นักธุรกิจยุคดิจิทัล ต้องรู้จัก SEO

ทำโฆษณาธุรกิจผ่านหน้า Google

นักธุรกิจยุคดิจิทัลที่เกิดจากธุรกิจออนไลน์นั้นมีมากมายหลายระดับบนโลกใบนี้ นักธุรกิจยุคดิจิทัลบางรายก็เลิกล้มกิจการ บางรายก็มียอดขายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์บนโลกออนไลน์ไม่หยุดนิ่ง ฉะนั้น การอัปเดตความรู้ การสร้างทีม การเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความคิดวิเคราะห์ที่รวดเร็วทันต่อสถานการณ์โลก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดในยุคดิจิทัล และที่ขาดไม่ได้ คือการให้ความสำคัญกับการโฆษณา

บทความนี้ นำเสนอ SEO ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาที่ลงทุนน้อยที่สุด แต่ทรงอิทธิพลมากที่สุด นั่นคือการโฆษณาเว็บไซต์ธุรกิจผ่าน search engine หรือเครื่องมือค้นหา โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่คุ้นหูนักค้นหาข้อมูลทั่วโลก คือ Google.com

ทำโฆษณาธุรกิจผ่านหน้า Google

การโฆษณาธุรกิจผ่านหน้า Google ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และก้าวทันความคิดของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หัวใจสำคัญคือการคิด keyword เนื่องจากไม่ว่าใครก็ตามหากต้องการ search หาสินค้าสักชิ้นบนโลกใบนี้ ก็ไม่แคล้วที่ต้องใช้ Google

จากสถิติคนใช้ Google search เมื่อปี 2019 คือ 3,500 ล้านครั้งต่อวัน แน่นอนว่าหาคุณวิเคราะห์ให้ทันลูกค้ากลุ่มเป้าหมายว่า เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าของคุณ ลูกค้าจะพิมพ์คำว่าอะไรในช่อง search สิ่งที่พิมพ์นั่นล่ะ คือ keyword ซึ่งหากลูกค้าพิมพ์ keyword ได้ตรงกับธุรกิจของคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ลูกค้าก็จะมองเห็นและแน่นอนว่าต้องพิจารณาธุรกิจของคุณเป็นอันดับแรก นี่คือการคิดวิเคราะห์เพื่อกลับมาทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ธุรกิจของคุณนั่นเอง

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization อธิบายในภาคปฏิบัติ คือ การออกแบบเว็บไซต์ให้ตรงกับเกณฑ์การวัดผลเพื่อจัดเรียงอันดับเว็บไซต์ในแต่ละหน้าเพจของ Google โดยใช้ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ keyword

ให้พิมพ์ keyword ที่ตรงกับธุรกิจของคุณและตรงกับคำที่กลุ่มเป้าหมาย search หาคุณ พิมพ์ลงไปในโครงสร้างวิศวกรรมของเว็บไซต์และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ โดยต้องพิมพ์ให้ตรงตำแหน่งที่ Google กำหนด ยิ่งทำให้ถูกต้องตามเกณฑ์การวัดผลของ Google มากเท่าไร เว็บไซต์ธุรกิจของคุณก็ยิ่งมีโอกาสได้ขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ มากเท่านั้น

เมื่อเว็บไซต์ธุรกิจของคุณได้ก้าวขึ้นมาอยู่หน้าแรกสุด แน่นอนว่าจะมีผู้คนจำนวนมหาศาลมองเห็นธุรกิจของคุณ เปรียบได้กับการซื้อโฆษณาโทรทัศน์ในช่วงเวลาที่มีคนดูมากที่สุดในรอบวันและรอบโลกเลยทีเดียว เพียงแค่ว่า นักธุรกิจดิจิทัลต้องหมั่นเช็คหรือทำการวิจัยว่า keyword ที่ใช้พิมพ์ในโครงสร้างเว็บไซต์ธุรกิจของคุณนั้น ตกยุคหรือไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้วหรือยัง หากเป็นเช่นนั้นต้องรีบเปลี่ยน keyword ใหม่เรื่อย ๆ และหมั่นทำ SEO บนเว็บไซต์เรื่อย ๆ เพราะ Google จะปรับเกณฑ์การวัดผลอยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่า ธุรกิจของคุณมีโอกาสโดนธุรกิจอื่นแซงอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกได้ตลอดเวลา SEO จึงเป็นเรื่องที่นักธุรกิจดิจิทัลต้องรู้อย่างแท้จริง

ธุรกิจไหนที่ยั่งยืนอันดับต้น ๆ ได้เสมอ นั่นคือ ธุรกิจนั้นได้มีการทำ SEO ตลอดเวลานั่นเอง เมื่อถึงวันที่ธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ยืนหนึ่งบนอันดับแรก ๆ ในหน้า search ของ Google การแบ่งปันประสบการณ์การทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจดิจิทัลรุ่นใหม่ จะสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจของคุณยิ่งขึ้นไป อาจเป็นโอกาสในการขยายทีมธุรกิจให้เติบโตและสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่ไม่ได้เน้นแต่การแข่งขันกันต่อไป

นักธุรกิจยุคดิจิทัล ต้องรู้จัก SEO

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

การค้าขายออนไลน์เป็นที่นิยมมากในช่วง 10 ปีมานี้ เนื่องจากความสะดวกในการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายเข้าด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยในปัจจุบันทุกประเภทธุรกิจต่างมีจำนวนคู่แข่งทางธุรกิจมาก การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดที่ได้รับการแนะนำจากบรรดากูรูให้ทำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น

เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO กันมากขึ้นเสียแต่วันนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อดีในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

1. ประหยัดค่าโฆษณา

เนื่องจาก SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่เน้นการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพสอดคล้องตามที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนดไว้ อันดับในการนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้นจะไม่สามารถซื้อได้ เพราะเป็นผลการค้นหาแบบธรรมชาติโดยระบบของ Search Engine จึงทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาได้

2. ขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศ

หนึ่งในหลักการทำ SEO คือ การทำ Backlink เชื่อมโยงเว็บไซต์ธุรกิจคุณกับเว็บไซต์ภายนอก จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าการรอให้ลูกค้ามาค้นหาตาม Keyword เช่น คุณขายสินค้าจำพวกงานฝีมือของไทย ก็สามารถไปเข้ากลุ่มสนทนาที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมตัวกัน เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานศิลปะ หรืองานฝีมือของคนไทย เมื่อมีชาวต่างชาติสนใจสอบถามข้อมูล ก็สามารถให้ Link เว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เพิ่ม Traffic ที่ทำให้อันดับ SEO สูงขึ้น และเพิ่มยอดขายได้พร้อมกันไปด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ

การทำ SEO ในส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายและสวยงามอยู่เสมอ โดยมีการออกแบบโลโก้ที่สะดุดตา ใช้ฟอนต์ตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ มีธีมสีที่ชัดเจน สื่อสารถึงตัวสินค้าได้ เช่น สินค้าออร์แกนิก ใช้ธีมสีเขียว จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำง่ายขึ้นกว่าเดิม

4. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย

การใส่ใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่มีปัญหาความล่าช้าในการดาวน์โหลดข้อมูล จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน (เรียกว่า Mobile-Friendly) เพราะหากใช้ได้เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะทำให้เสียโอกาสในการขายไปมากกว่า 60% เลยทีเดียว

5. ทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้น

การขายสินค้าออนไลน์ในระยะยาว ต้องมีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยตลอดเวลา หากร่วมกับการบริการที่เป็นมิตรและสินค้าประทับใจผู้ซื้อ ก็จะทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้นในระยะยาว

SEO เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์หลากหลาย ทั้งการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นระบบ ขยายกลุ่มลูกค้า และเพิ่มยอดขายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากใส่ใจการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ออนไลน์เสียแต่วันนี้ ย่อมประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในปี 2019 อย่างแน่นอน

นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO

เคล็ดลับ 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO ให้สำเร็จ

เคล็ดลับ 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO ให้สำเร็จ

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบัน จำเป็นต้องทำระบบ SEO เพื่อยกอันดับในการสืบค้นและเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น เราจึงขอนำเสนอเคล็ดลับ 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

1. ไม่ขาดคีย์เวิร์ดที่ผ่านการคิดมาแล้ว การคิดที่ว่านี้ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเรานิยมสืบค้นด้วยคีย์เวิร์ดหรือวลีสั้น ๆ อะไรบ้าง เพื่อที่จะนำมาเลือกใส่ในบทความ SEO ในหน้าเพจอย่างเหมาะสม

2. ไม่ใส่คีย์เวิร์ดเกิน 3-5 ครั้งในแต่ละบทความ เพื่อให้โปรแกรมตรวจจับคุณภาพงาน SEO ของ search engine อย่างระบบแพนด้า PANDA แปลความหมายว่าเป็นบทความสแปมหรือเพจขยะ ที่ทำให้เสียอันดับในการสืบค้นลงไปรั้งท้าย

3. ไม่ละเลยงานโครงสร้างเว็บไซต์ SEOเพราะต้องปรับทั้งส่วน ON-page และ OFF-page ให้เหมาะสมตามเกณฑ์ของ search engine ด้วย เพื่อให้ตรวจผ่านและถูกจัดอันดับได้สูงขึ้น

4. ไม่มุ่งแต่ทำเว็บไซต์ SEO เพื่อตอบโจทย์การใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ notebook ควรปรับให้เหมาะกับการใช้งานเคลื่อนที่อย่างมือถือ smartphone tablet และ iPad ด้วย

เคล็ดลับ ทำ SEO ให้สำเร็จ

5. ไม่หยุดเดินหน้าหรือละเลยการพัฒนาคุณภาพงาน ควรพยายามหาประเด็นที่อยู่ในความสนใจของกลุ่มเป้าหมายตามหน้าสังคมออนไลน์และคอมเม้นต์ต่าง ๆ รวมถึงการรีวิวสินค้า การถามตอบข้อสงสัยที่น่าสนใจตามหน้าสื่อ เช่น ข่าวเพิ่มการจัดเก็บภาษีอาหารเค็ม หากเราทำเว็บไซต์ SEO ด้านสุขภาพ ก็ควรเร่งสร้างบทความที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อจูงใจการเข้ามาในเว็บไซต์มากขึ้น

6. ไม่เน้นความประหยัดโดยละเลยคุณภาพงาน การออกแบบเว็บไซต์ SEO การเขียนบทความ SEO และงานองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น มัลติมีเดีย ล้วนมีต้นทุนทางความคิด ไอเดีย ฝืมือและประสบการณ์ เจ้าของเว็บไซต์จึงควรพิจารณาถึงคุณภาพของงานที่ตอบโจทย์แนวคิดธุรกิจมากที่สุด ไม่ควรมองด้านราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว

7. ไม่หยุดนิ่งชะงัก การทำเว็บไซต์ SEO ต้องเน้นความต่อเนื่องในการอัพโหลดข้อมูลใหม่ ๆ ลงในระบบ search engine เพื่อให้อัลกอริทึ่มประมวลผลได้ในลักษณะ real-time ดังนั้น การหยุดนิ่งทำเพียง 1-2 เดือนแล้วหยุด จะไม่สามารถหวังผลการเพิ่มอันดับสืบค้นเว็บไซต์ได้

8. ไม่ปล่อยให้ SEO เป็นเรื่องของพนักงานหรือบริษัทที่ว่าจ้างฝ่ายเดียว นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จล้วนไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ เพื่อทำความเข้าใจและมองเห็นข้อดี ข้อด้อยและร่วมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ทั้งยังสามารถสร้างกำลังใจให้กับทีมงาน ให้มุ่งมั่นพัฒนาเว็บไซต์ไปในแนวทางเดียวกันด้วย

ทำ SEO ให้สำเร็จ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ เคล็ดลับทั้ง 8 “ไม่” สำหรับการทำเว็บไซต์ SEO เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในการนำไปปรับประยุกต์กับการทำธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตต่อไป

จะทำ SEO ต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภค

จะทำ SEO ต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภค

การทำ SEO เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากกระแสการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นทั่วโลก สินค้าประเภทเดียวกันล้วนมีผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายหลายเจ้า ทั้งแบบออฟไลน์และออน์ไลน์ให้ลูกค้าเลือกได้ การทำ SEO จึงสำคัญในการทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือสินค้าของบริษัทใดอย่างยิ่ง ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ว่า แบรนด์รอยัลลิตี้ (Brand Royality) หรือความยึดติดในแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ลดน้อยลงในระยะหลัง เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม มิลเลเนียม (Millennial) มีความแตกต่างจากยุคเบบี้บูม เจนเอ็กซ์ และเจนวาย กล่าวคือปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายสนใจที่จะศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ จากแหล่งต่าง ๆ ก่อนซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรายละเอียดของสินค้า ภาพรวมของสรรพคุณและประโยชน์ที่คุ้มค่า การรีวิวข้อดีข้อเสียเหล่านี้จึงต้องบรรจุใน content SEO อย่างขาดไม่ได้ ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมถึงการแนะนำบอกต่อในสังคมออนไลน์ อย่าง พันทิพดอทคอม ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว

การทำ SEO จึงเป็นการเปิดประตูบ้านให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้ามาพบปะหรือเที่ยวชมภายในเว็บไซต์ ว่ามีสิ่งใดที่ตรงใจหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าบ้าง หากเว็บไซต์ใดทำ SEO ที่มีคุณภาพ ก็จะมีเนื้อหาหรือ content ที่เป็นจุดสำคัญที่ให้ข้อมูลที่เป็นกลางในประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาครบถ้วน ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าต้องการซื้อวิตามินสำหรับให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้คุณพ่อคุณแม่ ก็มักจะ search ในกูเกิ้ล ยาฮู ด้วยคำว่า “วิตามิน” “ผู้สูงอายุ” ซึ่งแน่นอนว่าจะพบเว็บไซต์มากมายปรากฎบนจอในหน้า 1 2 3 ไล่ไปเรื่อย ๆ หากเราทำ SEO ที่มีเนื้อความครอบคลุม ทั้งด้านคุณประโยชน์หรือความสำคัญในการต้องใส่ใจสุขภาพผู้สูงวัย และเชื่อมโยงสู่วิตามินที่เหมาะสมกับโรคประจำตัวต่าง ๆ รวมถึงเพิ่มเนื้อหาด้านการออกกำลังกายเสริมสุขภาพ ก็จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

สิ่งที่ต้องรู้มากกว่าการทำ SEO

การทำ SEO จึงไม่ใช่เพียงการเน้นที่ปริมาณของคีย์เวิร์ดในบทความเท่านั้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การแชร์บอกต่อและการดูข้อมูลในเว็บไซต์ซ้ำ ๆ ทั้งจากลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ ๆ สำคัญต่อการจัดอันดับให้อยู่ใน 1 – 3 หน้าแรกของการค้นหาด้วย search engine ทั้งนี้ ระบบอัลกอริทึ่ม (algorithm) ของแต่ละแหล่งค้นหา จะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถ lock ผลการสืบค้นได้ การทำ SEO ที่มีคุณภาพจึงทำให้เพิ่มอำนาจการแข่งขันทางการตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจน้องใหม่ไฟแรงที่ทำสินค้าและบริการที่มีคุณภาพออกมาแข่งขันในท้องตลาดมากขึ้นในปัจจุบัน การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลก่อนซื้อสินค้าหรือใช้บริการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อวางแผนการทำ SEO จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ธุรกิจอยู่รอด รวมถึงสามารถต่อยอดและก้าวนำคู่แข่งทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

สิ่งที่ต้องรู้มากกว่าการทำ SEO