เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในปี 2020

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในปี 2020

SEO หรือ search engine optimization เป็นตัวกรองคุณภาพของเว็บไซต์ที่อยู่ในฐานข้อมูลของ Google เมื่อมีการปรับแต่งทั้งด้านโครงสร้างและลิงก์เชื่อมโยง การอัปเดตบทความใหม่ ๆ ฯลฯ ก็จะทำให้ระบบ AI ของ Google มาเก็บข้อมูลไปประมวลผลเพื่อจัดอันดับได้อย่างรวดเร็ว

ในเบื้องต้น ขอให้ผู้ทำเว็บไซต์เข้าไปที่ Google search console เพื่อทำการ login และยืนยันตัวตน ใส่ domain name ที่ต้องการให้ Google ตรวจสอบการทำ SEO และทำการเรียนรู้การใช้งานฟังก์ชั่นนี้ เพื่อให้เห็นสถิติและผลการวิเคราะห์คุณภาพด้านต่าง ๆ เพื่อการต่อยอดที่เป็นประโยชน์ในระยะต่อไปด้วย

การทำ SEO ในปี 2020 ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้

1. การเลือก keyword ที่คนนิยมใช้

Keyword หรือคำสำคัญในการเขียนบทความ ผู้ที่จะทำ SEO ต้องศึกษาสถิติว่าผู้ที่ใช้ Google ในช่วงนั้น ๆ นิยมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการด้วยคำใดบ้าง ซึ่งในระยะหลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์แนะนำว่าจะต้องทำเป็นคำที่ยาวและมีความหมายเจาะจงขึ้น หรือเรียก Niche Long-tailed keywords เช่น คุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับรีสอร์ต ต้องใช้คำสำคัญว่า ที่พักแนวธรรมชาติ รีสอร์ต ราคาถูก สุนัขพักได้ ประจวบคีรีขันธ์ แทนการใช้คำว่า รีสอร์ต สั้น ๆ แบบความหมายกว้างที่เดิมนิยมกัน

2. การทำบทย่อ meta-description

บทย่อเป็นเทคนิคดึงดูดใจผู้อ่านให้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์ ซึ่งต้องมีการฝึกฝนฝีมือการเขียนให้กระชับและได้ใจความใน 100 คำ ทั้งต้องเลือกภาษาเขียนที่สื่อสารได้ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย จึงจะทำให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล เมื่อมีผู้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์เพิ่มขึ้น ก็เท่ากับเพิ่ม traffic และค่า CTR หรือ click through rate ที่ทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วย

3. การใส่รายละเอียดรูป

รายละเอียดภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพราะระบบ AI ของ Google เปรียบเหมือนคนตาบอดสี การใส่คำอธิบายรูปว่าเป็นสีอะไร เป็นภาพที่ไหน ใครทำอะไรอยู่ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม จะทำให้ระบบ AI นำไปวิเคราะห์เพิ่มคะแนนอันดับ SEO ได้อย่างมาก

การทำ SEO ตามที่กล่าวมา จะทำให้เว็บไซต์ได้ประโยชน์ ดังนี้

1. แบรนด์ได้รับความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเว็บไซต์อันดับ 1-5 ของหน้าแรก จะมีการคลิกเข้าชมมากและสั่งซื้อของตามไปด้วย

2. ประหยัดค่าใช้จ่ายโฆษณา การสร้างความจดจำให้ผู้บริโภคด้วย SEO จนเว็บไซต์ขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ไม่ต้องเสียเงินจ้างประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาใด ๆ

3. เพิ่มลูกค้าต่างชาติ หากทำเป็นเว็บไซต์ระบบสองภาษา เช่น ไทย-อังกฤษ ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-จีน ก็เท่ากับคุณเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างประเทศได้แบบไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่

จะเห็นได้ว่า SEO เป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น เพียงศึกษากลยุทธ์ในการทำและอาศัยระยะเวลาในการสะสมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าประจำและมีลูกค้าใหม่มากขึ้นแน่นอน

การทำ SEO ในปี 2020 ต้องให้ความสำคัญ

ชวนทำความรู้จัก Rank Math SEO

ชวนทำความรู้จัก Rank Math SEO

Rank Math SEO จัดเป็น plugin ชนิดหนึ่งที่นิยมมากในระยะหลัง เพราะช่วยในการทำงานพัฒนาเว็บไซต์ SEO ได้ใกล้เคียงกับ plugin Yoast SEO ที่นักการตลาดออนไลน์ทั่วไปรู้จัก แต่ Rank Math SEO มีประสิทธิภาพมากกว่า Yoast SEO เวอร์ชั่นฟรี ในหลายด้าน ได้แก่ การคุณสมบัติการทำงานที่เข้ากับ WooCommerce ที่ช่วยให้การจัดระเบียบสินค้าลงตะกร้าของลูกค้าของร้านช้อปปิ้งออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น รวมถึงการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายและค่าขนส่งต่างๆ มีความแม่นยำตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็วของผู้ใช้งาน

ประโยชน์ของ Rank Math SEO

นอกจากนี้ Rank Math SEO ยังสามารถช่วยตรวจสอบความผิดพลาด หรือ Error 404 ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่คนทำเว็บไซต์ส่วนใหญ่ และยังประหยัดเวลาในกรณีที่ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านหลายช่องทาง เพราะจะช่วยแสดงหน้าจอตัวอย่างเมื่อมีการแชร์เว็บไซต์ไปที่แพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Facebook ได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ที่สนใจใช้ Rank Math SEO สามารถดาวน์โหลดการใช้งานได้ฟรี หลังติดตั้งแล้วให้เลือกตั้งค่า Activate Rank Math SEO เพื่อให้ระบบเช็คในเบื้องต้นว่า เครื่องของคุณใช้ปลั๊กอินตัวอื่นอยู่หรือไม่ ซึ่งดังที่กล่าวไปแล้ว ว่าคนทำเว็บไซต์ส่วนใหญ่ จะใช้ Yoast SEO ดังนั้น ไม่ต้องกังวลใจไป หากคุณใช้ Yoast SEO มาโดยตลอด เพราะ Rank Math SEO จะดึงข้อมูลที่มีหรือ Import เชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้รวดเร็วพร้อมใช้งานมากขึ้น

หลังจากการ Import ข้อมูลเสร็จแล้วนั้น Rank Math SEO จะให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์กำหนดโลโก้ ซึ่งไม่ควรใหญ่เกิน 1920×1080 pixel และกำหนดรูปภาพของเว็บไซต์ที่เป็นค่าพื้นฐานแบบ default ซึ่งจะถูกนำไปใช้แทนรูปโลโก้ เมื่อมีบทความโพสต์ใน Google

กรณีที่ต้องการเชื่อมต่อกับ Google search Console ที่ช่วยในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์คุณ ว่าหลังการทำ SEO แล้ว เข้ากับหลักเกณฑ์ของ search engine มากเพียงใด ก็สามารถตั้งค่าได้อย่างรวดเร็ว โดยคลิกที่คำว่า Get authorization code แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบบขึ้นข้อความ กด SAVE ให้เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่การตั้งค่าต่อไป

ในส่วนของ sitemaps ที่เทียบได้กับสารบัญของเว็บไซต์เพื่อให้ระบบ algorithm ของ Google มาเก็บข้อมูลสามารถตั้งค่าให้เป็น ON ได้ รวมถึงเลือกหัวข้อ include image เพื่อให้รูปภาพในแต่ละเพจของเว็บไซต์คุณถูกเก็บไปวิเคราะห์และประมวลผลได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน อย่าลืมว่าการทำ SEO ไม่ใช่เพียงแค่การทำกับบทความหรือโครงสร้างเว็บไซต์เท่านั้น ยังรวมถึงส่วนของรูปภาพที่ปกติแล้วถ้าใช้ Yoast SEO จะต้องไปปรับเพิ่มแก้ไขคีย์เวิร์ดที่ alt text

จะเห็นได้ว่า การทำงานของ Rank Math SEO มีความน่าสนใจและมีความแตกต่างจาก Yoast SEO อยู่หลายอย่าง เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้ทุกท่านศึกษาการใช้งาน Rank Math SEO เพื่อต่อยอดทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของ Rank Math SEO

การทำ SEO กับรูปภาพประกอบเว็บไซต์

การทำ SEO กับรูปภาพประกอบเว็บไซต์

การทำ SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เว็บไซต์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักเกณฑ์ที่ Google กำหนด ซึ่งหากได้ทำ SEO กับอีกหลายองค์ประกอบภายในเว็บไซต์ ก็จะทำให้ได้คะแนนการจัดอันดับที่ดีชัดเจน

การทำ SEO กับภาพประกอบในเว็บไซต์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกัน ดังนี้

1. ใช้รูปภาพที่เข้ากับเนื้อหาบทความมากที่สุด เพื่อการสื่อสารถึงผู้อ่านที่ชัดเจน ควรใส่ keyword ของบทความนั้น หรือหัวข้อที่เด่นชัด ลงในรูปภาพประกอบเสมอ เพื่อให้ระบบ algorithm วิเคราะห์อันดับ SEO ได้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยไม่จำเป็นต้องใส่รูปในทุกย่อหน้าก็ได้ แต่ควรมีประกอบ ทุกๆ 200-300 คำจะดีที่สุด

2. ต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์รูปภาพจากแหล่งใดๆ เพราะจะถูกแบนได้ ทั้งนี้ มีเว็บไซต์หลายแห่งอนุญาตให้ใช้ภาพได้ฟรี เช่น Pixel, Pixabay หรือบางเว็บไซต์ก็ให้ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนนำมาใช้ และยังมีภาพสวย ๆ อีกจำนวนมากที่จะต้องทำการซื้อผ่านเว็บไซต์นั้น ๆ ก่อนใช้ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามมา หากคุณเรียนรู้การใช้โปรแกรม Photoshop ที่ทำภาพด้วยตัวเองได้ สามารถที่จะปรับแต่งภาพถ่ายฝีมือคุณเองโดยที่ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ตามมาแน่นอน และจะทำให้การจัดอันดับ SEO ได้คะแนนที่สูงขึ้นตามไปด้วย

3. ปรับขนาดไฟล์ภาพให้เหมาะสม อย่าลืมว่าระยะเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลของภาพสินค้าประกอบในบทความสำคัญต่อความรู้สึกผู้อ่าน หากเป็นการเช่าพื้นที่ Server หรือโดเมนที่มีหน่วยความจำน้อย หรือ shared hosting จะมีการแย่งทรัพยากรกันระหว่างร้านค้าออนไลน์อย่างมาก ทำให้ผู้อ่านใช้เวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานมากขึ้น สร้างความไม่ประทับใจ และอาจทำให้สูญเสียโอกาสขายสินค้าตามไปด้วย ทางที่ดี ให้ปรับความละเอียดภาพน้อยกว่า 1000 px ไว้

4. ตั้งชื่อไฟล์ภาพให้เหมาะสม หลายคนอาจไม่ทราบว่าควรใช้ keyword ตั้งชื่อไฟล์ภาพ โดยใส่รายละเอียดให้มากที่สุด เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด ลงไปให้ครบถ้วน จะมีผลต่ออันดับการสืบค้นที่เพิ่มขึ้นตามมาได้ หากเป็นรูปคนควรใส่เชื้อชาติ สีเสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบที่ถืออยู่ในมือ ลงในชื่อไฟล์ด้วย เพราะระบบ algorithm จะนำไปประมวลว่าภาพนั้นสื่อสารถึงอะไรบ้าง เมื่อมีผู้ใช้งานพิมพ์ใน Search Google ก็จะมีโอกาสพบภาพและบทความของคุณได้ในหน้าจอแสดงผลมากขึ้นได้ การเห็นภาพก็จะเพิ่มโอกาสที่คนจะคลิกเข้ามาอ่านข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณตามไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้กับรูปภาพ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหากคุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณเพิ่มอันดับ SEO เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ควรเร่งศึกษาเทคนิคให้ละเอียด ซึ่งเชื่อว่าจะเพิ่มยอดการขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การทำ SEO กับภาพประกอบในเว็บไซต์

Plugin อะไรที่ควรติดตั้ง เมื่อทำเว็บไซต์ SEO

Plugin อะไรที่ควรติดตั้ง เมื่อทำเว็บไซต์ SEO

Plugin เป็นเครื่องมือเสริมสำหรับโปรแกรมหลัก ซึ่งในการทำธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์ SEO ที่มีการแข่งขันกันสูงในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการติดตั้ง Plugin ที่มีการออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำงานราบรื่น สร้างความประทับใจแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้าน การตลาดออนไลน์ ได้แนะนำ Plugin ที่ควรรู้จัก เพื่อนำไปติดตั้งใช้งานกับเว็บไซต์ออนไลน์ ดังนี้

Plugin ที่ควรรู้จัก เพื่อนำไปใช้กับเว็บไซต์

1. Thai Address Autocomplete for WooCommerce

หากคุณเคยใช้บริการเว็บไซต์สั่งซื้อสินค้า แล้วต้องพิมพ์ที่อยู่เป็นตัวอักษรทีละตัวทุกครั้งไป จะรู้สึกได้ถึงความเบื่อหน่ายของลูกค้าทั่วไป ซึ่ง Thai Address Autocomplete for WooCommerce เป็น plugin ตัวช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์กรอกข้อมูลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว เมื่อมีการติดตั้ง Plugin ลงไปใน เว็บไซต์ SEO หากมีการให้ใส่ข้อมูลที่อยู่ หลังจากพิมพ์ตัวอักษรนำไม่กี่ครั้ง ระบบ algorithm ก็จะแสดงผล เขต แขวงจังหวัด รหัสไปรษณีย์ออกมาให้อย่างอัตโนมัติ ทำให้ประหยัดเวลาและทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าประทับใจมาก และดึงดูดใจให้กลับมาใช้บริการเว็บไซต์ซ้ำอีกบ่อย ๆ

2. Seed Social

เป็นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ทางธุรกิจกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook ซึ่งนับว่า plugin นี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการเพิ่ม Traffic หรือการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีข้อดีที่ใช้ทรัพยากรในเครื่องน้อย ไม่เป็นภาระต่อระบบเซิร์ฟเวอร์

3. SMS for WooCommerce

การเสริมความมั่นใจให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ด้วยการส่ง SMS เข้าโทรศัพท์มือถือเมื่อมีการชำระเงินและยืนยันการจัดส่งสินค้าตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดย plugin SMS For WooCommerce ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยเจ้าของเว็บไซต์ออนไลน์สามารถที่จะ update plugin ได้ฟรีในระยะเวลา 2 ปี และสามารถเชื่อมโยงได้กับระบบโทรศัพท์มือถือชั้นนำทุกเครือข่าย เช่น AIS, TRUE, DTAC เป็นตัวช่วยที่สะดวกสบายให้กับผู้ทำธุรกิจเว็บไซต์ SEO ให้ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น

4. Imagify

การมีรูปถ่ายของสินค้าเป็นตัวช่วยที่ทำให้บทความ SEO มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นและทำให้การจำหน่ายสินค้าที่ต้องแสดงรูปภาพประกอบการตัดสินใจประสบความสำเร็จมากขึ้น การมี Plugin Imagify จะช่วยบีบอัดรูปให้เล็กลง เพื่อให้ลดเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลน้อยลง โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกระดับความละเอียดภาพได้ตั้งแต่แบบธรรมดา จนถึงการทำให้ภาพเล็กมาก (ภาพหน้าปก) ซึ่งจะมีความละเอียดภาพต่ำ นับว่าเป็น Plugin ที่มีประโยชน์มาก เพราะมีการวิจัยด้านการตลาดพบว่าหากลูกค้าที่ใช้บริการเว็บไซต์ต้องรอเวลาดาวน์โหลดภาพนาน ๆ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้บริการจากเว็บไซต์อื่นที่ใช้เวลารอคอยน้อยกว่า

จะเห็นได้ว่า plugin ที่กูรูการตลาดแนะนำมาล้วนเป็นประโยชน์ต่อการทำให้เว็บไซต์ SEO ประสบความสำเร็จทั้งในด้านอันดับที่ดียิ่งขึ้นและยอดขาย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์หรือเจ้าของกิจการออนไลน์ให้ความสนใจกับเครื่องมือเสริมเทคนิค SEO เพื่อนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

Plugin ที่ควรรู้จัก เพื่อนำไปใช้กับเว็บไซต์

SEO คืออะไร และดีอย่างไรต่อเว็บไซต์คุณ

การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 2019

การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 2019 เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายที่สุด ซึ่งการทำ SEO นับเป็นเทคนิคประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ที่กูรูทางการตลาดแนะนำ เพื่อให้เว็บไซต์ทุกประเภทได้รับผลดีอย่างรอบด้าน

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization โดยหลักการประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. On-Page SEO

หมายถึงการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ของเว็บไซต์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น

การออกแบบโลโก้ เลือกธีมสีของเว็บไซต์ และใช้ฟอนต์ที่สื่อถึงแบรนด์ได้อย่างชัดเจนและเป็นที่จดจำได้ง่าย

พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่าย ทั้งในจอโทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด

เลือก Keyword SEO ที่ได้จากการวิจัย ว่าตรงกับการค้นหาของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ในการเขียนหัวข้อ Title การตั้งชื่อลิงก์ของเพจ การตั้งชื่อรูป เป็นต้น

ผลิตบทความที่มีคุณภาพ ให้สาระที่เป็นประโยชน์ที่ทันสมัยแก่ผู้อ่านอยู่เสมอ

2. Off-Page SEO

คือ การสร้างลิงก์เชื่อมโยงหลายเว็บไซต์เข้าด้วยกัน เช่น หากทำเว็บไซต์ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็ควรไปแนะนำเทคนิคดูแลสุขภาพในห้องสนทนาต่าง ๆ ที่คุยกันเฉพาะเรื่องสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การขายสินค้าของเว็บไซต์คุณ เป็นต้น

ข้อดีที่เว็บไซต์จะได้รับจากการทำ SEO ได้แก่

1. ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ประหยัดค่าโฆษณาได้ หากทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปอาศัยการโฆษณาในช่องทางอื่นให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

2. ทำให้มีลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น คุณสามารถรอรับออเดอร์จากต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากทำเว็บไซต์เป็นระบบหลายภาษา และใช้ Keyword ที่เป็นทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ จะยิ่งทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องไปโฆษณาแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing ที่ต้องมีการประมูลพื้นที่โฆษณาและมีการจ่ายค่าบริการตามการคลิกด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและมีภาพลักษณ์ที่ดีในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันจะนิยมแบรนด์ที่ให้ข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ไม่เน้นการขายที่เป็น Hard-Sale มากเกินไป ใส่ใจข้อมูลที่มีความทันสมัย และต้องมีความโปร่งใสของแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และหากมีการทำคลิปวีดีโอที่ช่วยให้เข้าใจบทความได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและเกิดความประทับใจ อยากกลับมาใช้บริการและสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์ในระยะยาวอีกด้วย

คงเห็นแล้วว่า การทำเว็บไซต์ SEO เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการขายสินค้าออนไลน์ยุคใหม่ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการประสบความสำเร็จระดับสูง จำเป็นต้องทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างรอบด้าน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านมีความมั่นใจในการทำ SEO มากยิ่งขึ้น โดยสามารถศึกษาด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ SEO ก็ได้เช่นกัน

SEO คืออะไร และดีอย่างไรต่อเว็บไซต์คุณ

เลือกบริษัททำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

เลือกบริษัททำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

ปัจจุบันการทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางในการ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มอำนาจในการแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น ซึ่งการทำ SEO หรือ search engine optimization มีอยู่หลายองค์ประกอบที่ ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ทำเองได้ หรืออาจใช้บริการบริษัทรับจ้างทำ SEO ก็ได้

การเลือกผู้รับจ้างทำ SEO ที่ดีมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา ดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือ

หากไม่มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้แนะนำบริษัทใด ๆ คุณก็สามารถเปิดหาได้จาก Google search โดยควรเลือกจ้างบริษัทรับทำ SEO ที่เปิดกิจการมายาวนาน มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีเอกสารที่แสดงถึงการเปิดเป็นบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีตัวอย่างผลงานและทีมงานที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือ มีสัญญาในการจ้างงานที่ชัดเจน เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบหากมีปัญหาในภายหลัง

2. ประสบการณ์ในการทำงาน

บริษัทรับทำเว็บไซต์ SEO จะต้องมีทีมงานที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การออกแบบงานด้านกราฟิก การผลิตบทความที่มีคุณภาพ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถขอดูตัวอย่างผลงานการทำ SEO ในเว็บไซต์ของลูกค้ารายเก่าของบริษัทที่คุณสนใจได้ เพื่อนำมาพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลกันระหว่างหลายบริษัท และยังทำให้ช่วยในการประเมินค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นว่าจะมีความคุ้มค่าเมื่อจ้างงานบริษัทใดมากที่สุด

3. สอบถามแนวทางของการทำ SEO ตั้งแต่ต้น

การทำ SEO ที่ดี ไม่ใช่เริ่มจากการทำ keyword หรือเขียนบทความที่มีคุณภาพ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำ SEO มักเริ่มจากการปรับปรุงแก้ไขส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานทั้งในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การตั้งค่าในทางเทคนิคต่าง ๆ โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ที่ทำมานานแล้ว จะต้องมีการแก้จุดบกพร่องเช่น ลิงก์เชื่อมโยงที่ไม่สามารถใช้งานได้เป็นปกติ หรือมีการออกแบบโลโก้และสีสันที่ทันสมัย ที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่แบรนด์ ดังนั้นการจ้างทำบริษัท SEO จึงควรสอบถามแนวทางในการแก้ไขตั้งแต่ต้น ก่อนการทำสัญญา

4. ค่าชดเชยหรือการยกเลิกสัญญา

กรณีที่การทำ SEO ไม่ได้ผลตามที่การันตีผลไว้ เช่น อันดับไม่เพิ่มในระยะเวลา 3 เดือน จำนวนผู้เข้าชมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ยอดขายไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ เป็นต้น คุณสามารถที่จะยกเลิกสัญญาหรือได้รับค่าชดเชยอย่างไรบ้างจากบริษัททำ SEO สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นคำถามที่ต้องระบุไว้ในสัญญาด้วย เพื่อเป็นหลักฐานไม่ให้มีปัญหาโต้แย้งในภายหลัง

จะเห็นได้ว่า การจ้างบริษัททำ SEO มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายด้าน ซึ่งการเลือกบริษัทที่ดีและวางใจได้ จะเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหรือเจ้าของเว็บไซต์ก็ควรเรียนรู้หลักการทำ SEO เพื่อให้เข้าใจแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น

การเลือกผู้รับจ้างทำ SEO ที่ดีมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

การค้าขายออนไลน์เป็นที่นิยมมากในช่วง 10 ปีมานี้ เนื่องจากความสะดวกในการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายเข้าด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยในปัจจุบันทุกประเภทธุรกิจต่างมีจำนวนคู่แข่งทางธุรกิจมาก การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดที่ได้รับการแนะนำจากบรรดากูรูให้ทำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น

เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO กันมากขึ้นเสียแต่วันนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อดีในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

1. ประหยัดค่าโฆษณา

เนื่องจาก SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่เน้นการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพสอดคล้องตามที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนดไว้ อันดับในการนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้นจะไม่สามารถซื้อได้ เพราะเป็นผลการค้นหาแบบธรรมชาติโดยระบบของ Search Engine จึงทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาได้

2. ขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศ

หนึ่งในหลักการทำ SEO คือ การทำ Backlink เชื่อมโยงเว็บไซต์ธุรกิจคุณกับเว็บไซต์ภายนอก จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าการรอให้ลูกค้ามาค้นหาตาม Keyword เช่น คุณขายสินค้าจำพวกงานฝีมือของไทย ก็สามารถไปเข้ากลุ่มสนทนาที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมตัวกัน เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานศิลปะ หรืองานฝีมือของคนไทย เมื่อมีชาวต่างชาติสนใจสอบถามข้อมูล ก็สามารถให้ Link เว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เพิ่ม Traffic ที่ทำให้อันดับ SEO สูงขึ้น และเพิ่มยอดขายได้พร้อมกันไปด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ

การทำ SEO ในส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายและสวยงามอยู่เสมอ โดยมีการออกแบบโลโก้ที่สะดุดตา ใช้ฟอนต์ตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ มีธีมสีที่ชัดเจน สื่อสารถึงตัวสินค้าได้ เช่น สินค้าออร์แกนิก ใช้ธีมสีเขียว จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำง่ายขึ้นกว่าเดิม

4. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย

การใส่ใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่มีปัญหาความล่าช้าในการดาวน์โหลดข้อมูล จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน (เรียกว่า Mobile-Friendly) เพราะหากใช้ได้เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะทำให้เสียโอกาสในการขายไปมากกว่า 60% เลยทีเดียว

5. ทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้น

การขายสินค้าออนไลน์ในระยะยาว ต้องมีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยตลอดเวลา หากร่วมกับการบริการที่เป็นมิตรและสินค้าประทับใจผู้ซื้อ ก็จะทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้นในระยะยาว

SEO เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์หลากหลาย ทั้งการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นระบบ ขยายกลุ่มลูกค้า และเพิ่มยอดขายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากใส่ใจการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ออนไลน์เสียแต่วันนี้ ย่อมประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในปี 2019 อย่างแน่นอน

นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO

ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ในยุคปัจจุบันมีอัตราการแข่งขันกันสูงเนื่องจากการเชื่อมโยงด้วยระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกเข้าถึงกันได้มากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบกับมีผู้ผลิตสินค้ามาจำหน่ายหลากหลายรูปแบบ จึงทำให้ทุกประเภทธุรกิจต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคหนึ่งที่ทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่ายจาก Bing, Yahoo Google ช่วยให้เข้าถึงลูกค้า เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งการทำ SEO ต้องใส่ใจ 2 ส่วนหลัก คือ

1. On-Page SEO

เป็นการปรับปรุงส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์และเพิ่มเนื้อหาที่น่าสนใจ ใส่ Keyword ที่ตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย ทั้งต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อสอดคล้องกับการใช้งานจริงของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบโลโก้ การเลือกธีมสีที่สวยงามอันสื่อถึงภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ขณะเดียวกันก็จะทำให้เป็นที่จดจำและได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นในระยะยาว

ส่วนสำคัญของการเพิ่มสถิติการเข้าชม CTR หรือ Click Through Rate และระยะเวลาที่ใช้ในการชมเพจ หรือ Time On Site คือ การผลิตบทความ SEO รวมถึงคลิปประกอบที่ให้ประโยชน์และสาระแก่ผู้อ่าน ไม่เน้นการขายมากเกินไป จนทำให้ผู้อ่านไม่ไว้วางใจ

2. Off-Page SEO

เป็นส่วนที่เพิ่มฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ จากการที่มีทีมงานประจำเว็บไซต์ไปตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าและบริการประเภทที่จำหน่าย โดยแสดงความเห็นที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่โฆษณาขายสินค้า เพราะอาจถูกแบนจากกลุ่มโซเชียลใน Facebook หรือ Pantip ได้

ตัวอย่างเช่น หากคุณจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ คุณสามารถเข้าไปอยู่ในกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับสินค้าไอที ที่มีคนจำนวนมากมาหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสเปค รุ่น ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก เมาส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ ซึ่งหากมีคนอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณก็สามารถที่จะให้ลิงก์ของเว็บไซต์คุณไว้ได้ เพื่อที่จะต่อยอดไปสู่การขายสินค้าของคุณในอนาคตต่อไป

การทำเช่นนี้เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันต้องอาศัยการทำ SEO เพื่อพัฒนาเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น จากผลการวิเคราะห์และจัดอันดับของ AI ซึ่งเป็นระบบอัลกอริทึมที่พิจารณาจากค่าสถิติของแต่ละเว็บไซต์

หากอยากเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้ในระยะยาว นักธุรกิจยุคใหม่จึงต้องศึกษา SEO ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มอำนาจในการแข่งขันทำให้มียอดจำหน่ายได้ทัดเทียมกับเว็บไซต์ที่ก่อตั้งมานานเช่นกัน

ซึ่งการทำ SEO ต้องใส่ใจ 2 ส่วนหลัก

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

ทุกวันนี้คนทำเว็บไซต์มักจะพูดถึงกลยุทธ์ในการทำ SEO อธิบายกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีเว็บไซต์ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นเพื่อให้ได้อันดับที่ดี อยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา ยิ่งคนเห็นเว็บไซต์มากย่อมหมายถึงมีโอกาสปิดการขายเร็วและได้ลูกค้าก่อนคนอื่น ๆ ด้วย เจ้าของธุรกิจหลายคนสนใจเรื่อง SEO เพราะเชื่อว่าเป็นอีกแรงหนุนให้แบรนด์ติดตามรวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น เนื่องจากจำนวนครั้งที่คนคลิกเข้าเว็บไซต์จะส่งผลต่อการจัดอันดับด้วย ดังนั้น มาดูกันว่าข้อมูลอะไรที่ต้องบอกอธิบายให้คนทำเว็บไซต์รู้และออกแบบเว็บไซต์โดนใจทำให้คนเข้ามาดูมากขึ้น

กลยุทธ์ข้อแรก เป็นเรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เจ้าของธุรกิจต้องอธิบายถึงคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ และระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เพศ วัย การศึกษา อาชีพ รายได้ ความสนใจ และอื่น ๆ ช่วยให้ออกแบบเว็บไซต์ได้ถูกใจทำให้ผู้ชมไม่คลิกออกจากเว็บตั้งแต่เห็นหน้าแรก หากเจ้าของธุรกิจเปิดร้านขายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ต้องเล็งกลุ่มเป้าหมายแล้วว่าสนใจสินค้าแบบไหน สินค้าแปลกไม่ซ้ำใครหรือสินค้าราคาถูก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ภายในบ้าน สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสามารถเข้าไปทดลองสินค้า พอคลิกเข้าไปดูเห็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการโดยตรงก็จะทำให้ลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์เรื่อย ๆ

เมื่อลูกค้าเป้าหมายเข้ามาค้นหาสินค้าในเว็บไซต์ รูปภาพจะเห็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด บางคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าตนเองมองหาอะไร หรือสนใจอะไรเฉพาะเจาะจง เห็นรูปแล้วเกิดความสนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ให้แจ้งรายละเอียดไว้และเปิดช่องให้สอบถามแบบโต้ตอบกลับได้

กลยุทธ์ข้อที่สอง คือการเชื่อมโยงเว็บไซต์เข้ากับโซเชียลมีเดีย ทำให้สอบถามรายละเอียดง่ายขึ้น เนื่องจากเว็บไซต์มักจะเป็นแหล่งให้ข้อมูลด้านเดียว หากมีลิงก์เข้าเฟซบุ๊ก ใช้บทความอธิบายรายละเอียดคร่าว ๆ มีช่องทางสอบถามโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ แล้วลิงก์กลับมายังเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูลอย่างละเอียดหรือค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกันในภายหลัง ลูกค้าพอใจกับสินค้าและบริการแล้วยังจะช่วยแชร์และแบ่งปันข้อมูลบอกต่อทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่มากขึ้นและ เพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ข้อที่สาม การออกแบบเว็บไซต์ควรมีพื้นที่ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ และรีวิวสินค้าเพื่อบอกต่อให้ลูกค้ารายอื่น ๆ เห็นว่าผู้ใช้จริงใช้แล้วเป็นอย่างไร โดยปกติจะมีการบอกต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากกว่า แต่การรีวิวสินค้าบนหน้าเว็บไซต์เป็นการการันตีคุณภาพ รวมถึงเป็นโอกาสให้ชูจุดเด่นของสินค้าที่จะสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์อย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาค้นหาข้อมูล ยิ่งมีจำนวนผู้ชมมากเท่าไร ยิ่งส่งผลดีต่อ การทำ SEO มากขึ้นเท่านั้น

แม้ว่าเป้าหมายของธุรกิจคือการขายของ แต่ช่องทางการโฆษณาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับเป็นโอกาสที่จะสร้างความเชื่อน่าเชื่อ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและบอกต่อ ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น นั่นหมายความว่าจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากขึ้นตามไปด้วย

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้น

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

ข้อผิดพลาดของการทำ SEO ข้อแรก ๆ ก็คือ การทำ SEO ให้กับคีย์เวิร์ดผิดตัว หลายคนมักจะใช้ชื่อยี่ห้อร้านของตนเอง ซึ่งลืมคิดไปว่าไม่ได้เป็นคำที่คนทั่วไปใช้ ซึ่งการเริ่มต้นผิดก็จะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และมีผลกระทบต่อทั้งเว็บไซต์เนื่องจากต้องมาตามแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วให้ถูกต้อง ต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำอย่างง่าย ที่จะทำให้การทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม?

เคล็ดลับข้อนี้ถือว่าเป็นสุดยอดเทคนิคอย่างแท้จริง หลายธุรกิจเริ่มต้นทำ SEO ไปกับคีย์เวิร์ดหลาย ๆ ตัวไปพร้อมกัน เสียทั้งค่าบริการและระยะเวลา ก่อนจะไปพบว่าแม้เว็บไซต์จะได้อันดับที่ดีในคีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว แต่ยอดขายกลับไม่กระเตื้องขึ้นเพราะอะไร แน่นอนก็ต้องไปดูค่าวัดผลทางสถิติก่อนว่ามีผู้ใช้เข้ามาในเว็บไซต์ด้วยคีย์เวิร์ดดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าไหร่ และสามารถกลายไปเป็นลูกค้าได้จริงหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่ คุณก็จะรู้ได้ว่าคีย์เวิร์ดนั้นสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้หรือไม่

ทางลัดการค้นหาคีย์เวิร์ดที่สร้างยอดขายให้คุณได้จริง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ดีและเร็วไปกว่าการใช้ SEM หรือ Search Engine Marketing โดยการซื้อโฆษณาแบบ PPC (Pay per click) เช่น Google Ads ซึ่งคุณจะสามารถทดลองได้รวดเร็วกว่า สามารถรู้ผลได้ในระยะเวลาไม่นาน ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดบ้างที่น่าสนใจ มีคนค้นหาและคลิกเข้ามาเท่าไหร่ก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่คุณต้องการ เช่น สมัครสมาชิก หรือกรอกแบบสำรวจ เป็นต้น เมื่อรู้ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดที่สามารถทำเงินได้จริง สร้างลูกค้าให้กับคุณได้ คีย์เวิร์ดนั้นเองที่ควรจะนำไปทำ SEO ในระยะยาวต่อไป

อย่าหลอกผู้บริโภค

หลายธุรกิจ พยายามเน้นเรื่อง SEO มากเกินไป จนลืมไปว่าหน้าเพจต่าง ๆ นั้นตอบปัญหาหรือความต้องการของผู้บริโภคได้จริงหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้บริโภคต้องการหาคำว่า ส่วนลด แต่พอเข้ามาในหน้าเว็บเพจแล้วกลับไม่เจอข้อมูลเกี่ยวกับส่วนลดเลย หรือหาเสื้อแขนยาว สีเหลือง แต่เข้ามาในหน้าเว็บเพจกลับเป็นเสื้อแขนสั้นสีแดง การทำ SEO จึงต้องคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลางด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจ หาอะไรก็เจอ เกิดความเชื่อมั่นและกลับมาใช้เว็บไซต์อีกในอนาคต รวมถึงการบอกต่อให้กับเพื่อน ๆ ของเขาด้วย สร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว

กระบวนการ SEO ให้กับธุรกิจ จึงต้องอาศัยการใส่ใจในรายละเอียดรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งแบบเทคนิควิธีออนไลน์และการทำแบบสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่กำลังจะตัดสินใจจ่ายเงินนั้น เขามักจะใช้คีย์เวิร์ดใดก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะทำให้คุณสร้างยอดขายจากคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องต่อไป

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม