SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

ข้อผิดพลาดของการทำ SEO ข้อแรก ๆ ก็คือ การทำ SEO ให้กับคีย์เวิร์ดผิดตัว หลายคนมักจะใช้ชื่อยี่ห้อร้านของตนเอง ซึ่งลืมคิดไปว่าไม่ได้เป็นคำที่คนทั่วไปใช้ ซึ่งการเริ่มต้นผิดก็จะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และมีผลกระทบต่อทั้งเว็บไซต์เนื่องจากต้องมาตามแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วให้ถูกต้อง ต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำอย่างง่าย ที่จะทำให้การทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม?

เคล็ดลับข้อนี้ถือว่าเป็นสุดยอดเทคนิคอย่างแท้จริง หลายธุรกิจเริ่มต้นทำ SEO ไปกับคีย์เวิร์ดหลาย ๆ ตัวไปพร้อมกัน เสียทั้งค่าบริการและระยะเวลา ก่อนจะไปพบว่าแม้เว็บไซต์จะได้อันดับที่ดีในคีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว แต่ยอดขายกลับไม่กระเตื้องขึ้นเพราะอะไร แน่นอนก็ต้องไปดูค่าวัดผลทางสถิติก่อนว่ามีผู้ใช้เข้ามาในเว็บไซต์ด้วยคีย์เวิร์ดดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าไหร่ และสามารถกลายไปเป็นลูกค้าได้จริงหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่ คุณก็จะรู้ได้ว่าคีย์เวิร์ดนั้นสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้หรือไม่

ทางลัดการค้นหาคีย์เวิร์ดที่สร้างยอดขายให้คุณได้จริง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ดีและเร็วไปกว่าการใช้ SEM หรือ Search Engine Marketing โดยการซื้อโฆษณาแบบ PPC (Pay per click) เช่น Google Ads ซึ่งคุณจะสามารถทดลองได้รวดเร็วกว่า สามารถรู้ผลได้ในระยะเวลาไม่นาน ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดบ้างที่น่าสนใจ มีคนค้นหาและคลิกเข้ามาเท่าไหร่ก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่คุณต้องการ เช่น สมัครสมาชิก หรือกรอกแบบสำรวจ เป็นต้น เมื่อรู้ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดที่สามารถทำเงินได้จริง สร้างลูกค้าให้กับคุณได้ คีย์เวิร์ดนั้นเองที่ควรจะนำไปทำ SEO ในระยะยาวต่อไป

อย่าหลอกผู้บริโภค

หลายธุรกิจ พยายามเน้นเรื่อง SEO มากเกินไป จนลืมไปว่าหน้าเพจต่าง ๆ นั้นตอบปัญหาหรือความต้องการของผู้บริโภคได้จริงหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้บริโภคต้องการหาคำว่า ส่วนลด แต่พอเข้ามาในหน้าเว็บเพจแล้วกลับไม่เจอข้อมูลเกี่ยวกับส่วนลดเลย หรือหาเสื้อแขนยาว สีเหลือง แต่เข้ามาในหน้าเว็บเพจกลับเป็นเสื้อแขนสั้นสีแดง การทำ SEO จึงต้องคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลางด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจ หาอะไรก็เจอ เกิดความเชื่อมั่นและกลับมาใช้เว็บไซต์อีกในอนาคต รวมถึงการบอกต่อให้กับเพื่อน ๆ ของเขาด้วย สร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว

กระบวนการ SEO ให้กับธุรกิจ จึงต้องอาศัยการใส่ใจในรายละเอียดรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งแบบเทคนิควิธีออนไลน์และการทำแบบสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่กำลังจะตัดสินใจจ่ายเงินนั้น เขามักจะใช้คีย์เวิร์ดใดก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะทำให้คุณสร้างยอดขายจากคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องต่อไป

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม

เทคนิคการทำ SEO ที่ล้าสมัยและเสี่ยงต่อการโดนแบน

การทำ SEO เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญ เป็นเรื่องที่คนสนใจเรียนรู้กันมากขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังมีความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับเทคนิคการทำ SEO ในบทความและเว็บไซต์ ทำให้เสี่ยงที่จะถูก Google ลงโทษหลังจากที่มีการเปลี่ยนกติกาการจัดอันดับเว็บไซต์เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าของธุรกิจและผู้ทำเว็บไซต์ควรรู้ว่าวิธีการแบบไหนถือว่าล้าสมัยและไม่ควรทำอีกแล้ว

1.การสร้าง Backlink ปริมาณมาก

เทคนิคการสร้าง Backlink ย้อนกลับมาหาเว็บไซต์ของเรากลายเป็นอันตราย หลังจากการปรับกติกาใหม่ทำให้พฤติกรรมนี้กลายเป็นสแปมหรือถือเป็นการหลอกลวงผู้เข้าชม เพราะสร้างลิงก์ไม่มีคุณภาพนั้นไม่เกิดประโยชน์และยังทำลายประการณ์การใช้งานที่ดี อาจโดนบทลงโทษรุนแรงไม่ให้อยู่ในการจัดอันดับเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม การสร้าง Backlink ยังคงมีความสำคัญไม่น้อย ก่อนเชื่อมโยงกับเว็บใดควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือและมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันเท่านั้น การเชื่อมลิงก์กับเว็บที่มีคุณภาพ แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่เป็นการการันตีความน่าเชื่อถือของเว็บเราอยู่ในที มีคนติดตามเข้ามามากก็ยิ่งเพื่อโอกาสขึ้นไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้ ขณะที่การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์คุณภาพต่ำจะเสี่ยงถูกมองว่าเป็นเกรดต่ำระดับเดียวกัน ซึ่งมีความเสี่ยงและอาจเป็นเว็บอันตรายง ทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อเว็บไซต์ของเราไปด้วย

2.ใช้คีย์เวิร์ดมากไป ไม่เป็นธรรมชาติ

การเขียนบทความโดยใส่คีย์เวิร์ดลงไปมาก ๆ เพื่อหวังการทำ SEO อาจส่งผลให้เว็บถูกมองว่ามีคุณภาพต่ำ หรือคีย์เวิร์ดที่ใส่ไม่มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาคอนเทนต์ อ่านไม่เข้าใจ และไม่มีประโยชน์ จะถูก Google จับตามองเพราะถือเป็นการหลอกให้คลิกเข้าไปชม เสี่ยงถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงไปด้วย การใส่คีย์เวิร์ดคำเดียวซ้ำซากก็ไม่ใช่เรื่องดี ควรเปลี่ยนใช้คำอื่น ๆ ที่มีความหมายเดียวกัน วางแผนว่าจะวางตรงตำแหน่งไหนที่อ่านแล้วไม่สะดุด หากเขียนบทความที่มีเนื้อหาที่ดี อ่านสนุก ให้ความรู้ตรงกับสิ่งที่ผู้ชมต้องการจะสร้างความไว้วางใจให้ผู้อ่านติดตามต่อไป นั่นคือเหตุผลที่ต้องเลือกนักเขียนมีฝีมือและมีความชำนาญเรื่องการทำ SEO สามารถวิจัยคำหลักที่เหมาะสมใส่ไว้ในตำแหน่งที่อ่านแล้วกลมกลืนกับเนื้อหา เว็บไซต์ที่อัปเดตคอนเทนต์คุณภาพดี มีเนื้อหาสาระใหม่ ๆ น่าสนใจ จะมีคนติดตามอ่านจำนวนมากซึ่งเป็นผลดีส่งเสริมประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาทำให้ค้นพบเว็บไซต์รวดเร็วขึ้น

3.ไม่ทำ SEO ควบคู่กับแผนการตลาดอื่น ๆ

การทำ SEO มีส่วนช่วยให้ผู้ชมรู้ว่าเว็บไซต์นั้นทำธุรกิจประเภทใด มีจุดเด่นอะไรน่าสนใจ และเหตุที่ควรตัดสินใจซื้อ แต่การทำตลาดออนไลน์มีหลายรูปแบบ การเน้น SEO ในเว็บไซต์เพียงด้านเดียวจะเกิดประโยชน์น้อย ควรทำควบคู่ไปกับแผนการตลาดอื่น ๆ แน่นอนว่ารวมถึงการสร้าง Content Marketing ที่ไม่ได้เน้นการขายมากเกินไป แต่นำเสนอข้อมูลดี ๆ ในลักษณะโฆษณาแฝงให้ลูกค้าเป้าหมายรู้จักแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบทความ รูปภาพ วิดีโอ หรือสื่ออื่น ๆ ซึ่งสามารถนำเสนอผ่านบทความในเว็บและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ จะเกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจไปในตัว ทำให้ผู้ชมจดจำได้จนกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด

การสร้าง Backlink ปริมาณมาก

เคล็ดลับ 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO ให้สำเร็จ

เคล็ดลับ 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO ให้สำเร็จ

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบัน จำเป็นต้องทำระบบ SEO เพื่อยกอันดับในการสืบค้นและเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น เราจึงขอนำเสนอเคล็ดลับ 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

1. ไม่ขาดคีย์เวิร์ดที่ผ่านการคิดมาแล้ว การคิดที่ว่านี้ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเรานิยมสืบค้นด้วยคีย์เวิร์ดหรือวลีสั้น ๆ อะไรบ้าง เพื่อที่จะนำมาเลือกใส่ในบทความ SEO ในหน้าเพจอย่างเหมาะสม

2. ไม่ใส่คีย์เวิร์ดเกิน 3-5 ครั้งในแต่ละบทความ เพื่อให้โปรแกรมตรวจจับคุณภาพงาน SEO ของ search engine อย่างระบบแพนด้า PANDA แปลความหมายว่าเป็นบทความสแปมหรือเพจขยะ ที่ทำให้เสียอันดับในการสืบค้นลงไปรั้งท้าย

3. ไม่ละเลยงานโครงสร้างเว็บไซต์ SEOเพราะต้องปรับทั้งส่วน ON-page และ OFF-page ให้เหมาะสมตามเกณฑ์ของ search engine ด้วย เพื่อให้ตรวจผ่านและถูกจัดอันดับได้สูงขึ้น

4. ไม่มุ่งแต่ทำเว็บไซต์ SEO เพื่อตอบโจทย์การใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ notebook ควรปรับให้เหมาะกับการใช้งานเคลื่อนที่อย่างมือถือ smartphone tablet และ iPad ด้วย

เคล็ดลับ ทำ SEO ให้สำเร็จ

5. ไม่หยุดเดินหน้าหรือละเลยการพัฒนาคุณภาพงาน ควรพยายามหาประเด็นที่อยู่ในความสนใจของกลุ่มเป้าหมายตามหน้าสังคมออนไลน์และคอมเม้นต์ต่าง ๆ รวมถึงการรีวิวสินค้า การถามตอบข้อสงสัยที่น่าสนใจตามหน้าสื่อ เช่น ข่าวเพิ่มการจัดเก็บภาษีอาหารเค็ม หากเราทำเว็บไซต์ SEO ด้านสุขภาพ ก็ควรเร่งสร้างบทความที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อจูงใจการเข้ามาในเว็บไซต์มากขึ้น

6. ไม่เน้นความประหยัดโดยละเลยคุณภาพงาน การออกแบบเว็บไซต์ SEO การเขียนบทความ SEO และงานองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น มัลติมีเดีย ล้วนมีต้นทุนทางความคิด ไอเดีย ฝืมือและประสบการณ์ เจ้าของเว็บไซต์จึงควรพิจารณาถึงคุณภาพของงานที่ตอบโจทย์แนวคิดธุรกิจมากที่สุด ไม่ควรมองด้านราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว

7. ไม่หยุดนิ่งชะงัก การทำเว็บไซต์ SEO ต้องเน้นความต่อเนื่องในการอัพโหลดข้อมูลใหม่ ๆ ลงในระบบ search engine เพื่อให้อัลกอริทึ่มประมวลผลได้ในลักษณะ real-time ดังนั้น การหยุดนิ่งทำเพียง 1-2 เดือนแล้วหยุด จะไม่สามารถหวังผลการเพิ่มอันดับสืบค้นเว็บไซต์ได้

8. ไม่ปล่อยให้ SEO เป็นเรื่องของพนักงานหรือบริษัทที่ว่าจ้างฝ่ายเดียว นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จล้วนไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ เพื่อทำความเข้าใจและมองเห็นข้อดี ข้อด้อยและร่วมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ทั้งยังสามารถสร้างกำลังใจให้กับทีมงาน ให้มุ่งมั่นพัฒนาเว็บไซต์ไปในแนวทางเดียวกันด้วย

ทำ SEO ให้สำเร็จ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ เคล็ดลับทั้ง 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในการนำไปปรับประยุกต์กับการทำธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตต่อไป

เทคนิคการเลือกคีย์เวิร์ดทำ SEO ให้น่าสนใจ

วิธีใช้เบื้องต้นคือวางในตำแหน่งสำคัญ

หลักการทำตลาดออนไลน์ด้วย SEO เน้นความสำคัญในเรื่องการเลือกคีย์เวิร์ดอย่างถูกต้องและแทรกกระจายไปในเนื้ออย่างเหมาะสมทั้งจำนวนและตำแหน่งที่วาง เพื่อให้อ่านคอนเทนต์ได้เข้าใจและมีความราบรื่นไม่สะดุด เป็นที่เข้าใจว่าบทความที่เขียนเพื่อโพสต์ลงเว็บไซต์ต้องมีคีย์เวิร์ดเพื่อเชื่อมโยงกับการค้นหาของลูกค้า โดยคีย์เวิร์ดแบ่งออกได้หลายระดับ หากเป็นคำสั้น ๆ จะเป็นคีย์เวิร์ดที่เข้าถึงเป้าหมายในวงกว้าง ข้อดีคือปรากฏในสายตาคนจำนวนมากที่สนใจเข้าชมเว็บ แต่ข้อเสียก็มีคือคู่แข่งจำนวนมาก มีแต่แบรนด์ดังเท่านั้นที่มีโอกาสแทรกขึ้นมาอยู่ในหน้าแรก ๆ เว้นแต่เราจะทุ่มทุนซื้อโฆษณาจากเว็บ Google ส่วนคีย์เวิร์ดที่เป็นวลีจะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายตัวจริงมากกว่า การเลือกวจีจะต้องใช้คำที่กระชับ ไม่เฉพาะเจาะจงลึกมากเกินไปจนไม่มีใครเลือกใช้คำนั้นค้นหาบ่อยนัก

การใส่คีย์เวิร์ดในคอนเทนต์เน้นกระจายไปให้ทั่วบทความ ต้องเลือกคีย์เวิร์ดก่อน วางโครงเรื่องจะเขียนและนำคีย์เวิร์ดไปใส่ไว้ตามตำแหน่งต่าง ๆ นักเขียนบางคนถนัดเล่าเรื่องก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าจะใช้คีย์เวิร์ดคำใดเพื่อให้ลูกค้าค้นหาเจอบทความและเว็บไซต์ บางกรณีการมาเติมคีย์เวิร์ดทีหลังทำให้เนื้อหาที่เขียนเกิดการสะดุด อ่านไม่ราบรื่นเท่าที่ควร แต่ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนไป

ยกตัวอย่าง การเลือกคีย์เวิร์ด จะเน้นสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ได้แก่ “เครื่องเรือน” หรือถ้าเป็นวลีจะใช้ “เครื่องเรือน หวาย” และคำอธิบายรองคือ “หวาย วิธีดูแล” เป็นต้น โดยคิดว่าผู้ที่เข้ามาอ่านเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์หวายต้องการรู้เรื่องอะไรบ้าง จึงเพิ่มคีย์เวิร์ดรองลงไป หาคำที่ใกล้เคียงกัน ทำให้บทความน่าสนใจและมีประโยชน์มากขึ้น การใส่คีย์เวิร์ดอย่างเหมาะสมถือเป็นศิลปะของการเขียนเนื้อหาบทความ เพราะถ้าใส่น้อยไปก็อาจไม่เกิดประโยชน์ หรือใส่มากเกินไปอาจกลายเป็นผลเสีย ถูกจับว่าเป็นสแปมทำให้เกิดปัญหากับ Google ในภายหลัง

วิธีใช้เบื้องต้นคือวางในตำแหน่งสำคัญ 5 ตำแหน่งในบทความ ดังนี้

ชื่อบทความ (Title)

URL ชื่อลิงก์ของบทความ

คำบรรยายบทความ (Description)

หัวข้อบทความ (Headings)

ชื่อภาพ

เทคนิคการเลือกคีย์เวิร์ดทำ SEO ให้น่าสนใจ

การใส่คีย์เวิร์ดในเนื้อหาในชื่อเรื่องไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่ากับการใส่คีย์เวิร์ดใน URL เพราะชื่อลิงก์ของบทความที่เป็นภาษาไทยไม่สวยและอาจเกิดปัญหาได้ ส่วนคีย์เวิร์ดในคำบรรยายบทความมักจะใส่ในย่อหน้าแรกเสมอ เน้นงานเขียนที่เป็นธรรมชาติ อ่านง่าย ภาษาสละสลวยและไม่มีคำผิด เหตุผลที่ควรวางแผนว่าจะใส่ตรงไหนในบทความเพื่อไม่ให้จำนวนคีย์เวิร์ดมากเกินไปจนทำให้ Google จับสังเกตว่าเป็นการทำสแปม ควรกระจายตัวไปทั่วบทความมากกว่า ประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญ การเขียนคอนเทนต์เพื่อ ทำ SEO ต้องใช้เนื้อหาที่ใหม่และมีเอกลักษณ์ ทำให้ผู้อ่านแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์ ไม่ได้ลอกเลียนใครมา ความพอใจของผู้อ่านที่เข้ามาใช้เว็บอย่างต่อเนื่องเป็นข้อสำคัญที่ Google จะจัดอับดับให้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ