วิธีสร้างบล็อกพร้อมกับทำ SEO ให้เว็บขายดี

ขายของโดยใช้ SEO

หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานการทำบล็อกมาก่อน ตอนนี้อยากทำบล็อกขึ้นมาเพื่อธุรกิจ ไม่ต้องกังวลว่าจะจับต้นชนปลายไม่ถูก ลองอ่านบทความนี้และทำตามทีละขั้นตอน คุณทำบล็อกเองได้แน่นอน พร้อมกับการทำ SEO ควบคู่ไปด้วย ช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจของคุณเข้าตาลูกค้าอย่างรวดเร็ว ปั๊มยอดขายเติบโตได้ตามต้องการ มาเริ่มกันเลย

คุณต้องการโพสต์เนื้อหาบทความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อโปรโมทให้ลูกค้าทราบว่าคุณขายอะไร แนวทางการเขียนบล็อกเอื้อต่อการใช้เครื่องมือค้นหา เพราะทุกโพสต์ของบล็อกเป็นหน้าเว็บใหม่ เมื่อใช้คีย์เวิร์ดค้นหาจะดึงบล็อกขึ้นมาแสดงผลได้ง่าย มีประโยชน์ต่อการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหา เมื่อค้นพบสิ่งที่ต้องการรวดเร็วและสะดวก ผู้ใช้เว็บไซต์เกิดความพึงพอใจย่อมจะเข้ามาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

Keyword On Title สำคัญไฉน

ก่อนอื่นจะต้องศึกษาเรื่องคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าใช้ในการค้นหาสินค้าให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ของคุณ จากนั้นใส่คำขยายลงไปเป็นกลุ่มคำที่อธิบายนิยามของสินค้าละเอียดมากขึ้น ทุกวันนี้การทำ SEO ควบคู่ไปกับบทความจะต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะกูเกิลจับตามองมากขึ้น การใส่คีย์เวิร์ดคำเดียวมากกว่า 3-4 ครั้งทั่วบทความ ถือว่ามากเกินไปและแสดงเจตนาจะผลักดันเว็บขึ้นหน้าแรก ซึ่งกูเกิลจะไม่พิจารณาให้บทความนั้นผ่าน เพราะการทำ SEO ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม อาจมีมาตรการลงโทษเว็บไซต์ของคุณด้วย

วิธีแก้ไขง่ายๆ โดยเพิ่มคำขยายให้กลายเป็นกลุ่มคำ แล้วสร้างหัวข้อย่อยให้เชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดหลัก เมื่อโพสต์บล็อกแต่ละโพสต์แล้วอาจติดแท็กในหน้านั้นให้เชื่อมโยงไปยังหน้าที่ใช้คีย์เวิร์ดหลัก เกิดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคำและคีย์เวิร์ดหลัก มีผลต่อการจัดอันดับ SEO โดยไม่เสี่ยงทำผิดกฎและถูกกูเกิลลงโทษเว็บไซต์ เจ้าของธุรกิจควรทบทวนการทำบล็อกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อหาวิธีสร้างจุดเด่น เพราะสิ่งสำคัญของการทำบล็อกคือมีคนติดตามอ่านและผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้น การทำให้เว็บติดอันดับในกูเกิลเป็นขั้นตอนหนึ่งในการโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเท่านั้น เนื้อหาบทความที่มีคุณภาพและกลุ่มเป้าหมายสนใจจะดึงดูดให้คนเข้ามาหา ส่วนการทำ SEO จะช่วยให้ลูกค้าเริ่มสังเกตเห็นและคลิกเข้ามาดู ถ้าไม่ถูกใจก็จะไม่กลับมาใช้งานอีก

Cycle SEO Life

แบ็คลิงค์ยังเป็นเรื่องจำเป็น

การสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดียเป็นการระดมความคิดทุกรูปแบบเพื่อดึงดูดผู้ใช้เข้ามายังเว็บไซต์และบล็อกของคุณ ตอนเริ่มต้นอาจแลกลิงก์กับธุรกิจท้องถิ่นอื่น ๆ หรือแชร์บล็อกโพสต์กับ Twitter, Facebook, Google และ Instagram บล็อกเกอร์บางคนอาจอยากเป็นพันธมิตรขอใช้พื้นที่บล็อกของคุณเพื่อโพสต์บทความเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันหรือข่าว ลองหาทางเชื่อมโยงกับบล็อกเกอร์อื่น ๆ หรือธุรกิจอื่นในวงการเดียวกันเพื่อเชื่อมโยงลิงก์คุณภาพกลับมายังเว็บไซต์ของคุณ

ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์และบล็อกมีแพตเทิร์นสำเร็จรูปให้นำไปใช้ฟรีมากมาย หากยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนดี ลองเปิดเข้าดูบล็อกสินค้าของคู่แข่งที่ขายดี เรียนรู้วิธีการของเขาว่ามีจุดเด่นอย่างไร แล้วค่อยนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของเรา พร้อมกับพัฒนาให้ดีขึ้น การจัดลำดับความสำคัญของธุรกิจมาก่อน จากนั้นเป็นเรื่องการทำ SEO ซึ่งจะเป็นคู่มือสำคัญที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ดีที่สุด

แนะนำการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจที่มีทุนจำกัด

โปรโมทด้วยการทำ seo

เจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพมักจะมีความกังวลหลายด้าน ทั้งการแข่งขันในตัวสินค้า แรงกดดันจากคู่แข่ง ตลอดจนข้อจำกัดต่างๆ ทำให้อยากลงทุนเต็มร้อย แต่งบประมาณที่มีอยู่น้อยจึงทำได้ไม่เต็มที่ การจ่ายค่าโฆษณาใช้เงินก้อนใหญ่แต่ไม่ได้ลูกค้าเข้ามามากขึ้นอย่างที่คาดหวัง ยังมองทางออกไม่เห็นว่าจะทำอย่างไรถึงจะใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด การทำ SEO เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วย โปรโมทเว็บไซต์ ให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากการแสดงผลในหน้าแรกทำให้ผู้ค้นหาเข้ามาเจอสินค้ารวดเร็ว มีโอกาสปิดการขายก่อนจะไปเจอคู่แข่งที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เดียวกัน แต่จะทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้เสียเวลาการทำธุรกิจและพัฒนาปรับปรุงด้านอื่นๆ มาดูวิธีการกัน

การทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพ

1.รู้จักความต้องการของลูกค้า

การทำตลาดผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการ ต้องมีการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าอยู่แล้ว เพื่อให้รู้ว่าลูกค้ามีความต้องการอย่างไร ทั้งภาพรวมและความสนใจอย่างเฉพาะเจาะจง เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้วนำมาเป็นพื้นฐานในการเขียนบทความสร้างคอนเทนต์ให้เหมาะสมและถูกใจ นอกจากเข้าถึงลูกค้าบนโลกออนไลน์ได้แล้ว ยังเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และโน้มน้าวให้ลูกค้ามีความต้องการซื้อมากขึ้นด้วย

2.เนื้อหาและการนำเสนอดึงดูดใจ

ที่จริงแล้วการทำ SEO ด้วยการใส่คีย์เวิร์ดในบทความไม่ได้มีเคล็ดลับหรือยุ่งยากอะไร เพียงสร้างเนื้อหาที่ดี น่าสนใจ ภาษาน่าอ่าน และมีหลากหลายเรื่องราว ไม่ซ้ำซากน่าเบื่อ ที่สำคัญคือเนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับสินค้า พร้อมทั้งแทรกคีย์เวิร์ดเข้าไปอย่างแนบเนียนเพื่อเชื่อมโยงกับคำค้นหาในกูเกิ้ลช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็สร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้คนสนใจสินค้าของคุณมากยิ่งขึ้น บทความที่สร้างความประทับใจทำให้คนติดตามอ่านและแชร์กันออกไป ส่งผลดีต่อธุรกิจขนาดเล็กให้ได้แจ้งเกิดในโลกออนไลน์โดยไม่ต้องทุ่มงบประมาณการโฆษณากับสื่อต่างๆ ที่มีราคาแพง

3.เลือกคีย์เวิร์ดที่หาง่าย

การเลือกคีย์เวิร์ดเป็นทักษะสำคัญอย่างหนึ่ง ต้องรู้จักคำหลักและคำรองที่ช่วยในการเข้าถึงเป้าหมายหลายระดับ เช่น “เสื้อผ้ากีฬา” “เสื้อผ้ากีฬา สำหรับผู้ชาย” “เสื้อผ้ากีฬา สำหรับผู้ชาย ลดราคา” ทั้งสามคำเป็นคีย์เวิร์ดที่ให้การแสดงผลแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยคำว่า เสื้อผ้ากีฬา เป็นคำที่ใช้ในวงกว้าง เมื่อเพิ่มเรื่องลดราคา จะจำกัดวงแคบเข้ามา แสดงว่าผู้ซื้อสินค้าไม่จำเป็นต้องได้ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวใหม่ล่าสุด โดยมีปัจจัยเรื่องราคาประหยัดเข้ามาเสริม ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงมากขึ้น

4.การเชื่อมโยงลิงก์

ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงลิงก์จากเว็บไซต์หรือหรือการเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก , ไลน์และอินสตาแกรม มีส่วนช่วยสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ทำให้เว็บไซต์ปรากฏในสายตาผู้คนมากขึ้น เกิดผลดีโดยเฉพาะธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัด หากยอดวิวสินค้ามากและเกิดการแชร์ จะช่วยเพิ่มยอดการเข้าถึงได้มาก และแนะนำสินค้าได้ง่ายเพราะเป็นการแนะนำจากคนรู้จักบอกต่อกันมา สร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้นอีกระดับ นับเป็นเทคนิคดีๆ เหมาะกับผู้เริ่มต้นธุรกิจทุกราย

แนะนำการทำ SEO

การตลาดบน Search Engine ยังคงจำเป็นอยู่เสมอ

seo การตลาด

ถึงแม้ว่าในยุคนี้โซเชียลเน็ตเวิร์คอย่าง Facebook Instagram LINE จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีผู้ใช้บริการเยอะเป็นจำนวนมาก ยิ่งในประเทศไทยนั้นการตลาดผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ถือว่ามีการแข่งขันสูงยิ่ง แม้มันจะมีสิ่งใหม่ใหม่เข้ามาตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเรื่อยเรื่อย แต่การตลาดใน Search Engine อย่าง Google เองก็ยังคงจะเป็นอยู่เช่นเดิม ยากที่จะปฎิเสธว่ากลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ตรงจุดจริงๆนั้น จะมีการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิ้นด้วยคำค้นหาหลัก

อย่างเช่น ผู้ซื้อต้องการหากระเป๋ามือสองราคาถูก เขาจะทำการค้นหาบน Google ว่า “กระเป๋ามือสองราคาถูก” แบบนี้เป็นต้น หากเว็บไซต์ของเราติดอันดับหนึ่งในสาม ของคีย์เวิร์ดเป้าหมาย โอกาสที่จะได้ลูกค้าจะมีมากขึ้น นี่คือการตลาดที่ตรงจุดมากที่สุด ไม่เหมือนการทำตลาดบนโซเชียลมีเดีย ทร่จะต้องมีการหว่านสักหน่อย แล้วก็ถัวเฉลี่ยได้ลูกค้ามาเพียงหยิบมือเดียว

นักการตลาดออนไลน์ ต้องเก่งทุกด้าน

เก่งทุกด้าน

ถ้าเราเป็นนักขายของออนไลน์ เราควรจะรู้จักทำไปทั้งสองแบบ ทั้งตลาด Search และ Social อย่าทำเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้นเพราะความเสี่ยงถือว่าสูงมาก แม้แต่การตลาดบนเว็บค้นหาเองหากว่าเราทำการตลาดเพียงช่องทางเดียว อาจจะทำในรูปแบบ SEO วันนี้อันดับดีขึ้น เราก็จะขายได้ แต่หากอันดับแย่ลงเราก็จะขายไม่ออกเลย จึงจำเป็นเราต้องหาแหล่งลู่ทางอื่นที่จะเพิ่มลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงของตลาดเสร็จเอนจิ้นที่มีการผันผวนอยู่ตลอดเวลา การลง Adwords บางทีเราลงไปไม่คุ้มเสีย จึงต้องใช้วิธีหาการทำรูปแบบสื่อออนไลน์หลายหลายรูปแบบ

ใครที่บอกว่า Search Engine ไม่จำเป็นแล้ว ให้เขาพูดไป แต่เราอย่าได้มองข้ามหรือเชื่อตาม เสิร์ชเอนจิ้นยังคงได้กลุ่มลูกค้าตรงมากที่สุดอยู่เสมอ

เว็บลงประกาศฟรีสมัยนี้ ช่วยเรื่องอันดับเว็บดีอยู่ไหม ?

กลุ่มเว็บซื้อขายของไทย

สมัยก่อนที่เว็บประกาศฟรีจะโด่งดัง การทำเอสอีโอสมัยนั้นเราจะนิยมไปทำในพวกเว็บ Pligg หรือก็คือพวกโซเชียลบุ๊คมาร์คต่างๆ การทำสมัยนั้นเพียงแค่เราสร้างโดเมนขึ้นมา ลง script โซเชียลบุ๊กมาร์คแล้วก็มีการ promote เว็บทำเงิน กระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าโซเชี่ยลบุ๊คมาร์คที่เราสร้างขึ้น เปรียบเสมือนการทำ PBN ส่วนตัวนั่นเอง จนมาถึงยุคเว็บโซเชียลบุ๊คมาร์คเริ่มลดความนิยมลง คนเริ่มหันมาโพสตามเว็บไซต์ประกาศฟรีมากยิ่งขึ้น มีผู้ให้บริการเว็บประกาศฟรีเกิดขึ้นจำนวนมาก คงเป็นเพราะต้องการให้มีคนติดต่อมาลงโฆษณาแบนเนอร์กับเว็บของตัวเองจึงเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ลงโพสต์โฆษณาฟรีกันเป็นจำนวนมาก

และสุดท้าย เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป พฤติกรรมคนในปัจจุบันย่อมทำการตลาดผ่านการค้าขายบน Facebook ตามกลุ่มซื้อขายต่างๆ ซึ่งจะเข้าถึงคนได้ดีกว่า กลุ่มเว็บประกาศฟรีจึงเริ่มลดน้อยลงและมีการปิดตัวลงไปเยอะ เหลือเพียงไม่กี่เว็บที่เรารู้จักกัน นั่นคือ kaidee.com หรือ pantipmarket.com การทำอันดับ SEO จากการฝากตามเว็บให้ประกาศฟรีสมัยนี้ อาจจะไม่ได้ผลดีสักเท่าไหร่ เพราะเว็บประกาศฟรีมันก็เป็นเพียงแค่ script เว็บรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

Backlinks ควรมีมาจากหลาย CMS

ถ้าคิดในเรื่องของแบคลิ้งค์จริงๆ เราควรจะมีแบคลิงค์เข้าเว็บของเราจาก CMS หลายรูปแบบ ทั้งในโหมดของมีลิ้งจากเว็บบทความ มีลิ้งค์จากเว็บประกาศฟรี มีลิงค์จากโซเชียลต่างๆ มันจะทำให้เว็บของเราดูเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพในสายตาของอันกอริทึม Google มากกว่าการทำเพียงแต่โครงสร้างเว็บชนิดเดียวเป็นหลัก หากเราทำเว็บเดิมพันกีฬาค่าย vip2541 ก็ควรมีหลายๆรูปแบบลิ้งแทนจากแหล่งพนันอย่างเดียว แน่นอนว่ามันยังคงมีผลในการช่วยทำอันดับได้อยู่หากเราทำในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เยอะจนเกินไป แต่ในทางกลับกัน หากจะคาดหวังอันดับจากเพียงแค่ไปประกาศฟรีมันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว

มันไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีประกาศฟรีให้เราเลือกจำนวนมาก สมัยนี้เว็บไซต์ต่างๆโดนสแปมกันเยอะ โอกาสที่มันจะส่งผลเอสซีโอขึ้นมาอันดับหนึ่งเพียงเพราะแค่มีแบคลิ้งค์จากกลุ่มเว็บซื้อขายฟรีเหล่านี้มันจึงเป็นเรื่องยาก เราควรทำหลายรูปแบบ หลายช่องทาง ทั้งการหาคนเข้าเว็บตรง การกระจายข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย การนำไปเว็บไปฝากลิงค์ และการปรับหน้าเว็บไซต์ให้ตอบสนองผู้ใช้ ทั้งหมดนี้จะทำ SEO เว็บของเราดีขึ้นอย่างมาก ดีกว่าการทำและหวังเพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ซึ่งมันขัดแย้งกับความเหมาะสมในยุคปัจจุบัน

สร้างลิ้งจากเว็บซื้อขายฟรี

โปรโมทเว็บให้ดังเปรี้ยง ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้

โปรโมทเว็บให้ดังเปรี้ยง

หลายคนได้ยินเรื่องการทำ SEO รู้ว่ามีประโยชน์ แต่ไม่มีความรู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะเข้าใจไปว่าการติดอันดับการค้นหาในเสิร์จเอนจินเป็นเรื่องใหญ่ใจความสำคัญของ SEO ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เรื่องอันดับที่สำคัญ อธิบายให้ง่ายที่สุดคือการทำ SEO มุ่งปรับปรุงให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักและชื่นชอบ เมื่อคนค้นหาพบและเข้ามาใช้บริการเกิดความพึงพอใจ เลือกที่จะเข้ามาอ่านเว็บนั้นอย่างต่อเนื่อง เกิดการแชร์และแบ่งปันไปตามช่องทางสื่อต่างๆ รวมทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ทำให้เกิดฟีดแบ็กกลับมาที่เว็บไซต์ของเรามากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการเสนอขายสินค้าและบริการในอนาคต เมื่อธุรกิจต่างๆ ทำเว็บไซต์เพื่อแนะนำสินค้าหรือบริการอยู่แล้ว การศึกษาวิธีพื้นฐานการทำ SEO จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจมากกว่าเดิม แม้จะเป็นมือใหม่มีความรู้ขั้นต้นก็ทำด้วยตัวเองเพื่อให้เว็บติดอันดับดีขึ้นได้เหมือนกัน มีข้อแนะนำดังต่อไปนี้

1. โครงสร้างของเว็บไซต์ เป็นปัจจัยสำคัญทั้งในเรื่องความสวยงาม ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว สิ่งที่ต้องทำเริ่มตั้งแต่การวางแผนตั้ง URL ให้เข้าถึงง่าย ส่วนนี้ถ้าจ้างมืออาชีพทำต้องพูดคุยกันให้เข้าใจ การจัดทำลิงก์และคีย์เวิร์ดที่ดีจะทำให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างครบถ้วน

2. เนื้อหามีคุณภาพ บทความเป็นส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงประเด็นที่ลูกค้าสนใจ พร้อมกับใช้คีย์เวิร์ดเพื่อให้เกิดการแสดงผลเวลาค้นหาด้วย ช่วยให้พบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการอย่างรวดเร็ว ควรมีคีย์เวิร์ดในชื่อบทความและย่อหน้าแรก โดยย่อหน้าแรกต้องเปิดประเด็นให้ตรงจุดว่ากำลังกล่าวถึงอะไร เรียบเรียงให้อ่านง่ายและน่าติดตามอ่าน เนื้อหาไม่สั้นหรือยาวเกินไป ถ้าเน้นการแสดงผลบนหน้าจอมือถือควรปรับความยาวคงเหลือเพียง 2 ใน 3 ของบทความที่แสดงผลบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

3. รูปภาพผลิตภัณฑ์ รูปภาพไม่ใช่แค่ส่วนเสริมในบทความเท่านั้น บางครั้งรูปภาพเดียวก็บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้ คัดเลือกรูปภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม แทรกอยู่ในบทความอย่างเหมาะสม รูปภาพโหลดเร็วและไม่เป็นปัญหาเมื่อต้องโหลดบนอุปกรณ์มือถือ

4. การสร้างลิงค์กับเว็บไซต์อื่น เป็นวิธีการ SEO ให้เกิดการเชื่อมโยงกลับมาที่เว็บไซต์ของเรามีส่วนสร้างความน่าเชื่อถือ แต่จะต้องคัดเฟ้นเฉพาะเว็บไซต์ที่ดีและมีความเกี่ยวข้องเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันเท่านั้น ไม่ควรสร้างลิงค์มากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดหลักเกณฑ์ของกูเกิล

ก่อนทำ SEO ควรศึกษาให้รู้หลายแนว ดูตัวอย่างเว็บอื่นว่ามีเทคนิคอย่างไรให้น่าอ่าน น่าติดตาม ซึ่งจะเป็นทางลัดทำให้สามารถวิธีการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้อยู่ในอันดับที่ดีและเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบใคร ในส่วนของบทความต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเผยแพร่ให้คนอ่าน แล้วคุณจะแปลกใจว่าวิธีการง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้นั้นส่งผลดีต่ออันดับการค้นหาในเสิร์จเอนจินได้มากแค่ไหน

แนวทางสร้าง Ranking ที่น่าสนใจจะต้องเป็นอย่างไร ?

Ranking กับเส้นทางที่ถูกต้อง

เคยมั้ย…ที่บางครั้งทำ SEO แทบตายแต่ก็ไม่เป็นที่สนใจ คาดว่าเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่า ไม่ต้องตกใจไปล่ะ เพราะเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณชำนาญ หรือมีประสบการณ์ไปแล้วจะเป็นเรื่องง่ายมากในการทำ SEO ให้กลายเป็นที่สนใจ น่าค้นหาและน่าติดตาม วันนี้มีเคล็ดลับดีๆ ในการทำ SEO มาฝากกัน

Keyword เป็นคำสำคัญที่เวลาที่ผู้ต้องการข้อมูลทำการค้นหาก็จะเซิร์จด้วยวลี หรือคำเหล่านี้ ก่อนที่คุณจะเขียนจะต้องมีการวางแผน โครงเรื่อง แนวทางของเรื่อง และชื่อเรื่อง เวลาเขียนให้นึกเสมอเลยว่าคีย์เวิร์คที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้หาข้อมูลกันนั้นเป็นอะไร

การนำเสนอ SEO กลับกันลองคิดในแง่มุมของผู้ใช้ คนที่สนใจเข้ามาอ่าน หรือศึกษาข้อมูลว่าต้องการอะไร หรือต้องการทราบเรื่องอะไร ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของบทความ หรือเว็บไซต์จะต้องโปรโมท หรือนำเสนออย่างไร เป็นการตอบโจทย์ของผู้ใช้ ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมมากที่สุด

ทำความเข้าใจกับ คีย์เวิร์ดเพิ่มขึ้นอีกนิด จะช่วยให้ข้อมูล หรือเนื้อหาที่คุณเองต้องการสื่อ เป็นภาษาที่น่าสนใจ น่าอ่าน และน่าติดตาม วางในจุดยุทธศาสตร์ทั้งห้า สำหรับการลงข้อมูลนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องทราบว่า Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาแต่ละส่วนไม่เท่ากัน ซึ่งคีย์จะต้องนำไปใส่ในจุดทั้ง 5 จุดดังนี้

1.หัวบทความ หรือชื่อบทความ
2.คำบรรยายบทความ หรือย่อหน้าแรก
3.หัวข้อต่างๆ
4.รูปภาพประกอบบทความ
5.บทสรุป หรือข้อความทิ้งท้าย ๆ

การสร้างบทความอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เพียงแค่คีย์เวิร์ดอย่างเดียว เนื้อหาจัดเป็นส่วนที่คุณเองต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยปกติแล้วให้ใช้คีย์เวิร์ดเพียงแค่ 2.5% ของเนื้อหาเท่านั้นเอง หากใส่มากจนเกินไป Google จะจับและหาว่าพยายามมากเกินไป

การเขียนบทความ SEO เน้นเรื่องคุณภาพที่ดีที่สุด โดยกำหนดความยาวของบทความอยู่ที่ 300 คำ เป็นขั้นต่ำ แต่ถ้าจะให้แจ๋วเลยบทความเหล่านั้นจะอยู่ 500 คำ ความสดใหม่ของบทความ เน้นความสดใหม่ เขียนเอง ไม่ซ้ำ หรือไปคัดลอกมาจากใคร Google ตรวจเจอนะคุณ ถ้าเขียนและลงก่อนใครเขา แน่นอนว่ายอด Engagement บน Social Media ที่ได้จากการแชร์สูงจนคุณเองจะต้องตกใจอย่างแน่นอน

สรุปได้ง่ายๆ เลยว่าบทความ SEO นั้นจะเน้นเรื่องความสด ใหม่ และไม่เหมือนใคร จะดีมากหากเป็นบทความแรกๆ หรือเป็นหัวข้อที่ไม่เคยมีใครเขียนมาก่อน จะได้รับความสนใจและผลตอบรับที่ค่อนข้างดี ดังนั้นก่อนที่จะเขียนบทความสักเรื่องจะต้องคิดก่อนเลยว่าจะเลือกใช้คีย์อะไร แนวทางออกมาในแนวไหน หากมีการผสมผสานกับคีย์ได้ดี การันตรีได้เลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

SEO ที่อันตราย นักทำอันดับเว็บควรคำนึงไว้

SEO Bad Tactics

Search Engine Optimization มีความสำคัญสำหรับเว็บไซต์ของคุณ หากว่าคุณยังต้องการให้เว็บไซต์เป็นตัวสร้างรายได้ให้กับธุรกิจแล้วละก็ การปรับแต่งหรือใช้งาน SEO ให้กับเว็บไซต์ย่อมไม่อาจจะมองข้ามไปได้ยกเว้นแต่ว่าคุณมุ่งเน้นไปที่การลงโฆษณาหรือการโปรโมตเว็บไซต์ในรูปแบบอื่น เช่น การทำ PPC อย่างการลงโฆษณาใน Google Adwords,Facebook ads ,Bing ads หรือเน็ตเวิร์คโฆษณาอื่นๆ แต่หากคุณยังต้องพึ่งพาการทำ SEO แล้วละก็ให้ระวังสิ่งต่างๆต่อไปนี้เพื่อไม่ให้อันดับของเว็บไซต์ของคุณเกิดปัญหา และมีอันดับที่ดีขึ้นได้

พยายามใช้กลยุทธ์ที่ล้าสมัย SEO มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งเพราะ Google และเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ กำลังอัปเดตอัลกอริทึมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากคุณออกจากเกมไปสักระยะหนึ่งคุณอาจกลายกำลังใช้กลยุทธ์ที่ล้าสมัยไปแล้ว ดังนั้น ตรวจควรตรวจสอบข่าวใหม่ๆในวงการ SEO เป็นประจำ วันนี้ SEO เป็นเรื่องเกี่ยวกับมากกว่าเทคนิคการทำ Backlink เพราะ Google ได้ให้ความสนใจในสภาพแวดล้อมต่างด้วย โดยเฉพาะเนื้อหา คือ เนื้อหาต้องมีคุณภาพสูงและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์สำหรับผู้อ่าน Google สามารถรู้ได้ว่าเนื้อหาของคุณมีคุณภาพหรือไม่

การวิเคราะห์และการติดตามเป้าหมาย หากคุณยังไม่ได้ใส่ใจแม้แต่เรื่องของตั้งค่าการวิเคราะห์เว็บไซต์คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า แคมเปญ SEO ของคุณประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว โปรแกรมวิเคราะห์ Analytics และการติดตามเป้าหมายจะให้ข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเพื่อพิจารณาว่าอะไรที่ใช้งานได้และสิ่งใดบ้างที่ไม่ใช่สำหรับเว็บไซต์ของคุณ การดำเนินงานในกรณีที่ไม่มีข้อมูลนี้คล้ายกับการขับขี่รถยนต์โดยไม่มีกระจกมองหลังคุณจะไม่ทราบสาเหตุที่แคมเปญของคุณล้มเหลวจนกว่าคุณจะเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว

Content is King SEO

ตลาดของคุณ หากมีการแข่งขันสูงเกินไป ต้องคำนึงให้ดี

เมื่อคุณแข่งขันกับเว็บไซต์ที่มีอายุมาก หรือชื่อแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดี ในท้ายที่สุดคุณอาจพบว่าการสร้างการเข้าชมเว็บไซต์ด้วย SEO ทำได้ยากมากจนไม่อาจทำได้และการลงทุนเพื่อทำ SEO จะมีความเสี่ยงต่อความสูญเปล่าได้สูง หากเป็นแบบนี้ควรใช้เทคนิคทางเลือก เช่น การหาทราฟฟิคด้วยวิธีอื่นเช่นการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือการลงโฆษณาจะดีกว่า นอกจากนี้ ปริมาณการค้นหาคำหลักเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในการวัดได้อย่างถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ควรวัดเลย แคมเปญ SEO จำนวนมากล้มเหลวแม้ว่าจะเป็นคำที่มีอันดับดีใน SERP โดยอยี่หน้าแรกหรือแม้แต่อันดับแรกเลยก็ตาม แต่จะมีประโยชน์อะไรหากว่าคำนั้นเป็นคำที่ไม่มีคนค้นหาเลยหรือมีน้อยมาก ดังนั้น โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำหลักแต่ละคำที่คุณกำหนดเป้าหมายมีปริมาณการค้นหาที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเว็บไซต์ของคุณ ก่อนที่คุณจะเริ่มทำงานกับแคมเปญของคุณ

เหตุผลที่ต้องทำ SEO รูปภาพ

SEO รูปภาพ

การทำ SEO เพื่อส่งผลดีให้กับเว็บไซต์ของเรานั้น ถือได้ว่าต้องอาศัยหลากหลายกระบวนการด้วยกัน และในหลากหลายกระบวนการนี้ อาจจะประกอบไปด้วย การทำ SEO ให้กับวีดีโอ การทำ SEO แผนที่ หรือแม้กระทั่งการทำ SEO รูปภาพ ซึ่งทุกอย่างถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการทำ SEO รูปภาพนั้น นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากมาย และผู้จัดทำก็ควรที่จะจัดทำออกมาให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อที่จะควบคู่ไปกับการทำ SEO ในส่วนของเนื้อหา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน

เพราะอะไรถึงต้องทำ SEO รูปภาพ

การทำ SEO ให้กับรูปภาพของเรานั้น ถือได้ว่าเป็นการทำให้ทาง Search Engine ได้รับรู้และเข้าใจด้วยว่า รูปภาพที่เราได้ใส่ลงไปภายในเว็บไซต์ของเรานั้น เป็นรูปภาพอะไรบ้าง และเพื่อเป็นการสร้างโอกาสดี ๆ ให้กับรูปภาพของเราผ่านการค้นหาในแต่ละครั้ง การปรากฏอยู่บนการค้นหาภายในหมวดรูปภาพที่ดีและสวยงาม จะส่งผลทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ และมีโอกาสที่ลูกค้าจะคลิกหรือทำการเลือกซื้อได้มากยิ่งขึ้น

แล้วทาง google จะมองเห็นรูปภายในเว็บไซต์ของเราได้อย่างไร ?

ทางด้าน google กับทาง Facebook นั้น จะสามารถมองเห็นรูปภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าทางด้าน google เองจะมีลักษณะเป็นผู้ที่ตาบอดสี ซึ่งเว็บไซต์ของเรานั้นจะมีสีสันหรือรูปภาพที่สวยงามสักแค่ไหน ทางด้าน google ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ และสิ่งที่ google สามารถเห็นได้ก็คือ ชื่อไฟล์ และ Code ที่เราได้ใส่ลงไปในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอยู่ด้านหลังของภาพเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามทำให้ google ได้เข้าใจว่าภาพของเรานั้นคือภาพอะไร แต่สำหรับ Facebook แล้ว มักจะมีตัว bot ของ Facebook ซึ่งทำให้ Facebook สามารถมองเห็นสีสันรูปภาพที่เราได้โพสลงไปได้ รวมไปถึงสามารถคาดเดาได้ว่าภาพของเรานั้นคือภาพอะไร และรูปภาพไหนที่เป็นภาพ Hard sale โดยรูปภาพแต่ละรูปภาพมักจะได้คะแนนการเข้าถึงที่ไม่ค่อยเท่ากัน

การทำ SEO รูปภาพนั้น จึงกลายเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะทางด้าน google และ Facebook กลับมองเห็นภาพได้ไม่เหมือนกับที่ตาของคนเราเห็น ถึงแม้ว่า Facebook จะสามารถมองเห็นสีสันหรือเข้าใจพร้อมทั้งคาดเดารูปภาพได้มากกว่า google ก็ตาม แต่ถ้าหากขาดการทำ SEO ให้กับรูปภาพเมื่อไหร่ การโพสในแต่ละครั้งของคุณนั้น อาจจะไม่มีศักยภาพมากพอที่จะส่งผลต่อ SEO ได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือแม้กระทั่งการให้คะแนนรูปภาพแต่ละภาพ ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นแล้วทางที่ดี เราควรทำ SEO รูปภาพให้ดี ถูกต้อง และมีความเหมาะสม เพื่อที่จะเชื่อมโยงเข้ากับ google และ Facebook ได้เป็นอย่างดี

การทำ Off-page SEO ให้กับเว็บไซต์

การทำ Off-page SEO ให้กับเว็บไซต์

ในเมื่อ SEO คือสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ หรือ ผู้ที่ต้องการประกอบกิจการ ต่อให้เว็บไซต์นั้น ๆ จะดีหรือไม่ดีมาตั้งแต่ต้น แต่การปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์ รวมไปถึง SEO ย่อมส่งผลดีและทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ไอเดียพร้อมทั้งความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ SEO จึงกลายเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก โดยผู้จัดทำเว็บไซต์หรือผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนใหญ่จะต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถนำความรู้ที่มีมาทำการต่อยอดได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสำหรับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในวันนี้ เราขอนำเสนอเรื่อง การทำ Off-page SEO

Off-page SEO คืออะไร ?

การทำ Off – page SEO เป็นการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ ซึ่งส่วนต่าง ๆ ที่ว่านี้เราจะไม่สามารถทำการควบคุมผ่านหน้าเว็บของเราได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่เราจะทำให้เว็บดัง ๆ ส่วนใหญ่ทำการลิงค์มาที่เว็บของเรา หรือการทำปุ่มให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดียได้อย่างง่าย ๆ เป็นต้น และด้วยเหตุนี้เองการทำ Off-page SEO จึงกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก

สิ่งที่คุณจะต้องทำผ่านการทำ Off-page seo

พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้ได้มากที่สุด – คุณจะต้องนำเสนอตนเองออกมาเพื่อให้กลายเป็นที่รู้จักภายในวงการ ซึ่งในกรณีนี้คุณจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณด้วย สิ่งที่คุณควรระวังก็คือ คุณไม่ควรขายของทันที และควรที่จะเป็นผู้ให้ก่อนเสมอ

หาทางในการฝากร้านหรือฝากลิงค์ – สำหรับวิธีการนี้ถือได้ว่าเป็นวิธีการที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก และสามารถทำได้กันอย่างถ้วนหน้า การฝากร้านถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ง่าย แต่ถ้าหากจะให้ดีจริง ๆ คุณควรเลือกฝากเฉพาะคนที่เค้าสนใจในตัวคุณเท่านั้น แทนที่คุณจะสุ่มมั่วไปหมด ให้เปลี่ยนมาเป็นเลือกเฉพาะที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวคุณเท่านั้น

หัดลองทำ Partnership ให้เป็น – คุณควรที่จะลองทำการลิสเฉพาะเว็บรีวิวร้านอาหาร , บล็อกเกอร์ประเภทสายชิม เป็นต้น แล้วทำการส่งอีเมล์หรือทำการแอดเฟสบุ๊ค เพื่อที่จะแนะนำตนเองและพูดคุยดูว่าพวกคุณจะสามารถทำการแลกเปลี่ยนอะไรกันได้บ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก เนื่องจากเว็บไซต์รีวิวหรือแม้กระทั่งบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ มักจะต้องการค้นหาคอนเทนต์ดี ๆ ที่แตกต่างมาทำการนำเสนออยู่แล้ว เพียงแค่นี้เราก็จะได้ลิงค์ที่มีคุณภาพจริง ๆ มาเชยชมแล้ว

เนื่องจาก SEO มีเนื้อหาและขั้นตอนที่เยอะแยะมากมาย อีกทั้งหลากหลายเทคนิคและวิธีการที่จะสามารถช่วยผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้มีอันดับที่ดีขึ้นได้ การทำ on-page seo หรือแม้กระทั่ง off-page seo ก็ตาม จึงกลายเข้ามามีบทบาทสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดในการจัดทำเป็นอย่างยิ่ง

มารู้จักกับคำว่า SEO กันเถอะ (มือใหม่เข้ามาอ่าน)

Basic Search Engine Optimization

เชื่อเลยว่าสำหรับยุคโซเชียลไม่ว่าใครต่างคุ้นหู และได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ SEO อย่างบ่อยครั้งแน่นอน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทุกวันนี้หลายคนได้ให้ความสนใจและเรื่องราวเกี่ยวกับ SEO กันมากขึ้นแล้วความหมายที่แท้จริง ของ SEO คืออะไร มีหลักการอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป เพราะทางเราได้ศึกษาและรวมรวบสาระความรู้เหล่านั้นมาให้ศึกษากัน

ความหมายของ SEO

การทำ SEO แท้จริงแล้วเป็นการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ชนิดหนึ่ง ที่สามารถดึงดูดความสนใจสำหรับผู้ที่พบเห็นได้ค่อนข้างดี และรวดเร็วเลยทีเดียว โดยอาศัยหลักการหรือเทคนิคต่างๆ ในการปรับปรุง เว็บไซต์ เพื่อให้เว็บเหล่านั้นติดอันดับต้นๆ ในการเข้ามาเยี่ยมชม หรือทำการศึกษาข้อมูล ซึ่งทางด้านซ้ายของเว็บเสิร์ช ผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือกำลังหาข้อมูล สามารถดำเนินการด้วยการค้นหาด้วย คีย์เวิร์ด ที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้า หรือว่าข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์

หลักการตลาดของ SEO

ในการทำ SEO กับการตลาดนั้นเป็นของที่จำเป็นอย่างมากที่คุณเองจะต้องให้ความสำคัญและมีการศึกษาเพื่อที่จะได้เข้าใจอย่างแท้จริง เนื่องจาก SEO เป็นส่วนหนึ่งของการตลาด และจะประสบความสำเร็จได้จะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดเป็นหลัก Search Engine Optimization เป็นการตลาดบนโลกอินเทอร์เน็ต โดยที่ผู้ทำการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีความอดทนเพราะการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องอาศัยเวลา ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และความชำนาญการค่อนข้างเยอะพอสมควร ไม่เพียงเท่านี้คุณเองยังต้องมีการ ติดตามความเคลื่อนไหว ข้อกำหนด ข้อเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเสิร์ชเอนจิ้น อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้พัฒนาและมีการปรับเปลี่ยน แก้ไขส่วนเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพและมีความน่าสนใจมากขึ้น

จากที่ได้กล่าวมานั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม และเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่จำต้องให้ความสนใจ เกี่ยวกับหลักการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ใน การทำ SEO ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้เว็บไซต์ที่คุณสร้างขึ้นมาเอง ดูแล และมีการแก้ไข ปรับปรุงจะได้รับ Traffic จากผู้ที่ใช้เสิร์ชเอนจิ้นในการค้นหาข้อมูล เพราะยิ่งเว็บไซต์อันดับสูงๆ ก็จะส่งผลต่อการคลิกมากขึ้น และเป็นที่รู้จักมากขึ้นทำให้เกิดยอดขายเป็นต้น.ที่สำคัญไปกว่านั้นข้อมูลในเว็บ รวมถึงรูปแบบจะต้องมีความน่าสนใจ สะดุดตา และเป็นที่น่าจดจำ สำหรับการทำ SEO ให้ติดอันดับนั้นเป็นจุดสำคัญที่ไม่ว่าใครต่างต้องการ เดิมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีคนเข้ามาคลิ๊ก ศึกษาข้อมูล หรือให้ความสนใจ แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องยาก โดยผู้ทำจะต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ หมั่นศึกษาแนวทางและนำไปประยุกต์ให้มีความน่าสนใจ เพียงเท่านี้เองค่ะเชื่อเลยว่าเว็บของคุณจะกลายเป็นที่สนใจในเวลาสั้นๆ เลยทีเดียว อย่าท้อที่จะศึกษา หรือปรับเปลี่ยนแก้ไขเสียล่ะ