ทำ SEO แบบไหนไม่ประสบความสำเร็จ

ทำ SEO แบบไหนไม่ประสบความสำเร็จ

การทำตามระบบ search engine optimization ที่ Google กำหนดไว้ เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจรายละเอียดหลายอย่าง และต้องมีความสม่ำเสมอในการทำ เพราะจะมีการจัดอันดับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพสูงด้วยระบบ algorithm

ทั้งนี้ การทำเว็บไซต์ SEO ที่ดี ก็มีผู้แนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางอยู่หลากหลายวิธี ในบทความนี้ เราจึงขอนำเสนอว่าการทำ SEO แบบใดบ้าง ที่จะไม่เป็นผลสำเร็จต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณ เพื่อที่คุณจะได้หลีกเลี่ยงวิธีเหล่านี้

การทำ SEO แบบผิดๆ ไม่ประสบผลสำเร็จ

ทำบทความ SEO โดยไม่ศึกษา keyword

คำว่า keyword หมายถึง คำหรือประโยคที่ผู้คนใช้พิมพ์หาในช่อง Search ของ Google ซึ่งจะตรงกับความต้องการอยากรู้ข้อมูล อยากหาสินค้าที่ตรงใจลูกค้าอย่างรวดเร็ว และมีข้อมูลที่ดีที่สุด

หากคุณได้ลองพิมพ์ในช่อง search ของ Google และพบคำออกมา ทั้งเป็นประโยคสั้นและยาว คำเหล่านั้น คือ คำที่มีผู้สนใจสืบค้นจริง ๆ สามารถนำมาใช้เป็นประโยคในบทความได้ หรือถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็นำมาใช้ในการตั้งชื่อ URL address ได้ หากคุณไม่ศึกษาเรื่องของ keyword ให้ดีแล้ว โอกาสที่จะได้บทความที่มีแต่คนเขียนแต่ไม่มีคนอ่านก็มากขึ้น

ไม่สนใจปรับปรุงโครงสร้างของเว็บไซต์

ปัจจุบันมีหลากหลายแพลตฟอร์มหรือรูปแบบอัตโนมัติให้คุณใช้งานสร้างเว็บไซต์ได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องสีสัน ตัวอักษร การจัดหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจของคุณด้วย และที่สำคัญ คือจะต้องใช้งานได้ง่ายกับโทรศัพท์มือถือ เพราะผู้คนส่วนใหญ่ 90% จะนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่พนักงานที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะตลอดเวลา

รูปแบบของหมวดหมู่ข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรศัพท์มือถืออาจมีความแตกต่างกันได้ ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ใช้งานของผู้ชมเว็บไซต์มากที่สุด หากใช้งานง่ายและรวดเร็ว ก็จะดึงดูดใจให้ลูกค้ามาสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น

การใช้คีย์เวิร์ดที่กว้างเกินไป

ในอดีตนั้น บทความ SEO ในระบบออนไลน์ยังมีน้อยการใช้ keyword กว้าง ๆ ก็อาจจะเหมาะสม แต่ในปัจจุบันนั้นมีคู่แข่งทางธุรกิจมากที่ใช้คำที่เฉพาะเจาะจงตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งเพศ เช่น ชาย หญิง ไม่ระบุเพศ, สีสัน เหลืองแดง พาสเทล ทูโทน, เนื้อผ้า ชนิดพลาสติก ฯลฯ รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ คุณต้องระบุลงในตัวสินค้าให้ชัดเจนขึ้น เพราะลูกค้าก็จะใช้คำเหล่านี้ในการสืบค้น

ถ้าคุณใช้แต่ keyword กว้าง ๆ โอกาสที่จะโดนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็จะยิ่งน้อยลงไป และทำให้คุณเสียลูกค้าไปให้กับเว็บไซต์คู่แข่งที่มีการใช้ keyword ที่จำเพาะเจาะจงมากกว่า โดยเฉพาะสินค้าแนวแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าวิธีที่เรายกตัวอย่างมานั้น เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรให้เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณหากต้องการมีอำนาจในการแข่งขันกับเว็บไซต์ธุรกิจอื่น ๆ และเคล็ดลับที่เราขอฝากไว้ทิ้งท้ายในบทความนี้ก็คือ การคำนึงถึงผู้ใช้ให้มากที่สุด จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะมีชัยชนะเหนือเว็บไซต์คู่แข่งได้

การทำ SEO แบบผิดๆ ไม่ประสบผลสำเร็จ

เขียนบทความให้น่าสนใจ ก็ช่วยดัน SEO ให้สูงขึ้นได้

ออกแบบเว็บ ให้ปัง เพียงรู้เคล็ดลับสำคัญ

สิ่งหนึ่งที่คนอยาก เขียนบทความ SEO เพื่อให้เว็บติดอันดับต้องจำเอาไว้ให้ดีก็คือ เรื่องที่เคยเรียนการเขียนบทความเมื่อครั้งเด็ก ๆ ไม่สามารถนำมาใช้บนเว็บไซต์ได้ เนื่องจากรูปแบบของช่องทางการสื่อสารเปลี่ยนไป การเขียนบทความบนเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจจึงจำเป็นต้องรู้วิธีที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการ พร้อมทั้งยังช่วยดันอันดับของเว็บให้ขึ้นไปสู่จุดสูงสุด จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

ดันอันดับของเว็บ ด้วยวิธีใดบ้าง

มีหัวข้อย่อยต่าง ๆ แยกออกให้ชัดเจน – การมีหัวข้อย่อยจะทำให้คนอ่านง่ายขึ้น รวมถึงทำให้เกิดความน่าสนใจต่อบทความนั้น ๆ ด้วย ลองมองกลับกันเป็นตัวเราหากเจอบทความยาวติดกันเป็นพรืด ไม่มีการแบ่งบรรทัด ไม่มีหัวข้อแยกย่อยใด ๆ ทั้งสิ้น ก็ไม่อยากกดเข้าไปอ่านแล้ว แต่ถ้ามีหัวข้อแยกไว้ชัดเจน อย่างน้อย ๆ หากข้อไหนที่ดูน่าสนใจก็จะถูกอ่าน ทำให้บทความมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เว้นวรรคให้ถูกหลัก – การเว้นวรรคคืออีกปัจจัยสำคัญมาก ๆ ในการเขียนบทความเพื่อดัน SEO ของเว็บ ควรมีการเว้นวรรคให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ประโยคไหนที่ยาวจนเกินไป ต้องเว้นเพื่อให้คนอ่านได้หยุดพักและไม่รู้สึกว่าประโยคมันยาวจนเบื่อที่จะอ่าน รวมไปถึงการขึ้นบรรทัดใหม่ แต่ละย่อหน้าไม่ควรมีจำนวนบรรทัดเกิน 5-6 บรรทัด เพราะมันยาวเกินไปและไม่มีความน่าสนใจ

ไม่ใส่คีย์เวิร์ดเยอะจนเกินเหตุ – การมีคีย์เวิร์ด เป็นสิ่งที่จะช่วยดันให้บทความนั้น ๆ ติดอันดับได้ง่ายขึ้น แต่การใส่คีย์เวิร์ดที่เยอะเกินไปมันกลายเป็นว่า Google จะจับให้เป็นสแปม โอกาสที่จะขึ้นอันดับลดลง แถมคนอ่านยังมองว่าอะไร ๆ ก็มีแต่คำนี้เต็มไปหมด จากบทความที่ควรน่าสนใจ ก็กลายเป็นบทความที่เน้นขายมากเกินพอดี การใส่คีย์เวิร์ดจึงควรใส่อย่างเหมาะสม ปริมาณไม่ต้องเยอะ แต่เน้นคุณภาพเนื้อหาของบทความดีกว่า

ภาษาที่ใช้เหมาะกับตัวเว็บ – หลาย ๆ คนมักคิดว่าการใช้ภาษาเน้นแนวสนุกสนาน เป็นกันเองคือการเขียนบทความบนเว็บที่ดีที่สุด แต่อย่าลืมว่าในเนื้อหาสาระบางเรื่องก็จำเป็นต้องออกแนววิชาการ เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ จึงจำเป็นต้องพิจารณาสไตล์การเขียนให้ดีว่า เว็บที่ลงนั้นเหมาะกับสไตล์ไหน เนื้อหาบทความควรเล่นคำอย่างไรให้เหมาะสม ถ้าไปเขียนเน้นความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว ก็จะทำให้บางบทความดูขาดความน่าเชื่อถือไปเลย

แม้พื้นฐานการเขียนบทความจะไม่ได้ต่างกันมากนักในแต่ละบริบท แต่สิ่งสำคัญที่ต้องรู้หากจะเขียนบทความ SEO เพื่อดันให้เว็บไซต์ขึ้นอันดับที่ดีกว่าเดิม ก็ต้องเป็นหลักการที่ถูกต้องเช่นกัน เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้อันดับเว็บไซต์ของคุณสูงขึ้นได้ ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

ดันอันดับของเว็บ ด้วยวิธีใดบ้าง

นักธุรกิจยุคดิจิทัล ต้องรู้จัก SEO

ทำโฆษณาธุรกิจผ่านหน้า Google

นักธุรกิจยุคดิจิทัลที่เกิดจากธุรกิจออนไลน์นั้นมีมากมายหลายระดับบนโลกใบนี้ นักธุรกิจยุคดิจิทัลบางรายก็เลิกล้มกิจการ บางรายก็มียอดขายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์บนโลกออนไลน์ไม่หยุดนิ่ง ฉะนั้น การอัปเดตความรู้ การสร้างทีม การเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความคิดวิเคราะห์ที่รวดเร็วทันต่อสถานการณ์โลก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดในยุคดิจิทัล และที่ขาดไม่ได้ คือการให้ความสำคัญกับการโฆษณา

บทความนี้ นำเสนอ SEO ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาที่ลงทุนน้อยที่สุด แต่ทรงอิทธิพลมากที่สุด นั่นคือการโฆษณาเว็บไซต์ธุรกิจผ่าน search engine หรือเครื่องมือค้นหา โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่คุ้นหูนักค้นหาข้อมูลทั่วโลก คือ Google.com

ทำโฆษณาธุรกิจผ่านหน้า Google

การโฆษณาธุรกิจผ่านหน้า Google ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และก้าวทันความคิดของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หัวใจสำคัญคือการคิด keyword เนื่องจากไม่ว่าใครก็ตามหากต้องการ search หาสินค้าสักชิ้นบนโลกใบนี้ ก็ไม่แคล้วที่ต้องใช้ Google

จากสถิติคนใช้ Google search เมื่อปี 2019 คือ 3,500 ล้านครั้งต่อวัน แน่นอนว่าหาคุณวิเคราะห์ให้ทันลูกค้ากลุ่มเป้าหมายว่า เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าของคุณ ลูกค้าจะพิมพ์คำว่าอะไรในช่อง search สิ่งที่พิมพ์นั่นล่ะ คือ keyword ซึ่งหากลูกค้าพิมพ์ keyword ได้ตรงกับธุรกิจของคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ลูกค้าก็จะมองเห็นและแน่นอนว่าต้องพิจารณาธุรกิจของคุณเป็นอันดับแรก นี่คือการคิดวิเคราะห์เพื่อกลับมาทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ธุรกิจของคุณนั่นเอง

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization อธิบายในภาคปฏิบัติ คือ การออกแบบเว็บไซต์ให้ตรงกับเกณฑ์การวัดผลเพื่อจัดเรียงอันดับเว็บไซต์ในแต่ละหน้าเพจของ Google โดยใช้ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ keyword

ให้พิมพ์ keyword ที่ตรงกับธุรกิจของคุณและตรงกับคำที่กลุ่มเป้าหมาย search หาคุณ พิมพ์ลงไปในโครงสร้างวิศวกรรมของเว็บไซต์และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ โดยต้องพิมพ์ให้ตรงตำแหน่งที่ Google กำหนด ยิ่งทำให้ถูกต้องตามเกณฑ์การวัดผลของ Google มากเท่าไร เว็บไซต์ธุรกิจของคุณก็ยิ่งมีโอกาสได้ขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ มากเท่านั้น

เมื่อเว็บไซต์ธุรกิจของคุณได้ก้าวขึ้นมาอยู่หน้าแรกสุด แน่นอนว่าจะมีผู้คนจำนวนมหาศาลมองเห็นธุรกิจของคุณ เปรียบได้กับการซื้อโฆษณาโทรทัศน์ในช่วงเวลาที่มีคนดูมากที่สุดในรอบวันและรอบโลกเลยทีเดียว เพียงแค่ว่า นักธุรกิจดิจิทัลต้องหมั่นเช็คหรือทำการวิจัยว่า keyword ที่ใช้พิมพ์ในโครงสร้างเว็บไซต์ธุรกิจของคุณนั้น ตกยุคหรือไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้วหรือยัง หากเป็นเช่นนั้นต้องรีบเปลี่ยน keyword ใหม่เรื่อย ๆ และหมั่นทำ SEO บนเว็บไซต์เรื่อย ๆ เพราะ Google จะปรับเกณฑ์การวัดผลอยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่า ธุรกิจของคุณมีโอกาสโดนธุรกิจอื่นแซงอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกได้ตลอดเวลา SEO จึงเป็นเรื่องที่นักธุรกิจดิจิทัลต้องรู้อย่างแท้จริง

ธุรกิจไหนที่ยั่งยืนอันดับต้น ๆ ได้เสมอ นั่นคือ ธุรกิจนั้นได้มีการทำ SEO ตลอดเวลานั่นเอง เมื่อถึงวันที่ธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ยืนหนึ่งบนอันดับแรก ๆ ในหน้า search ของ Google การแบ่งปันประสบการณ์การทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจดิจิทัลรุ่นใหม่ จะสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจของคุณยิ่งขึ้นไป อาจเป็นโอกาสในการขยายทีมธุรกิจให้เติบโตและสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่ไม่ได้เน้นแต่การแข่งขันกันต่อไป

นักธุรกิจยุคดิจิทัล ต้องรู้จัก SEO

เทคนิคลับ 7 วิธีเขียนบทความ SEO

เว็บไซต์ถือได้ว่าเป็นสื่อสำคัญสำหรับนักการตลาดออนไลน์ เนื่องจากเว็บไซต์เปรียบเหมือนหน้าร้านที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบุคคล, สินค้า, แบรนด์ หรือห้างร้านได้เป็นอย่างดี แต่การเปิดเว็บไซต์ไว้โดยไม่อัปเดตข้อมูลที่มีประโยชน์กับผู้ใช้ อาจทำให้เสียเงินค่าเช่าโดเมนไปเปล่า ๆ ทำให้หลายเว็บไซต์มีการอัปโหลดบทความลงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีบางเว็บที่พบกับปัญหาเรื่องไม่มีอัตราการเข้าสู่เว็บไซต์อย่างที่หวัง

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เว็บไซต์มีอัตราการเข้าชมต่ำ แม้จะเขียนบทความลงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบทความที่ลงไปนั้นไม่ได้คำนึงถึงหลักการ SEO หรือ Search Engine Optimization หรือ หลักการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าหนึ่งของ Google หรือ Search Engine อื่น เช่น Bing, Yahoo เป็นต้น

เทคนิค (ลับ) เขียนบทความ SEO ให้ติดอันดับบน Search Engine มี 7 วิธี ดังนี้

1. หา Keyword ที่เข้ากับแบรนด์หรือสินค้าที่มีการค้นหามากที่สุด โดยเลือกมาอย่างน้อย 3 Keyword เพื่อสลับสับเปลี่ยนและกระจายอัตราการเข้าสู่เว็บไซต์ให้รองรับคนหลายกลุ่ม โดยการหา Keyword ที่ดีควรใช้ Keyword Search Engine ซึ่งมีให้บริการมากมาย ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน เช่น lsigraph.com, eilpatel.com/ubersuggest, keywordtool.io หรือ Keyword planner เป็นต้น เมื่อได้ Keyword ที่ต้องการ นำ Keyword มาใช้ตั้งชื่อบทความ, ชื่อ URL, ใส่ไว้ในบทความประมาณ 1 – 3% ของจำนวนคำทั้งหมด

2. เนื้อหาที่เขียน ควรเป็นเนื้อหาที่มีการเขียนใหม่โดยกำหนดจำนวนคำต่อบทความอย่างน้อย 300 คำขึ้นไป เพราะเนื้อหาที่น้อยเกินไปอาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ซึ่งหากจะให้ดีควรอัปโหลดบทความที่มีจำนวนคำมากน้อยสลับกันไป โดยเทคนิคการเขียนบทความยาวให้น่าอ่านนั้น ควรเขียนเป็น Bullet เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ไม่ลายตา

3. สร้างลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของตัวเอง โดยอาจเขียนเนื้อหาแต่ละหัวข้อให้เป็นแนวซีรีส์เพื่อให้เกิดการใช้เวลาในเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น โดยจัดเรียงแต่ละหมวดให้เป็นระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงทำให้เว็บไซต์โหลดไวมากขึ้น

4. การใช้รูปภาพบนเว็บไซต์ควรตั้งชื่อไฟล์ภาพให้มี Keyword และตั้งชื่อรูปภาพหรือคำอธิบายรูปภาพด้วย Keyword

5. ควรอัปโหลดวิดีโอที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รองรับคนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือไม่สะดวกอ่านบทความด้วย ซึ่งเป็นทริกเล็ก ๆ ที่จะช่วยให้เกิดการใช้เวลาบนเว็บไซต์มากขึ้น

6. ความสม่ำเสมอของการอัปโหลดบทความก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจ ดังนั้นหากเริ่มต้นเขียนบทความลงเว็บไซต์วันละ 1 บทความ ก็ควรเขียนในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าในทุก ๆ วัน

7. การเลือก Web Hosting ควรเลือกใช้บริการกับเว็บโฮสติ้งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้เว็บไซต์ได้รับการยอมรับจาก Google หรือ Search Engine

ทั้ง 7 เทคนิค เป็นเคล็ดลับที่เว็บไซต์ติดอันดับส่วนใหญ่ใช้ และเป็นเทคนิคที่สามารถทำได้ไม่ยากเพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยในระยะแรก

เขียนบทความ SEO ให้ติดอันดับ

การทำเว็บไซต์ SEO ปี 2020 มีแนวโน้มอย่างไร

การทำเว็บไซต์ SEO ปี 2020 มีแนวโน้มอย่างไร

การทำ เว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้เพิ่มโอกาสในการค้นหาจากกลุ่มผู้ใช้ Google และมีการสร้างแบรนด์ที่มีลูกค้าติดตามประจำ เพิ่มยอดขายและต่อยอดธุรกิจได้มาก ซึ่งในปี 2020 จะมีเทรนด์ด้านใดบ้าง ที่คนทำเว็บไซต์ SEO ต้องนำมาปรับใช้ มาดูไปพร้อมกัน

เทรนด์การทำ SEO ปี 2020

การทำสื่อหลายรูปแบบ : คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังในการซื้อสินค้าสูงมาก ต้องการความแตกต่างและไม่จำเจอย่างที่ผ่านมา นิยมมองหาสื่อที่กระตุ้นความน่าสนใจ เช่น คลิป podcast ที่ให้สาระความรู้ คลิปที่ให้แรงบันดาลใจ คลิปการท่องเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ ที่ต้องเน้นการสร้างคุณค่าให้กับสังคม หรือแทรกแนวคิดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น การผลิตบทความ SEO แนวทางที่กล่าวมาจะทำให้มีผู้อ่านสนใจและแชร์มากขึ้น เป็นการเพิ่มค่า traffic ที่ดี และยังเชื่อมโยงสู่การขายสินค้าได้เป็นอย่างดีด้วย

การใช้ keyword ที่เฉพาะเจาะจง : การทำบทความที่มีประสิทธิภาพสูงในการสื่อสาร จะต้องใช้ keyword ที่มีความยาวและเป็นคำที่เฉพาะเจาะจง ใส่ทั้งบุคคลเป้าหมาย เช่น เพศชาย หญิง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก วัยรุ่น ฯลฯ คู่กับยี่ห้อและประเภทของสินค้าที่ต้องการจำหน่าย เช่น รองเท้า Adidas แชมพู Kodomo เครื่องสำอาง SKII เป็นต้น ซึ่งในปี 2020 การผลิตบทความต้องศึกษา Google keyword planner ก่อนการทำทุกครั้ง จะได้ไม่พลาดโอกาสในการแข่งขัน

การเชื่อมระหว่างแพลตฟอร์ม : การทำลิงก์เชื่อมโยงที่หลากหลาย ผ่านแพลตฟอร์มที่คนรุ่นใหม่นิยมใช้ ทั้ง Facebook Instagram YouTube และ LINE เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมีการสำรวจพบว่าคนที่ใช้งาน Google มันจะใช้แอปพลิเคชันที่หลากหลาย เพื่อการแชร์ บอกต่อ แบ่งปันเรื่องราวหรือแนะนำสินค้าให้เพื่อน คนในครอบครัวหรือคนรู้จักสนับสนุนด้วย การทำลิงก์จึงจำเป็นอย่างมาก ซึ่งหากเนื้อหาหรือสินค้าในเว็บไซต์น่าสนใจ การบอกต่อกันผ่านลิงก์เหล่านี้จะทำให้เพิ่มค่าอันดับ SEO ได้อย่างมากด้วย

การทำเว็บไซต์ระบบหลายภาษา : เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายทางการค้าในปี 2020 จะต้องมีความหลากหลายทั้งไทยและต่างประเทศ เจ้าของกิจการออนไลน์ควรต้องทำเว็บไซต์เป็นระบบ 2-3 ภาษา เช่น ไทย อังกฤษ จีน หรือ ญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้มีลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาข้อมูลได้ และจะเป็นการเพิ่มรับออเดอร์จากลูกค้าต่างประเทศมากขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องเรียนรู้การทำ keyword ที่เป็นภาษาต่างประเทศ ที่ตรงกับการสืบค้นของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย

จะเห็นได้ว่าในปี 2020 มีหลายประเด็นที่คนทำเว็บไซต์ SEO ต้องใส่ใจ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้เข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าคู่แข่งอื่น เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านเห็นแนวทางในการทำเว็บไซต์ SEO ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มยอดขายและทำให้มีลูกค้าติดตามมากขึ้นต่อไร

เทรนด์การทำ SEO ปี 2020

แนวโน้ม SEO จะเป็นอย่างไรในปี 2020

บทความที่เป็นมิตรกับ SEO

ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจแข่งขันกันเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ การทำ SEO แบบอัดคีย์เวิร์ดจำนวนมาก ๆ นั้น ดูจะล้าหลังไปแล้ว เนื้อหาและรูปภาพที่สร้างความฮือฮาหรือเป็นไวรัลก็ดูจะใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว เหตุผลที่ทิศทางเปลี่ยนไปเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ให้ความสำคัญของเนื้อหาสาระสำคัญมากขึ้น แนวโน้ม การทำ SEO ในปี 2020 หันมาเลือกใช้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ตรงกับความต้องการมากขึ้น มาดูกันว่าการสร้างบทความที่เป็นมิตรกับ SEO ต้องทำอย่างไรบ้าง

บทความที่เป็นมิตรกับ SEO

– การค้นหาคำหลักที่เหมาะสมยังคงมีความสำคัญ เพื่อกำหนดเป้าหมายว่าลูกค้าสนใจอะไร ก่อนอื่นต้องถามตัวเองว่า ผู้ใช้งานกูเกิลต้องการค้นหาอะไร สิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณอย่างไร “คำค้นหา” มีความสำคัญในเนื้อหาบทความ ผู้เขียนต้องวิจัยคีย์เวิร์ดหลักที่มีประสิทธิภาพ อาจใช้เครื่องมือค้นหาคำหลักได้หลายแบบเพื่อที่จะเลือกคำเฉพาะเจาะจงและมีระดับความยากทำให้มีการแข่งขันน้อยซึ่งจะโดดเด่นกว่าเว็บคู่แข่ง เคล็ดลับคือการเลือกคำหลัก 1-2 คำเพื่อกำหนดเป้าหมายบทความหน้านั้น เพิ่มคำหลักที่เป็นวลียาว 3-5 คำมาเป็นคีย์เวิร์ดรอง ใช้คำหลักใส่ในย่อหน้าแรกของบทความ

– เนื้อหามีสาระน่าอ่าน โลกอินเทอร์เน็ตมีการโพสต์บล็อกวันละหลายล้านรายการทุกวัน จำเป็นต้อนลดทอนคอนเทนต์ที่ไร้ประโยชน์ออกไปเพื่อให้ได้อ่านข้อมูลที่สนใจจริง การเขียนบทความควรเน้นเรื่องคุณภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมือนใคร รวมทั้งมีความยาวไม่เกิน 700 คำเพื่อให้รู้สึกว่าไม่เสียเวลาอ่าน เคล็ดอยู่ที่การทำความเข้าใจบุคลิกและความสนใจของลูกค้าเป้าหมาย จากนั้นจึงคิดว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไร ร่างบทความก่อน แบ่งเนื้อหาเป็นย่อหน้าเล็ก ๆ เพื่อให้อ่านง่าย เนื้อหามีความน่าเชื่อถือ รวมรูปภาพลงในโพสต์

– ตั้งชื่อบทความให้โดดเด่น ชื่อบทความเป็นเรื่องสำคัญ อธิบายสั้น ๆ ให้ผู้ใช้งานและกูเกิลเข้าใจว่าหน้าเว็บนั้นเกี่ยวกับอะไร เมื่อเห็นว่าน่าสนใจก็คลิกเข้าอ่าน ส่งผลให้มีการจัดอันดับการค้นหาดีขึ้น เคล็ดลับสำหรับมืออาชีพด้านการทำ SEO แนะนำให้ใช้ชื่อบทความตัวหนาและมีขนาดใหญ่กว่าเนื้อหาบทความ ใส่คีย์เวิร์ดหลักในชื่อบทความและย่อหน้าแรก ใส่หัวข้อย่อยในแต่ละย่อหน้าด้วย

– ปรับแต่งรูปภาพให้เหมาะสม ดังคำกล่าวว่าหนึ่งภาพแทนคำพูดได้หลายร้อยพันคำ รูปภาพจึงมีประสิทธิภาพในการดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งาน ทำให้เข้าใจเนื้อหาง่ายและชัดเจนขึ้น ก่อนจะอัปโหลดภาพไปยังเว็บไซต์ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าปรับให้เหมาะสมและบีบอัดเพื่อประหยัดขนาดพื้นที่บนหน้าเว็บ เคล็ดลับสำหรับมืออาชีพควรตั้งชื่อรูปภาพโดยใช้คีย์เวิร์ดหลักเพื่อให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาและเหมาะกับการทำ SEO รวมถึงการใส่คีย์เวิร์ดแทรกในคำอธิบายภาพด้วย

– การเขียน URL ของหน้าเว็บควรมีคำหลักอยู่ด้วย ช่วยในการจัดอันดับการค้นหา พยายามทำให้ URL สั้น อ่านแล้วสื่อความหมายชัดเจน

พร้อมกันนี้ การปรับปรุงความเร็วของเว็บเพจถือเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งของการทำ SEO ในปี 2020 ถ้าหน้าเว็บโหลดเร็วมักจะมีโอกาสดึงดูดผู้ชมให้อยู่ในเว็บนั้นนานขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าหน้าเว็บโหลดช้าเกินไปก็มีโอกาสน้อยมากที่จะติดอันดับผลการค้นหายอดนิยมในกูเกิล ทั้งหมดคือเทรนด์ใหม่ ปี 2020 ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของธุรกิจประสบความสำเร็จได้ตามต้องการ

บทความที่เป็นมิตรกับ SEO