอกต่อโดยการทำลิงก์เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เครดิตข้อมูลของคุณเอง

Off-Page SEO หรือ Backlink จากเว็บที่มีคุณภาพจะเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาจาก Google เพราะบ่งบอกถึงคนทำเว็บนั้นๆ เล็งเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งชื่อเสียงของเว็บคุณน่าจะมีชื่อเสียงไม่ใช่น้อย จึงทำให้เว็บไซต์ดังๆ Ref. หรือ ทำ Backlink กลับมายังเว็บของคุณได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้อันดับในการค้นหาจากทาง Google จะมีเว็บไซต์ของคุณติดอันดับจากการ Search

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

1. คุณภาพของเว็บไซต์ สิ่งแรกในการทำเว็บไซต์คือ คุณภาพของสิ่งที่คุณจะนำเสนอนั่นเอง โดยหลักๆแล้วก็คือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ต้องการจะนำเสนอให้คนทั่วไปได้เข้ามาหาความรู้ เยี่ยมชม โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นที่จะต้องตอบสนองทุกคน เพียงแต่สามารถที่จะช่วยเหลือคนบางกลุ่ม บางจำพวกให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่เขาต้องการค้นหาแค่นั้นเอง

2. อินโฟกราฟิก สุดยอดแห่งการทำ Backlink ทำไมถึงให้อินโฟกราฟิกเป็นสุดยอดของการทำ Backlink เพราะข้อมูลที่เป็นอินโฟกราฟิกจะดูเข้าใจได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีรูปและคำอธิบายสั้นๆ แต่ได้ใจความมากกว่าบทความที่ต้องใช้เวลาในการอ่านที่นาน แล้วเทียบกับวีดีโอล่ะไม่ดีกว่าหรือ แน่นอนวีดีโออาจทำได้ดีกว่าเพราะมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ แต่การทำ Off-Page SEO ให้อยู่บนวีดีโอบอกได้เลยยากมาก ที่สำคัญที่สุดคือช้าและราคาแพงกว่าอินโฟกราฟิกแน่นอน

3. ใช้ Facebook ให้เป็นประโยชน์ แน่นอนที่สุดคงไม่มีใครไม่เคยใช้งาน Facebook ซึ่งหากคุณได้ลองสังเกตดีๆ แล้วการอัปเดตครั้งหลังสุดของ Facebook นี้จะเน้นไปที่กลุ่มซึ่งจะเห็นได้ว่าการแจ้งเตือนการโพสต่างๆ จากกลุ่มที่คุณเข้าร่วมจะมีมากกว่าการแจ้งเตือนจากเพจส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ เพราะทาง Facebook ให้ความสำคัญต่อ Community มากกว่าเพจส่วนตัวอีกนะ ถ้าคุณทำคอนเทนต์ดีๆ แล้วไปปล่อยให้ตรงตามกลุ่มรับรองได้เลยเพจคุณดังแน่นอน

4. เป็นมือปืนรับจ้าง เขียนบทความโชว์เองเลย หากจะรอให้ผู้คนหรือเว็บอื่นๆ กล่าวถึงเว็บไซต์ของคุณก็ดูจะใช้เวลานานเกิน ก็อาสาเป็นมือปืนรับจ้างไปเลย ซึ่งคุณสามารถที่จะค้นหาข้อมูลตามที่เว็บไซต์ของคุณจะนำเสนอ เมื่อค้นเจอแล้วก็เข้าไปช่วยในการตอบปัญหาพร้อมวิธีการแก้ไข จากนั้นก็พ่วงด้วย Backlink ของเว็บไซต์ของคุณ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้คนที่เข้าไปอ่านได้กดติดตามกลับมาอ่านความรู้ต่อที่เว็บคุณได้แล้ว หากมองว่าทางแอดมินที่ดูไม่สามารถให้ฝากลิงก์ได้ก็ติดต่อไปยังเจ้าของเว็บที่รับสมัครนักเขียน พร้อมส่งผลงานให้เขาดูว่ามั่นใจในฝีมือของคุณหรือไม่ หากเขาสนใจ คุณก็สามารถที่จะหาแหล่งอ้างอิงให้เว็บของคุณให้ได้รับความน่าเชื่อถือได้แล้ว

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

ซึ่งจากข้อความข้างต้นที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนในการจัดทำ Off-Page SEO ให้มีคุณภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีอีกหลายร้อยวิธีที่สามารถช่วยคุณทำได้ แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปทางด้านมืดหรือทางลัดที่ผิดกติกา (Black HAT SEO) แม้จะทำให้คุณเห็นผลเร็ว แต่เมื่อโดนระบบของทาง Google ตรวจจับได้ ก็ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะตามมาแน่นอน

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและผู้ชม ปี 2019

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและผู้ชม ปี 2019

การเพิ่มยอดขายและจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือเพจของคุณเป็นยอดปรารถนาที่นักธุรกิจออนไลน์ล้วนต้องการ ซึ่งหนึ่งในเทคนิคที่จะทำให้ได้ในสิ่งนี้ คือการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณในส่วนของ off-page SEO ให้มีความสมบูรณ์ และตอบโจทย์การทำงานขายออนไลน์ ในปี 2019 ให้มากที่สุด ดังนี้

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขาย

off-page SEO คืออะไร

เป็นการสร้างความเชื่อมโยงจากลิงค์เพจหรือเว็บไซต์ภายนอกมาสู่เว็บไซต์ของคุณเพื่อเพิ่มยอดผู้ชม สร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการ โดยมีการให้คุณค่าหรือให้เครดิตต่อกัน ส่งผลดีต่อเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ มีการให้สาระดี ๆ แก่ผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ

off-page SEO ที่ควรพัฒนาในปี 2019

แนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของ off-page SEO ให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขายและผู้ชมเว็บไซต์ของคุณอย่างสวยงาม ในปี 2019 ที่นิยมมีดังนี้

1. การทำ info graphic พร้อม code link

หลายครั้งที่การนำเสนอบทความในรูปแบบตัวอักษรให้ภาพไม่ชัดเจนเท่ากับการทำเป็นภาพ info graphic เช่น หากคุณอยากแนะนำให้ชาวต่างชาติรู้จักสีต่าง ๆ ในภาษาไทย ก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นถ้าทำเป็น chart ภาพ และควรเพิ่มส่วนของลิงค์ที่ใต้ภาพเป็นภาษาอังกฤษตามที่คุณอาจเคยเห็นในบางเว็บไซต์มีคำว่า click to share this โดยต้องเริ่มจากการเข้าไปในเว็บไซต์ siegemedia ที่เป็นเว็บไซต์ในการสร้าง code ที่คุณสามารถใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ของแบรนด์คุณ และจะได้ link เป็นของ info graphic นั้นกลับมาใช้งาน เป็นการทำ off-page SEO ที่เห็นผลดีชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

2. การมีสัดส่วนน้ำหนักของเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณแบบ 7:2:1

คือ 7 ใน 10 เป็นส่วนของเนื้อหาที่คุณสร้างเอง ต้องมีประโยชน์ ให้สาระต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ อีก 2 ใน 10 คือ เนื้อหาที่คุณแชร์มาจากเว็บไซต์หรือเพจคนอื่น หรือแบรนด์อื่นที่เป็นที่นิยม และส่วนสุดท้าย คือ 1 ใน 10 เป็นส่วนที่คุณทำขึ้น เพื่อโปรโมตการขายสินค้าและบริการของบริษัทคุณโดยเฉพาะ

โดยบริษัทในไทยจะนิยมแชร์ลิงค์ หรือเนื้อหาจาก facebook Line และอินสตราแกรม มากกว่าแหล่งอื่น ฉะนั้นคุณต้องดูด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณ คือลูกค้าคนไทย หรือเป็นคนชาติใดบ้าง

การโปรโมตเว็บไซต์ของคุณผ่านการทำลิ้งค์เป็นสิ่งที่ช่วยกระจายผลงานคล้ายกับการบอกต่อ “ปากต่อปาก” ที่เราคุ้นเคยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการนำเสนอบนโลกออนไลน์ที่มีคนชมและคลิกอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ที่ให้สาระโดนใจ

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและผู้ชม

ซึ่งใน ปี 2019 ก็ไม่ควรมองข้ามกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลสำคัญอย่าง influencer คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นพลังโปรโมต off-page SEO ให้คุณได้อย่างมากด้วย

การทำ Off-page SEO ให้กับเว็บไซต์

การทำ Off-page SEO ให้กับเว็บไซต์

ในเมื่อ SEO คือสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ หรือ ผู้ที่ต้องการประกอบกิจการ ต่อให้เว็บไซต์นั้น ๆ จะดีหรือไม่ดีมาตั้งแต่ต้น แต่การปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์ รวมไปถึง SEO ย่อมส่งผลดีและทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ไอเดียพร้อมทั้งความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ SEO จึงกลายเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก โดยผู้จัดทำเว็บไซต์หรือผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนใหญ่จะต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถนำความรู้ที่มีมาทำการต่อยอดได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสำหรับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในวันนี้ เราขอนำเสนอเรื่อง การทำ Off-page SEO

Off-page SEO คืออะไร ?

การทำ Off – page SEO เป็นการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ ซึ่งส่วนต่าง ๆ ที่ว่านี้เราจะไม่สามารถทำการควบคุมผ่านหน้าเว็บของเราได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่เราจะทำให้เว็บดัง ๆ ส่วนใหญ่ทำการลิงค์มาที่เว็บของเรา หรือการทำปุ่มให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดียได้อย่างง่าย ๆ เป็นต้น และด้วยเหตุนี้เองการทำ Off-page SEO จึงกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก

สิ่งที่คุณจะต้องทำผ่านการทำ Off-page seo

พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้ได้มากที่สุด – คุณจะต้องนำเสนอตนเองออกมาเพื่อให้กลายเป็นที่รู้จักภายในวงการ ซึ่งในกรณีนี้คุณจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณด้วย สิ่งที่คุณควรระวังก็คือ คุณไม่ควรขายของทันที และควรที่จะเป็นผู้ให้ก่อนเสมอ

หาทางในการฝากร้านหรือฝากลิงค์ – สำหรับวิธีการนี้ถือได้ว่าเป็นวิธีการที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก และสามารถทำได้กันอย่างถ้วนหน้า การฝากร้านถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ง่าย แต่ถ้าหากจะให้ดีจริง ๆ คุณควรเลือกฝากเฉพาะคนที่เค้าสนใจในตัวคุณเท่านั้น แทนที่คุณจะสุ่มมั่วไปหมด ให้เปลี่ยนมาเป็นเลือกเฉพาะที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวคุณเท่านั้น

หัดลองทำ Partnership ให้เป็น – คุณควรที่จะลองทำการลิสเฉพาะเว็บรีวิวร้านอาหาร , บล็อกเกอร์ประเภทสายชิม เป็นต้น แล้วทำการส่งอีเมล์หรือทำการแอดเฟสบุ๊ค เพื่อที่จะแนะนำตนเองและพูดคุยดูว่าพวกคุณจะสามารถทำการแลกเปลี่ยนอะไรกันได้บ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก เนื่องจากเว็บไซต์รีวิวหรือแม้กระทั่งบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ มักจะต้องการค้นหาคอนเทนต์ดี ๆ ที่แตกต่างมาทำการนำเสนออยู่แล้ว เพียงแค่นี้เราก็จะได้ลิงค์ที่มีคุณภาพจริง ๆ มาเชยชมแล้ว

เนื่องจาก SEO มีเนื้อหาและขั้นตอนที่เยอะแยะมากมาย อีกทั้งหลากหลายเทคนิคและวิธีการที่จะสามารถช่วยผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้มีอันดับที่ดีขึ้นได้ การทำ on-page seo หรือแม้กระทั่ง off-page seo ก็ตาม จึงกลายเข้ามามีบทบาทสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดในการจัดทำเป็นอย่างยิ่ง

ลงมือทำ SEO แบบไม่หวังผล

ทำ SEO ไม่หวังผล

เชื่อว่าใครที่เห็นประโยคที่ว่า “ทำ SEO แบบไม่หวังผล” คงจะฮากันแน่ๆว่ามีใครบ้างที่ทำ SEO แล้วไม่หวังผลเพราะการเลือกทำ SEO ให้กับเว็บไซด์นั้นย่อมหวังผลในการให้ติดหน้าแรกๆของ Google เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซด์และต่อยอดไปส่วนอื่นๆเช่น การขายสินค้า การขายบริการ และรายได้จากเว็บไซด์ที่มีหลากหลายช่องทาง แต่ก็มีบ้างที่ทำเว็บไซด์และมีการทำ SEO แต่ไม่หวังผลสูงๆเช่นต้องอยู่หน้าแรก ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

เพราะในบางเว็บไซด์มีคู่แข่งมากดังนั้นหากคนทำ SEO ไม่เก่งหรือไม่แข็งจริงๆการเบียดไปติดอันดับดีๆก็ยาก และมันมีปัจจัยอื่นๆประกอบอีก ดังนั้นคนทำเว็บไซด์บางคนจึงมุ่งเน้นที่ยอดเข้าเว็บหรือ Traffic มากกว่าเพราะสามารถช่วยทำรายได้ให้เว็บไซด์ได้ แต่การจะทำยอด Traffic ให้ได้เยอะๆนั้น หัวใจสำคัญคือ เว็บต้องมีคุณภาพ เนื้อหาต้องน่าสนใจ และมีการโปรโมทที่ดี และเว็บเหล่านี้มีมากแต่ด้อยคุณภาพก็มีหากยังจำกันได้กับช่วงระยะ 2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซด์แนว คลิ๊กเบท หรือ พวกโปรโมทล่อคนเข้าเว็บบูมมากแต่เป็นเว็บที่ไม่อะไรที่เป็นคุณภาพ คอนเทนต์ซ้ำๆ แต่พาดหัวให้น่าสนใจและโปรโมทไปตามสื่อโซเชี่ยลซึ่งในช่วงนั้นเว็บไซด์แนวนี้ผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ดหน้าฝน และในเว็บจะมีการติดโษณาจนรก แต่นั่นคือการหารายได้ของเจ้าของเว็บแนวนั้น แน่นอนว่ายุคแรกๆมันทำเงินได้แต่พอสักระยะผู้บริโภคเริ่มรู้แนวความนิยมของเว็บแนวนี้ก็หายไปตามเวลา แต่ก็มีคนทำอยู่บ้างแต่ไม่เยอะเหมือนช่วงที่บูมหนักๆ

แน่นอนว่าเว็บเหล่านี้ไม่สนใจอันดับ SEO แม้จะมีการทำ On page หรืออื่นๆ แต่เขาจะสนใจแค่ยอดคลิ๊กเข้าเว็บเท่านั้น ซึ่งหากมองและวิเคราะห์ดีๆ การทำเว็บที่ไม่เน้น SEO มันก็น่าสนใจแต่ควรทำเป็นเว็บคุณภาพ และเลือกการโปรโมทที่เฉพาะกลุ่ม ไม่โปรโมทมั่วๆ จนน่ารำคาญ หรือข้อมูลในเว็บไซด์ไม่น่าสนใจเช่น ข่าวดาราที่มีซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ ที่อ้างอิงแหล่งข่าวไม่ได้หรือพาดหัวล่อคลิ๊ก เว็บที่มีแต่คลิปเก่าๆเดิมๆ ก๊อปมาจากยูทูป แต่ไม่มีคำบรรยายไม่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ เว็บเสนอข่าวที่ใช้การสปินมาจากที่อื่นๆ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันเว็บไซด์เหล่านี้มีอยู่แต่เราจะเห็นไม่บ่อยเพราะการโปรโมทเขาจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายโดยตรงไม่โปรโมทกระจายๆไปทั่วเหมือนสมัยก่อน

แม้ว่าการทำเว็บไซด์และทำ SEO แบบไม่สนอันดับการติดหน้าหนึ่งจะมีคนทำและหวังยอดคนเข้าเว็บอย่างที่เราบอกข้างต้นนั้นมันทำรายได้ให้ก็จริง ลองเข้าดูเว็บ 928betking.com ก่อนแล้วคิดง่ายๆคือเรายิงแบคลิ้งเข้าทั้งหน้าหลัก หน้าสมัคร หน้าทางเข้า ด้วยคีย์ที่แตกต่างกันไป อาจจะมี 928bet 892 937bet 928 แบบนี้ มันจะดูเป็นธรรมชาติกว่าการระบุคีย์เดียว แต่ความเสี่ยงหรือระยะเวลาการถึงจุดคุ้มทุนมันก็ต้องใช้เวลาและใช้ความอดทนเนื่องจากต้องลงทุนเรื่อง BL เยอะกว่าปกติ ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆด้านเช่น การนำเสนอเนื้อหา การสร้างช่องทางโปรโมท การเลือกแนวทางต่างๆ เป็นต้นแต่มันไม่กดดันและหากทำได้ก็ถือว่าจะมีรายได้ในระยะยาวแน่นอน

ก้าวล้ำหน้าก่อนใคร !! SEO สู่ มิติใหม่

seo

ปัจจุบัน SEO นั้นมีคนทำแล้วประสบความสำเร็จยากเป็นเพราะปัจจัยต่างๆที่มีส่วนเช่น การปรับอัลกอลิทึ่มของ Google หรือแหล่งแชร์ข้อมูลต่าง การใช้คีย์เวิร์ด การโปรโมท และอื่นๆที่มีผลกับการทำ SEO ทำให้ปัจจุบันดูเป็นงานยากและทำให้ติดอันดับยากมากขึ้นแม้ว่าจะมีวิธีต่างๆ มากมายแต่ก็ไม่ใช้สูตรสำเร็จเสมอไป

การทำ SEO

การทำ SEO

แบบไหนถึงประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับว่าความต้องการนั้นเป็นแบบไหน เช่นติดอันดับหน้าหนึ่ง หรือ มียอดวิว ยอดคลิ๊กเข้าสู่เว็บไซด์ ดังนั้นเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดว่าทำ SEO สำเร็จหรือไม่ SEO2017 เราต้องรู้ก่อนว่าหลักของ SEO นั้นคืออะไร การขับเคลื่อนของ SEO เป็นแบบไหน แน่นอนว่าคนทีทำด้านนี้จะรู้กันดี แต่สำหรับมือใหม่ที่สนใจอยากเรียนรู้ก็ต้องหาข้อมูลกันก่อน หัวใจหลักในการทำ SEO คือ คีย์เวิร์ด ที่จะเป็นตัวกำหนดแนวทางในการทำ SEO ให้กับเว็บไซด์นั้น และเป็นตัวกำหนดข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงในการทำ SEO เพราะคีย์เวิร์ดคือคำที่จะมีการค้นหามากที่สุด และการเลือกคีย์เวิร์ดนั้นก็ถือว่ายากเพราะต้องดูจำนวนคู่แข่งด้วย ดังนั้นหากทำเว็บไซด์แล้วต้องการทำ SEO เพื่อให้ติดหน้าแรกๆนั้นก็ต้องดูเลยว่าคีย์ที่เลือกนั้นยากหรือง่ายขนาดไหน

ประเด็นต่อมาคือการจัดทำเว็บไซด์ให้รองรับกับการทำ SEO

ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟังก์ชั่นต่างๆ การเลือกธีม การปรับ ON Page ให้เหมาะสม เพื่อที่เมื่อเราโพสข้อมูล ใส่คีย์เวิร์ด ติดแทคต่างๆ แล้วจะสามารถช่วยให้ติดอันดับได้ เมื่อ BOT ของ Google เข้ามาเก็บข้อมูล แน่นอนว่ามันต้องอาศัยเวลาและสิ่งที่สำคัญคือ การทำคอนเทนต์สำหรับขับเคลื่อนเว็บไซด์ ซึ่งในการทำคอนเทนต์จะต้องมีการวาง คีย์เวิร์ดในบทความในตำแหน่งที่ดี และมีปริมาณที่พอเหมาะ และในการอัพเดทใส่ในเว็บไซด์จะต้องมีการปรับแต่งให้ถูกหลักการทำ SEO ด้วย

นอกจากนี้การทำความการเชื่อมโยงภายในภายนอกก็สำคัญ

เพราะการที่เราจะทำให้เว็บเราน่าสนใจนั้นก็ต้องสามารถดึงคนให้อ่านข้อมูลในเว็บเรานานๆ มีระยะเวลาอย่างน้อย 5 นาทีขึ้นไป ซึ่งหลายคนคิดว่าต้องมีคอนเทนต์ยาวๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย หากเป็นคอนเทนต์สั้นๆ มีภาพ  หรือคลิปประกอบ และมีข้อมูลน่าสนใจก็ถือว่าเป็นการช่วยดันอันดับ SEO ได้เช่น รวมถึงการสร้างการโปรโมท ซึ่งยุคนี้สำคัญมากกับการทำ SEO เพราะการแข่งขันสูง จะรอให้คนมาค้นหาแบบสมัยก่อนมันก็ไม่ใช่แล้ว เราต้องมีพื้นที่โปรโมท และให้คนคลิ๊กกลับมาดูความน่าสนใจของเว็บเรา แต่ไม่ใช่หมายถึงพวกคลิ๊กเบท หรือข่าวลวง เพราะพวกนี้จะถูก Google ตรวจสอบและจัดเป็นเว็บขยะหรือโดนแอนตี้ลิงค์จากแหล่งที่เราไปแชร์ แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการไหนเทคนิคแบบไหนสิ่งสำคัญคือ ความเข้าใจและความต้องการในการทำ SEO ให้กับเว็บนั้น กำหนดเป้าหมายและใช้วิธีธรรมชาติรับรองว่าสามารถประสบความสำเร็จได้

คิดจะทำ SEO ต้องคิดให้ง่ายเข้าไว้

มุมมองการทำ SEO

ยุคนี้คือยุคข้อมูลข่าวสาร คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงกันได้จากอินเตอร์เน็ต มีข้อมูลมากมายกองรวมกันอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรู้วิธีการทำ SEO ในรูปแบบต่างๆ จากช่วงแรกๆ วงการนี้จะสอนรูปแบบการทำอันดับไปในทิศทางเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเราก็ย่อมมีความคิดเป็นของตนเอง พยายามแตกรูปแบบการทำอันดับที่หลากหลายแล้วเอามาแชร์กัน จนเดี๋ยวนี้มันถูกแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ SEO White Hat, SEO Black Hat และ SEO Gray Hat ซึ่งแบบหมวกขาว คือวิธีการทำอันดับที่มีลักษณะดูเหมาะสมมากที่สุด ไม่ได้ทำ SEO ในลักษณะที่หวือหวา ส่วนแบบที่สอง หมวกดำ วิธีไหนที่เป็นการทำแบบพิศดาร แปลกเกินความเหมาะสมแล้วสามารถทำอันดับได้ มักจะถูกรวมไว้ในกลุ่มหมวกดำนี้ ส่วนแบบสุดท้าย หมวกเทา คือการทำแบบกึ่งเหมาะสมและกึ่งไม่เหมาะสมปนกัน แต่สามารถทำให้เว็บไซต์มีอันดับดีได้

ไม่ว่าจะทำในรูปแบบไหน จริงๆมันก็มีเป้าหมายเดียวกันนั่นแหละ จะคีย์ง่ายอย่างพวกร้านค้าชื่อเฉพาะเจาะจง หรือการพนันอย่าง 928bet คือต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกในผลการค้นหา ไม่รู้ว่าจะไปแยกสายกันทำไมให้ปวดหัววุ่นวาย เราไม่จำเป็นต้องไปสนใจหรอกว่าการทำของเราจะอยู่ในสายไหนยังไง ขอแค่มันทำอันดับได้จริงและมั่นคงในระยะยาวเป็นพอ เหมือนเราเล่นหุ้นนั่นแหละ จะเล่นแบบพื้นฐานหรือเทคนิคก็ไม่ต้องสนหรอก สนแค่เล่นยังไงให้ได้กำไรก็พอ จริงไหม ? สำหรับวิธีการทำ SEO ที่ส่งผลดีในระยะยาว ส่วนใหญ่คนในวงการจะจัดกลุ่มให้อยู่ในหมวด SEO หมวกขาวเพราะไม่ค่อยได้ทำอะไรแปลกๆเกินควร ทั้งนี้ เราก็อย่าพึ่งได้มองข้ามส่วนของหมวกดำและหมวกเทา มันอาจมีบางวิธีที่ Search Engine ไม่ได้มองว่าผิดหลักการในการทำอันดับก็ได้ อย่างพวกเรื่องของ Redirect 301 ที่จริงๆพื้นฐานมันถือว่าเป็นวิธีการทำที่ถูกหลักการ Google เองก็มีการเขียนอธิบายส่วนนี้ไว้ชัดเจนว่าการ Redirect 301 เป็นการส่งค่าทั้งหมดจากโดเมนหนึ่งไปยังอีกโดเมนหนึ่งอย่างถูกต้อง แต่สาวกชาว SEO ทั่วโลกส่วนใหญ่ดันจัดว่าวิธีนี้เป็นการทำแบบหมวกดำ ทำให้คนหน้าใหม่แยกไม่ออกว่าสรุปแล้วมันควรทำหรือไม่ควรทำ ประเด็นมันน่าจะอยู่ที่เราทำ Redirect 301 ถูกหลักหรือปล่าวซะมากกว่า

ที่ควรจะจัดว่าการ Redirect 301 เป็นวิธีการที่เข้าข่ายไม่เหมาะสมหรืออยู่ในกลุ่มหมวกดำ คือการที่สแปมลิงค์ใส่โดเมนเก่าๆมีอายุ แล้วทำการรีไดเรทโดเมนที่มีการสแปมลิงค์เข้าเยอะมายังเว็บไซต์ทำเงิน แถมรีไดเรกทีเป็น 100 โดเมนเพื่อให้ลิงค์ทุกโดเมนส่งมายังเว็บทำเงินของเรา วิธีแบบนี้ถึงจะเข้าข่ายหมวกดำ แต่การรีไดเรก 301 แบบที่ไปซื้อกิจการเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าแนวๆเว็บเรา ซื้อเว็บเขามาเสร็จก็รีไดเรกมายังเว็บของเรา แบบนี้มันไม่ได้ผิดกฎอะไรเลย เหมือน Take Over กิจการนั่นแหละ ถ้าคิดจะจัดหมวดหมู่ก็ควรอธิบายแยกให้ละเอียด คนใหม่เข้าวงการจะได้ไม่งง ก็อย่างที่บอกไป ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่าทำสายไหน แค่ดูวิธีทำแต่ละแบบ วิธีไหนคิดว่าน่าสนใจก็เอามาลองทำดู ถ้าทำแล้วได้ผลดีเรื่องอันดับก็ทำวิธีนั้นต่อไป อันไหนไม่ใช่ก็หยุดทำแล้วหาวิธีอื่นต่อไป

อย่าไปคิดเยอะ ทำ SEO ถูกวิธีเดี๋ยวอันดับก็มาเอง

จริงๆเราไม่ต้องไปเรียนคอร์สสอน SEO แพงๆที่ไหนเลยหากเรารู้จักมองภาพรวมให้เป็น ลองนั่งสงบอารมณ์แล้วคิดดูว่า Search Engine ต้องการเว็บแบบไหนมาติดอันดับหน้าแรก เว็บคุณภาพใช่ไหม ? แล้วถ้าเราทำเว็บคุณภาพคิดว่ามันจะไม่ติดอันดับหรอ ? เราซื้อหนังสือ SEO เล่มละไม่กี่ร้อยบาทมาอ่านให้รู้ว่าส่วนไหนที่ควรให้ความสำคัญก็พอ อย่าเรื่องการใส่หัวข้อ เนื้อหา ลิงค์ภายในต่างๆ แค่นี้ก็พอแล้ว ที่เหลือก็ทำให้เว็บมีคุณภาพ แรกๆมันอาจไม่ขึ้นดังใจหวัง เราซึ่งเป็นผู้เขียนเนื้อหาลงเว็บไซต์ย่อมรู้ดีว่าแต่ละเนื้อหาที่เขียน มันโครตจะคุณภาพเลย กลั่นกรองจะหัวสมอง กว่าจะเขียนเสร็จสัก 1 บทความก็ล่อไปครึ่งวันอะไรแบบนี้ แต่ทำไมเว็บถึงยังไม่มีอันดับ ก็เริ่มถอดใจการทำเว็บคุณภาพหันไปทำวิธีพิศดารแทน ต้องเข้าใจว่าเว็บใหม่พึ่งสร้าง Search Engine ยังตัดสินไม่ได้หรอกว่าคุณภาพหรือปล่าว เพราะคำว่าเว็บคุณภาพไม่ได้หมายถึงเว็บที่เนื้อหาเขียนใหม่อย่างเดียว แต่ต้องมีคนเข้าใช้งานอย่างต่อเนื่องด้วย ถ้ามีคนเข้าชมอยู่ตลอด ก็เป็นตัวบ่งบอกว่าผู้ใช้ให้การยอมรับ

บางคนเริ่มคิด เว็บไซต์ยังไม่มีอันดับ “แล้วจะไปหาคนเข้าจากไหนล่ะ..” แหล่งหาคนเข้าเว็บก็มีเยอะแยะ Social Network ก็ได้ หรือตามเว็บบอร์ดที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันก็ได้ ยิ่งเป็นเว็บบอร์ดที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเว็บเราด้วยก็ยิ่งดี พอพูดถึงแบบนี้ก็มีคนเริ่มถอดใจอีก มันจะยุ่งยากไปไหม ไปหาวิธีเทพๆที่ทำแล้วอันดับมาไวใน 7 วันติดหน้าแรกเลยดีกว่า ถ้าคิดแบบนี้ก็แนะนำเลิกทำ SEO เถอะครับ ตัวผู้เขียนเองลองมาเกือบหมดแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่ทำอันดับได้ใน 7 วันแล้วจะยั่งยืนหรอก ย้ำเลยว่าไม่มี ต่อให้มีทุนแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาในการทำทั้งสิ้น บางคนพอเข้ามาศึกษา SEO ยุคปัจจุบัน เห็นมีคนเขียนบอกว่าถ้าเว็บเรามีคนเข้าชมเยอะก็จะส่งผลดี อ่านจับใจความได้แบบนี้ก็กระเสือกกระสนไปซื้อบริการเว็บขายทราฟฟิค ที่ส่งเข้ามาเป็นคนจริงบ้าง ( อาจจะโพสโฆษณาเว็บเราให้ในแฟนเพจใหญ่ๆเพื่อดึงคนเข้าเว็บ ) หรือส่งเข้ามาเป็นบอทที่ใช้ User Agent ปลอมเพื่อพยายามเนียนว่าเป็นคนเข้าชมบ้าง สุดท้ายอันดับก็ไม่มาสักที ก็เสียเงินปล่าวไง บอกแล้วว่าทำ SEO อย่าไปคิดเยอะ ดูหลักความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ใจเย็นและต้องรู้จักรอคอย เดี๋ยวเว็บก็ดีขึ้นเอง

Spy SEO เว็บใหญ่เพื่อเป็นแนวทาง

หากอ่านแล้วยังไม่สามารถสลัดความคิดเยอะออกจากหัวได้อยู่ดี งั้นลองเปลี่ยนเป็นมาไล่วิเคราะห์พวกเว็บใหญ่ๆที่เขาติดอันดับกันดีกว่า อย่างพวก Sanook, Zalora, Ebay, Amazon, Pantip หรือเว็บใหญ่อื่นๆ เขามีวิธีการทำอย่างไร ถ้าเราดูภาพรวมทั้งเรื่องของ On Page และ Off Page ก็จะพบว่าแต่ละเว็บจะมีวิธีการทำคล้ายกันบางส่วนและต่างกันบางส่วน คือมีลิงค์เข้ามาทั้งรูปแบบธรรมชาติบ้าง หรือไม่ก็ไปซื้อโฆษณาแบนเนอร์เว็บอื่นบ้าง ไม่ก็ซื้อลิงค์ติดจากโดเมนคุณภาพเข้ามา แม้แต่การสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวช่วยดันอันดับก็มีทำเหมือนกัน ส่วนหน้าเว็บก็มีเน้นคีย์เวิร์ดด้วยเป็นส่วนใหญ่ เห็นไหม.. ทำทั้งหมวกขาว ดำ เทา ปนกันหมดเลย เว็บใหญ่ยังทำปนกัน แล้วเว็บเราซึ่งไม่ได้ใหญ่เท่าจะไปคิดเยอะทำไมล่ะ เราก็ดูเป็นตัวอย่างแล้วทำตาม สิ่งสำคัญคือถ้าจะดูเป็นแนวทางก็ต้องดูให้ระเอียด ไม่ใช่เห็นว่าเขามีลิงค์เข้าเป็น 100 จากโดเมนคุณภาพ เราก็ไปหาลิงค์เข้าแบบเขาเป็น 100 โดเมนคุณภาพเหมือนกัน แต่เล่นติดลิงค์ทั้งหมดภายในวันเดียวกันทันที ไม่ได้ทยอยติดเหมือนที่ดูมา อาจเกิดเพราะความใจร้อนอยากติดหน้าแรกไวๆ ถ้าหากว่าเว็บเราดันเป็นเว็บสร้างใหม่สดๆ แบบนี้โอกาสร่วงอาจจะมากกว่ารุ่งก็ได้ ถ้าจะดูเป็นแนวทางอย่าลืมดูเรื่องระยะเวลาในการทำ ทำให้เหมาะสม อย่าไปเล่นตูมในวันเดียว อาหารเสริมท่านชาย

เมื่อเราดูแล้วเราก็จะพบเรื่องเดิมอยู่ดี คือทุกเว็บเขาใช้เวลาในการทำกว่าจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ส่วนใหญ่ ไม่มีเว็บไหนที่เกิดดังเปรี้ยงในชั่วข้ามคืนแล้วจะติดอันดับไปได้ยาวๆ นอกจากเว็บที่ดังชั่วข้ามคืนนั้นหมั่นดูแลเว็บให้มีเรื่องราวที่โดนใจผู้ใช้อยู่ตลอด แบบนั้นก็จะเข้าข่ายการทำเว็บคุณภาพ ถูกใจผู้ใช้งาน ก็ไม่มีเหตุผลที่อันดับเว็บจะร่วงหาย พอเข้าใจหลักการ SEO กันบ้างหรือยังเอ่ย สรุปการทำ SEO ที่ถูกต้องคือเราต้องเป็นนักทำ SEO ที่ดี ดีในที่นี้หมายถึง ทำเว็บคุณภาพ อดทนรอคอยได้ ดูแลสม่ำเสมอ ปรับปรุงเว็บให้ถูกใจผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันตาม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ รับรองว่าวันที่เว็บโด่งดังขึ้น เราจะรู้สึกหายเหนื่อยกับสิ่งที่พยายามมาอย่างแน่นอน

SEO คืออะไร และดีอย่างไรต่อเว็บไซต์คุณ

การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 2019

การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 2019 เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายที่สุด ซึ่งการทำ SEO นับเป็นเทคนิคประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ที่กูรูทางการตลาดแนะนำ เพื่อให้เว็บไซต์ทุกประเภทได้รับผลดีอย่างรอบด้าน

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization โดยหลักการประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. On-Page SEO

หมายถึงการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ของเว็บไซต์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น

การออกแบบโลโก้ เลือกธีมสีของเว็บไซต์ และใช้ฟอนต์ที่สื่อถึงแบรนด์ได้อย่างชัดเจนและเป็นที่จดจำได้ง่าย

พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่าย ทั้งในจอโทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด

เลือก Keyword SEO ที่ได้จากการวิจัย ว่าตรงกับการค้นหาของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ในการเขียนหัวข้อ Title การตั้งชื่อลิงก์ของเพจ การตั้งชื่อรูป เป็นต้น

ผลิตบทความที่มีคุณภาพ ให้สาระที่เป็นประโยชน์ที่ทันสมัยแก่ผู้อ่านอยู่เสมอ

2. Off-Page SEO

คือ การสร้างลิงก์เชื่อมโยงหลายเว็บไซต์เข้าด้วยกัน เช่น หากทำเว็บไซต์ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็ควรไปแนะนำเทคนิคดูแลสุขภาพในห้องสนทนาต่าง ๆ ที่คุยกันเฉพาะเรื่องสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การขายสินค้าของเว็บไซต์คุณ เป็นต้น

ข้อดีที่เว็บไซต์จะได้รับจากการทำ SEO ได้แก่

1. ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ประหยัดค่าโฆษณาได้ หากทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปอาศัยการโฆษณาในช่องทางอื่นให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

2. ทำให้มีลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น คุณสามารถรอรับออเดอร์จากต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากทำเว็บไซต์เป็นระบบหลายภาษา และใช้ Keyword ที่เป็นทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ จะยิ่งทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องไปโฆษณาแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing ที่ต้องมีการประมูลพื้นที่โฆษณาและมีการจ่ายค่าบริการตามการคลิกด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและมีภาพลักษณ์ที่ดีในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันจะนิยมแบรนด์ที่ให้ข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ไม่เน้นการขายที่เป็น Hard-Sale มากเกินไป ใส่ใจข้อมูลที่มีความทันสมัย และต้องมีความโปร่งใสของแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และหากมีการทำคลิปวีดีโอที่ช่วยให้เข้าใจบทความได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและเกิดความประทับใจ อยากกลับมาใช้บริการและสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์ในระยะยาวอีกด้วย

คงเห็นแล้วว่า การทำเว็บไซต์ SEO เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการขายสินค้าออนไลน์ยุคใหม่ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการประสบความสำเร็จระดับสูง จำเป็นต้องทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างรอบด้าน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านมีความมั่นใจในการทำ SEO มากยิ่งขึ้น โดยสามารถศึกษาด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ SEO ก็ได้เช่นกัน

SEO คืออะไร และดีอย่างไรต่อเว็บไซต์คุณ

ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ในยุคปัจจุบันมีอัตราการแข่งขันกันสูงเนื่องจากการเชื่อมโยงด้วยระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกเข้าถึงกันได้มากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบกับมีผู้ผลิตสินค้ามาจำหน่ายหลากหลายรูปแบบ จึงทำให้ทุกประเภทธุรกิจต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคหนึ่งที่ทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่ายจาก Bing, Yahoo Google ช่วยให้เข้าถึงลูกค้า เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งการทำ SEO ต้องใส่ใจ 2 ส่วนหลัก คือ

1. On-Page SEO

เป็นการปรับปรุงส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์และเพิ่มเนื้อหาที่น่าสนใจ ใส่ Keyword ที่ตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย ทั้งต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อสอดคล้องกับการใช้งานจริงของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบโลโก้ การเลือกธีมสีที่สวยงามอันสื่อถึงภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ขณะเดียวกันก็จะทำให้เป็นที่จดจำและได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นในระยะยาว

ส่วนสำคัญของการเพิ่มสถิติการเข้าชม CTR หรือ Click Through Rate และระยะเวลาที่ใช้ในการชมเพจ หรือ Time On Site คือ การผลิตบทความ SEO รวมถึงคลิปประกอบที่ให้ประโยชน์และสาระแก่ผู้อ่าน ไม่เน้นการขายมากเกินไป จนทำให้ผู้อ่านไม่ไว้วางใจ

2. Off-Page SEO

เป็นส่วนที่เพิ่มฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ จากการที่มีทีมงานประจำเว็บไซต์ไปตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าและบริการประเภทที่จำหน่าย โดยแสดงความเห็นที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่โฆษณาขายสินค้า เพราะอาจถูกแบนจากกลุ่มโซเชียลใน Facebook หรือ Pantip ได้

ตัวอย่างเช่น หากคุณจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ คุณสามารถเข้าไปอยู่ในกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับสินค้าไอที ที่มีคนจำนวนมากมาหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสเปค รุ่น ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก เมาส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ ซึ่งหากมีคนอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณก็สามารถที่จะให้ลิงก์ของเว็บไซต์คุณไว้ได้ เพื่อที่จะต่อยอดไปสู่การขายสินค้าของคุณในอนาคตต่อไป

การทำเช่นนี้เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันต้องอาศัยการทำ SEO เพื่อพัฒนาเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น จากผลการวิเคราะห์และจัดอันดับของ AI ซึ่งเป็นระบบอัลกอริทึมที่พิจารณาจากค่าสถิติของแต่ละเว็บไซต์

หากอยากเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้ในระยะยาว นักธุรกิจยุคใหม่จึงต้องศึกษา SEO ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มอำนาจในการแข่งขันทำให้มียอดจำหน่ายได้ทัดเทียมกับเว็บไซต์ที่ก่อตั้งมานานเช่นกัน

ซึ่งการทำ SEO ต้องใส่ใจ 2 ส่วนหลัก

ทำไมกูรูจึงแนะนำให้ทำ SEO ทุกเว็บไซต์

ทำไมกูรูจึงแนะนำให้ทำ SEO

การทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากทั่วโลก เนื่องจากระบบเทคโนโลยีและเครือข่าย 4G ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลมีความรวดเร็วสูง นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภค ก็ชอบสืบค้นหาข้อมูลผ่านทาง Search Engine อย่างเช่น Google , Yahoo จึงทำให้มีมูลค่าการซื้อขายเป็นปริมาณสูง

การทำ SEO ให้ประโยชน์อย่างยิ่งกับเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากเป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของเว็บไซต์ใน 2 ส่วน ดังนี้

1. Off-Page SEO เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของการเชื่อมโยงลิงค์จากเว็บไซต์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์หลักทางธุรกิจ เช่น การเชื่อมโยงลิงค์ของบทความที่น่าสนใจในต่างประเทศ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมการขายซึ่งกันและกัน

2. การทำ On-Page SEO จะเป็นส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างด้านหน้าของเว็บไซต์ทำให้สวยงามและใช้งานง่าย มีการจัดหมวดหมู่ของการโฆษณา บทความเกี่ยวกับสินค้าและ การติดต่อบริษัทอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ในส่วนของบทความและภาพประกอบ รวมถึงคลิปวีดีโอต่าง ๆ ก็จะต้องมีคุณภาพ ให้ประโยชน์สาระแก่ผู้อ่านและมี Keyword ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนิยมใช้ในการสืบค้นอยู่ด้วย

การทำ SEO ที่มีคุณภาพด้วยองค์ประกอบที่กล่าวมา จะช่วยให้เว็บไซต์ทางธุรกิจได้ประโยชน์ ดังนี้

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือการจัดอันดับให้ Search Engine เพราะระบบ Algorithm ของ Search Engine จะทำงานแบบอัตโนมัติในการตรวจสอบคุณภาพของเว็บไซต์ทั้งในส่วน Off-Page SEO และ On-Page SEO

2. การอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอ ทั้งด้านบทความ ข่าวสาร คลิปวิดีโอ ที่สาระประโยชน์แก่ผู้ชมเว็บไซต์ จะทำให้อันดับในการสืบค้นดียิ่งขึ้น ทำให้มีโอกาสแข่งขันกับธุรกิจของเจ้าอื่นได้ดีขึ้น

3. การทำ SEO ช่วยในการขยายกลุ่มลูกค้าได้ ทั้งในและต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการไปประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ทำให้ลดต้นทุนในการทำธุรกิจ สามารถนำเงินที่ประหยัดได้ไปลงทุนด้านอื่นได้อีก

4. ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในการใช้บริการเว็บไซต์ออนไลน์ เนื่องจากคุณภาพของเว็บไซต์ที่ดีจะทำให้ถูกนำเสนออยู่ในลำดับบน ๆ เป็นประจำ

5. ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีลูกค้าที่สืบค้นหาร้านค้าออนไลน์ได้จากระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก แม้เจ้าของธุรกิจออนไลน์จะไม่ได้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ

6. ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้แก่แบรนด์สินค้า โดยเฉพาะหากมีการจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์ในการทำธีมนำเสนอที่สวยงามและดูเป็นมืออาชีพ

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำเว็บไซต์ออนไลน์ การให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยทีมงานพัฒนาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้ดีขึ้น ทั้งด้านยอดขายและจำนวนลูกค้าประจำอย่างแน่นอน

ทำไมกูรูจึงแนะนำให้ทำ SEO ทุกเว็บไซต์

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 ควรมีอะไรโดดเด่น

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 ควรมีอะไรโดดเด่น

ในปี 2019 การตลาดออนไลน์เป็นช่วงขาขึ้น กำลังคึกคักทีเดียว การทำให้เว็บไซต์ SEO ของคุณเตะตาดึงดูดใจผู้ใช้จึงมีความสำคัญมาก นอกจากที่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ SEO โดยพื้นฐานทั้งส่วน on-page และ off-page แล้วยังมีอะไรอีกที่ควรต้องใส่ใจในการปรับโฉม เว็บไซต์ของคุณ เรามาดูกัน

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 มีอะไรโดดเด่น

การทำ snippet

snippet เป็นวลีหรือข้อความสั้น ๆ หรือ code เล็ก ๆ ที่จะปรากฏอยู่ในหน้าต่างการสืบค้น เป็นการทำเพื่อให้ bot วิเคราะห์และแสดงผลได้อย่างรวดเร็วเป็นระเบียบมากขึ้น ทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น

โดยองค์ประกอบของ snippet ที่นิยมทำในปัจจุบัน ได้แก่ การใส่ title Link ที่มี keyword สำคัญ ของ Content นั้นอยู่ และ ส่วน Description หรือเนื้อหาโดยภาพรวมที่มีความยาวเพียงแค่ 80 ถึง 100 คำ สำหรับ Content ประมาณ 1 หน้า A4 เป็นต้น

การสร้างเสียงของ Content

การทำ Content SEO ที่ผ่านมา เรามักจะเน้นเรื่องของเนื้อหาและคลิปประกอบที่เป็นภาพสวยงาม แต่ในปี 2019 คุณจะเห็น Content ที่ใส่เสียงหรือซาวเอฟเฟค sound effect ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น เพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานในเว็บไซต์เข้าถึงเนื้อหาหรืออินกับข้อมูลที่กำลังนำเสนอยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในต่างประเทศจะเห็นว่าจะมีการทำเพลงบรรเลงและเพลงประกอบที่มีเนื้อหาที่สร้างความจดจำ ติดหู ติดตลาดง่าย แม้แต่เว็บไซต์ขายภาพอย่าง shutterstock ก็ยังออกแบบสไตล์เพลงประกอบเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งานหน้าเว็บไซต์ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ใส่ใจใน user experience

UX หรือ user experience หมายถึงการเน้นสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของคุณ ดังที่มีผู้รับจ้างทำ UX Design มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ

(1) ส่วนของ Content SEO

วิธีการนำเสนอเนื้อหาใน Content จะต้องเน้นที่ประโยชน์ของผู้อ่านให้รู้สึกว่าไม่เสียเวลาในการคลิกเข้ามาชมข้อมูล มีเนื้อหาที่อ่านง่าย ส่วนที่เกี่ยวกับกลไกหรือข้อมูลเชิงเทคนิคก็ลงรายละเอียดได้อย่างถูกต้อง

และหากมีการเชื่อมโยงลิ้งค์อ้างอิงทั้งสู่เว็บไซต์ภายนอกของต่างประเทศหรือหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ตัวเองที่ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจให้แก่ผู้อ่านก็จะยิ่งสร้างคุณค่าให้กับ Content ยิ่งขึ้น

(2)ส่วนของ เทคนิคเชิงคอมพิวเตอร์

ส่วนนี้เป็นสิ่งที่นักโปรแกรมเมอร์สามารถให้คำแนะนำได้ดี เช่น การ สร้าง Cache ทำให้ใช้เวลาในการดาวน์โหลดดาต้าน้อยลง การปรับขนาดพิกเซลของรูปให้เหมาะสมกับหน้าจอมือถือ เพื่อสัมพันธ์กับการใช้งานจริงของนักท่องเว็บส่วนใหญ่ ก็จะทำให้เว็บไซต์ SEO ดาวน์โหลดได้เร็วยิ่งขึ้น

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 ควรมีอะไร

จะเห็นได้ว่าการปรับโฉมเว็บไซต์ SEO ในปี 2019 ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ผลิตผลงานทั้ง Content และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น