กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

ทุกวันนี้คนทำเว็บไซต์มักจะพูดถึงกลยุทธ์ในการทำ SEO อธิบายกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีเว็บไซต์ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นเพื่อให้ได้อันดับที่ดี อยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา ยิ่งคนเห็นเว็บไซต์มากย่อมหมายถึงมีโอกาสปิดการขายเร็วและได้ลูกค้าก่อนคนอื่น ๆ ด้วย เจ้าของธุรกิจหลายคนสนใจเรื่อง SEO เพราะเชื่อว่าเป็นอีกแรงหนุนให้แบรนด์ติดตามรวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น เนื่องจากจำนวนครั้งที่คนคลิกเข้าเว็บไซต์จะส่งผลต่อการจัดอันดับด้วย ดังนั้น มาดูกันว่าข้อมูลอะไรที่ต้องบอกอธิบายให้คนทำเว็บไซต์รู้และออกแบบเว็บไซต์โดนใจทำให้คนเข้ามาดูมากขึ้น

กลยุทธ์ข้อแรก เป็นเรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เจ้าของธุรกิจต้องอธิบายถึงคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ และระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เพศ วัย การศึกษา อาชีพ รายได้ ความสนใจ และอื่น ๆ ช่วยให้ออกแบบเว็บไซต์ได้ถูกใจทำให้ผู้ชมไม่คลิกออกจากเว็บตั้งแต่เห็นหน้าแรก หากเจ้าของธุรกิจเปิดร้านขายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ต้องเล็งกลุ่มเป้าหมายแล้วว่าสนใจสินค้าแบบไหน สินค้าแปลกไม่ซ้ำใครหรือสินค้าราคาถูก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ภายในบ้าน สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสามารถเข้าไปทดลองสินค้า พอคลิกเข้าไปดูเห็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการโดยตรงก็จะทำให้ลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์เรื่อย ๆ

เมื่อลูกค้าเป้าหมายเข้ามาค้นหาสินค้าในเว็บไซต์ รูปภาพจะเห็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด บางคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าตนเองมองหาอะไร หรือสนใจอะไรเฉพาะเจาะจง เห็นรูปแล้วเกิดความสนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ให้แจ้งรายละเอียดไว้และเปิดช่องให้สอบถามแบบโต้ตอบกลับได้

กลยุทธ์ข้อที่สอง คือการเชื่อมโยงเว็บไซต์เข้ากับโซเชียลมีเดีย ทำให้สอบถามรายละเอียดง่ายขึ้น เนื่องจากเว็บไซต์มักจะเป็นแหล่งให้ข้อมูลด้านเดียว หากมีลิงก์เข้าเฟซบุ๊ก ใช้บทความอธิบายรายละเอียดคร่าว ๆ มีช่องทางสอบถามโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ แล้วลิงก์กลับมายังเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูลอย่างละเอียดหรือค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกันในภายหลัง ลูกค้าพอใจกับสินค้าและบริการแล้วยังจะช่วยแชร์และแบ่งปันข้อมูลบอกต่อทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่มากขึ้นและ เพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ข้อที่สาม การออกแบบเว็บไซต์ควรมีพื้นที่ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ และรีวิวสินค้าเพื่อบอกต่อให้ลูกค้ารายอื่น ๆ เห็นว่าผู้ใช้จริงใช้แล้วเป็นอย่างไร โดยปกติจะมีการบอกต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากกว่า แต่การรีวิวสินค้าบนหน้าเว็บไซต์เป็นการการันตีคุณภาพ รวมถึงเป็นโอกาสให้ชูจุดเด่นของสินค้าที่จะสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์อย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาค้นหาข้อมูล ยิ่งมีจำนวนผู้ชมมากเท่าไร ยิ่งส่งผลดีต่อ การทำ SEO มากขึ้นเท่านั้น

แม้ว่าเป้าหมายของธุรกิจคือการขายของ แต่ช่องทางการโฆษณาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับเป็นโอกาสที่จะสร้างความเชื่อน่าเชื่อ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและบอกต่อ ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น นั่นหมายความว่าจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากขึ้นตามไปด้วย

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้น

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

ข้อผิดพลาดของการทำ SEO ข้อแรก ๆ ก็คือ การทำ SEO ให้กับคีย์เวิร์ดผิดตัว หลายคนมักจะใช้ชื่อยี่ห้อร้านของตนเอง ซึ่งลืมคิดไปว่าไม่ได้เป็นคำที่คนทั่วไปใช้ ซึ่งการเริ่มต้นผิดก็จะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และมีผลกระทบต่อทั้งเว็บไซต์เนื่องจากต้องมาตามแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วให้ถูกต้อง ต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำอย่างง่าย ที่จะทำให้การทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม?

เคล็ดลับข้อนี้ถือว่าเป็นสุดยอดเทคนิคอย่างแท้จริง หลายธุรกิจเริ่มต้นทำ SEO ไปกับคีย์เวิร์ดหลาย ๆ ตัวไปพร้อมกัน เสียทั้งค่าบริการและระยะเวลา ก่อนจะไปพบว่าแม้เว็บไซต์จะได้อันดับที่ดีในคีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว แต่ยอดขายกลับไม่กระเตื้องขึ้นเพราะอะไร แน่นอนก็ต้องไปดูค่าวัดผลทางสถิติก่อนว่ามีผู้ใช้เข้ามาในเว็บไซต์ด้วยคีย์เวิร์ดดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าไหร่ และสามารถกลายไปเป็นลูกค้าได้จริงหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่ คุณก็จะรู้ได้ว่าคีย์เวิร์ดนั้นสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้หรือไม่

ทางลัดการค้นหาคีย์เวิร์ดที่สร้างยอดขายให้คุณได้จริง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ดีและเร็วไปกว่าการใช้ SEM หรือ Search Engine Marketing โดยการซื้อโฆษณาแบบ PPC (Pay per click) เช่น Google Ads ซึ่งคุณจะสามารถทดลองได้รวดเร็วกว่า สามารถรู้ผลได้ในระยะเวลาไม่นาน ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดบ้างที่น่าสนใจ มีคนค้นหาและคลิกเข้ามาเท่าไหร่ก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่คุณต้องการ เช่น สมัครสมาชิก หรือกรอกแบบสำรวจ เป็นต้น เมื่อรู้ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดที่สามารถทำเงินได้จริง สร้างลูกค้าให้กับคุณได้ คีย์เวิร์ดนั้นเองที่ควรจะนำไปทำ SEO ในระยะยาวต่อไป

อย่าหลอกผู้บริโภค

หลายธุรกิจ พยายามเน้นเรื่อง SEO มากเกินไป จนลืมไปว่าหน้าเพจต่าง ๆ นั้นตอบปัญหาหรือความต้องการของผู้บริโภคได้จริงหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้บริโภคต้องการหาคำว่า ส่วนลด แต่พอเข้ามาในหน้าเว็บเพจแล้วกลับไม่เจอข้อมูลเกี่ยวกับส่วนลดเลย หรือหาเสื้อแขนยาว สีเหลือง แต่เข้ามาในหน้าเว็บเพจกลับเป็นเสื้อแขนสั้นสีแดง การทำ SEO จึงต้องคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลางด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจ หาอะไรก็เจอ เกิดความเชื่อมั่นและกลับมาใช้เว็บไซต์อีกในอนาคต รวมถึงการบอกต่อให้กับเพื่อน ๆ ของเขาด้วย สร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว

กระบวนการ SEO ให้กับธุรกิจ จึงต้องอาศัยการใส่ใจในรายละเอียดรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งแบบเทคนิควิธีออนไลน์และการทำแบบสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่กำลังจะตัดสินใจจ่ายเงินนั้น เขามักจะใช้คีย์เวิร์ดใดก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะทำให้คุณสร้างยอดขายจากคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องต่อไป

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม

เทคนิคการทำ SEO ที่ล้าสมัยและเสี่ยงต่อการโดนแบน

การทำ SEO เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญ เป็นเรื่องที่คนสนใจเรียนรู้กันมากขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังมีความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับเทคนิคการทำ SEO ในบทความและเว็บไซต์ ทำให้เสี่ยงที่จะถูก Google ลงโทษหลังจากที่มีการเปลี่ยนกติกาการจัดอันดับเว็บไซต์เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าของธุรกิจและผู้ทำเว็บไซต์ควรรู้ว่าวิธีการแบบไหนถือว่าล้าสมัยและไม่ควรทำอีกแล้ว

1.การสร้าง Backlink ปริมาณมาก

เทคนิคการสร้าง Backlink ย้อนกลับมาหาเว็บไซต์ของเรากลายเป็นอันตราย หลังจากการปรับกติกาใหม่ทำให้พฤติกรรมนี้กลายเป็นสแปมหรือถือเป็นการหลอกลวงผู้เข้าชม เพราะสร้างลิงก์ไม่มีคุณภาพนั้นไม่เกิดประโยชน์และยังทำลายประการณ์การใช้งานที่ดี อาจโดนบทลงโทษรุนแรงไม่ให้อยู่ในการจัดอันดับเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม การสร้าง Backlink ยังคงมีความสำคัญไม่น้อย ก่อนเชื่อมโยงกับเว็บใดควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือและมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันเท่านั้น การเชื่อมลิงก์กับเว็บที่มีคุณภาพ แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่เป็นการการันตีความน่าเชื่อถือของเว็บเราอยู่ในที มีคนติดตามเข้ามามากก็ยิ่งเพื่อโอกาสขึ้นไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้ ขณะที่การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์คุณภาพต่ำจะเสี่ยงถูกมองว่าเป็นเกรดต่ำระดับเดียวกัน ซึ่งมีความเสี่ยงและอาจเป็นเว็บอันตรายง ทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อเว็บไซต์ของเราไปด้วย

2.ใช้คีย์เวิร์ดมากไป ไม่เป็นธรรมชาติ

การเขียนบทความโดยใส่คีย์เวิร์ดลงไปมาก ๆ เพื่อหวังการทำ SEO อาจส่งผลให้เว็บถูกมองว่ามีคุณภาพต่ำ หรือคีย์เวิร์ดที่ใส่ไม่มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาคอนเทนต์ อ่านไม่เข้าใจ และไม่มีประโยชน์ จะถูก Google จับตามองเพราะถือเป็นการหลอกให้คลิกเข้าไปชม เสี่ยงถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงไปด้วย การใส่คีย์เวิร์ดคำเดียวซ้ำซากก็ไม่ใช่เรื่องดี ควรเปลี่ยนใช้คำอื่น ๆ ที่มีความหมายเดียวกัน วางแผนว่าจะวางตรงตำแหน่งไหนที่อ่านแล้วไม่สะดุด หากเขียนบทความที่มีเนื้อหาที่ดี อ่านสนุก ให้ความรู้ตรงกับสิ่งที่ผู้ชมต้องการจะสร้างความไว้วางใจให้ผู้อ่านติดตามต่อไป นั่นคือเหตุผลที่ต้องเลือกนักเขียนมีฝีมือและมีความชำนาญเรื่องการทำ SEO สามารถวิจัยคำหลักที่เหมาะสมใส่ไว้ในตำแหน่งที่อ่านแล้วกลมกลืนกับเนื้อหา เว็บไซต์ที่อัปเดตคอนเทนต์คุณภาพดี มีเนื้อหาสาระใหม่ ๆ น่าสนใจ จะมีคนติดตามอ่านจำนวนมากซึ่งเป็นผลดีส่งเสริมประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาทำให้ค้นพบเว็บไซต์รวดเร็วขึ้น

3.ไม่ทำ SEO ควบคู่กับแผนการตลาดอื่น ๆ

การทำ SEO มีส่วนช่วยให้ผู้ชมรู้ว่าเว็บไซต์นั้นทำธุรกิจประเภทใด มีจุดเด่นอะไรน่าสนใจ และเหตุที่ควรตัดสินใจซื้อ แต่การทำตลาดออนไลน์มีหลายรูปแบบ การเน้น SEO ในเว็บไซต์เพียงด้านเดียวจะเกิดประโยชน์น้อย ควรทำควบคู่ไปกับแผนการตลาดอื่น ๆ แน่นอนว่ารวมถึงการสร้าง Content Marketing ที่ไม่ได้เน้นการขายมากเกินไป แต่นำเสนอข้อมูลดี ๆ ในลักษณะโฆษณาแฝงให้ลูกค้าเป้าหมายรู้จักแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบทความ รูปภาพ วิดีโอ หรือสื่ออื่น ๆ ซึ่งสามารถนำเสนอผ่านบทความในเว็บและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ จะเกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจไปในตัว ทำให้ผู้ชมจดจำได้จนกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด

การสร้าง Backlink ปริมาณมาก

จะทำ SEO ต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภค

จะทำ SEO ต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภค

การทำ SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากกระแสการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นทั่วโลก สินค้าประเภทเดียวกันล้วนมีผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายหลายเจ้า ทั้งแบบออฟไลน์และออน์ไลน์ให้ลูกค้าเลือกได้ การทำ SEO จึงสำคัญในการทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือสินค้าของบริษัทใดอย่างยิ่ง ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่า แบรนด์รอยัลลิตี้ (Brand Royality) หรือความยึดติดในแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ลดน้อยลงในระยะหลัง เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม มิลเลเนียม (Millennial) มีความแตกต่างจากยุคเบบี้บูม เจนเอ็กซ์ และเจนวาย กล่าวคือปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายสนใจที่จะศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ จากแหล่งต่าง ๆ ก่อนซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรายละเอียดของสินค้า ภาพรวมของสรรพคุณและประโยชน์ที่คุ้มค่า การรีวิวข้อดีข้อเสียเหล่านี้จึงต้องบรรจุใน content SEO อย่างขาดไม่ได้ ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมถึงการแนะนำบอกต่อในสังคมออนไลน์ อย่าง พันทิพดอทคอม ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว

การทำ SEO จึงเป็นการเปิดประตูบ้านให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้ามาพบปะหรือเที่ยวชมภายในเว็บไซต์ ว่ามีสิ่งใดที่ตรงใจหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าบ้าง หากเว็บไซต์ใดทำ SEO ที่มีคุณภาพ ก็จะมีเนื้อหาหรือ content ที่เป็นจุดสำคัญที่ให้ข้อมูลที่เป็นกลางในประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาครบถ้วน ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าต้องการซื้อวิตามินสำหรับให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้คุณพ่อคุณแม่ ก็มักจะ search ในกูเกิ้ล ยาฮู ด้วยคำว่า “วิตามิน” “ผู้สูงอายุ” ซึ่งแน่นอนว่าจะพบเว็บไซต์มากมายปรากฎบนจอในหน้า 1 2 3 ไล่ไปเรื่อย ๆ หากเราทำ SEO ที่มีเนื้อความครอบคลุม ทั้งด้านคุณประโยชน์หรือความสำคัญในการต้องใส่ใจสุขภาพผู้สูงวัย และเชื่อมโยงสู่วิตามินที่เหมาะสมกับโรคประจำตัวต่าง ๆ รวมถึงเพิ่มเนื้อหาด้านการออกกำลังกายเสริมสุขภาพ ก็จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

สิ่งที่ต้องรู้มากกว่าการทำ SEO

การทำ SEO จึงไม่ใช่เพียงการเน้นที่ปริมาณของคีย์เวิร์ดในบทความเท่านั้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การแชร์บอกต่อและการดูข้อมูลในเว็บไซต์ซ้ำ ๆ ทั้งจากลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ ๆ สำคัญต่อการจัดอันดับให้อยู่ใน 1 – 3 หน้าแรกของการค้นหาด้วย search engine ทั้งนี้ ระบบอัลกอริทึ่ม (algorithm) ของแต่ละแหล่งค้นหา จะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถ lock ผลการสืบค้นได้ การทำ SEO ที่มีคุณภาพจึงทำให้เพิ่มอำนาจการแข่งขันทางการตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจน้องใหม่ไฟแรงที่ทำสินค้าและบริการที่มีคุณภาพออกมาแข่งขันในท้องตลาดมากขึ้นในปัจจุบัน การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลก่อนซื้อสินค้าหรือใช้บริการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อวางแผนการทำ SEO จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ธุรกิจอยู่รอด รวมถึงสามารถต่อยอดและก้าวนำคู่แข่งทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

สิ่งที่ต้องรู้มากกว่าการทำ SEO