ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์

ในยุคปัจจุบันมีอัตราการแข่งขันกันสูงเนื่องจากการเชื่อมโยงด้วยระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกเข้าถึงกันได้มากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบกับมีผู้ผลิตสินค้ามาจำหน่ายหลากหลายรูปแบบ จึงทำให้ทุกประเภทธุรกิจต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคหนึ่งที่ทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่ายจาก Bing, Yahoo Google ช่วยให้เข้าถึงลูกค้า เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งการทำ SEO ต้องใส่ใจ 2 ส่วนหลัก คือ

1. On-Page SEO

เป็นการปรับปรุงส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์และเพิ่มเนื้อหาที่น่าสนใจ ใส่ Keyword ที่ตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย ทั้งต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อสอดคล้องกับการใช้งานจริงของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบโลโก้ การเลือกธีมสีที่สวยงามอันสื่อถึงภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ขณะเดียวกันก็จะทำให้เป็นที่จดจำและได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นในระยะยาว

ส่วนสำคัญของการเพิ่มสถิติการเข้าชม CTR หรือ Click Through Rate และระยะเวลาที่ใช้ในการชมเพจ หรือ Time On Site คือ การผลิตบทความ SEO รวมถึงคลิปประกอบที่ให้ประโยชน์และสาระแก่ผู้อ่าน ไม่เน้นการขายมากเกินไป จนทำให้ผู้อ่านไม่ไว้วางใจ

2. Off-Page SEO

เป็นส่วนที่เพิ่มฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ จากการที่มีทีมงานประจำเว็บไซต์ไปตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าและบริการประเภทที่จำหน่าย โดยแสดงความเห็นที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่โฆษณาขายสินค้า เพราะอาจถูกแบนจากกลุ่มโซเชียลใน Facebook หรือ Pantip ได้

ตัวอย่างเช่น หากคุณจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ คุณสามารถเข้าไปอยู่ในกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับสินค้าไอที ที่มีคนจำนวนมากมาหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสเปค รุ่น ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก เมาส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ ซึ่งหากมีคนอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณก็สามารถที่จะให้ลิงก์ของเว็บไซต์คุณไว้ได้ เพื่อที่จะต่อยอดไปสู่การขายสินค้าของคุณในอนาคตต่อไป

การทำเช่นนี้เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันต้องอาศัยการทำ SEO เพื่อพัฒนาเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น จากผลการวิเคราะห์และจัดอันดับของ AI ซึ่งเป็นระบบอัลกอริทึมที่พิจารณาจากค่าสถิติของแต่ละเว็บไซต์

หากอยากเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้ในระยะยาว นักธุรกิจยุคใหม่จึงต้องศึกษา SEO ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มอำนาจในการแข่งขันทำให้มียอดจำหน่ายได้ทัดเทียมกับเว็บไซต์ที่ก่อตั้งมานานเช่นกัน

ซึ่งการทำ SEO ต้องใส่ใจ 2 ส่วนหลัก

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

หากจะกล่าวถึงการทำ SEO คงไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธถึงวิธีการทำ On-Page และ Off-Page ไว้เป็นลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งทั้ง 2 วิธีคือการปรับแต่งแก้ไขข้อมูลภายในเว็บและนอกเว็บที่จะทำให้ Search Engine สามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณให้ติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้ ในส่วนของ On-Page สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้เองด้วยวิธีง่ายๆ เพราะสามารถทำได้ในเว็บของตนเอง หากแต่ Off-Page นั้นจะเป็นในส่วนของผู้คนหรือคนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นบทความของคุณหรือเว็บไซต์ของคุณแล้วนำไปบอกต่อโดยการทำลิงก์เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เครดิตข้อมูลของคุณเอง

Off-Page SEO หรือ Backlink จากเว็บที่มีคุณภาพจะเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาจาก Google เพราะบ่งบอกถึงคนทำเว็บนั้นๆ เล็งเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งชื่อเสียงของเว็บคุณน่าจะมีชื่อเสียงไม่ใช่น้อย จึงทำให้เว็บไซต์ดังๆ Ref. หรือ ทำ Backlink กลับมายังเว็บของคุณได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้อันดับในการค้นหาจากทาง Google จะมีเว็บไซต์ของคุณติดอันดับจากการ Search

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

1. คุณภาพของเว็บไซต์ สิ่งแรกในการทำเว็บไซต์คือ คุณภาพของสิ่งที่คุณจะนำเสนอนั่นเอง โดยหลักๆแล้วก็คือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ต้องการจะนำเสนอให้คนทั่วไปได้เข้ามาหาความรู้ เยี่ยมชม โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นที่จะต้องตอบสนองทุกคน เพียงแต่สามารถที่จะช่วยเหลือคนบางกลุ่ม บางจำพวกให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่เขาต้องการค้นหาแค่นั้นเอง

2. อินโฟกราฟิก สุดยอดแห่งการทำ Backlink ทำไมถึงให้อินโฟกราฟิกเป็นสุดยอดของการทำ Backlink เพราะข้อมูลที่เป็นอินโฟกราฟิกจะดูเข้าใจได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีรูปและคำอธิบายสั้นๆ แต่ได้ใจความมากกว่าบทความที่ต้องใช้เวลาในการอ่านที่นาน แล้วเทียบกับวีดีโอล่ะไม่ดีกว่าหรือ แน่นอนวีดีโออาจทำได้ดีกว่าเพราะมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ แต่การทำ Off-Page SEO ให้อยู่บนวีดีโอบอกได้เลยยากมาก ที่สำคัญที่สุดคือช้าและราคาแพงกว่าอินโฟกราฟิกแน่นอน

3. ใช้ Facebook ให้เป็นประโยชน์ แน่นอนที่สุดคงไม่มีใครไม่เคยใช้งาน Facebook ซึ่งหากคุณได้ลองสังเกตดีๆ แล้วการอัปเดตครั้งหลังสุดของ Facebook นี้จะเน้นไปที่กลุ่มซึ่งจะเห็นได้ว่าการแจ้งเตือนการโพสต่างๆ จากกลุ่มที่คุณเข้าร่วมจะมีมากกว่าการแจ้งเตือนจากเพจส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ เพราะทาง Facebook ให้ความสำคัญต่อ Community มากกว่าเพจส่วนตัวอีกนะ ถ้าคุณทำคอนเทนต์ดีๆ แล้วไปปล่อยให้ตรงตามกลุ่มรับรองได้เลยเพจคุณดังแน่นอน

4. เป็นมือปืนรับจ้าง เขียนบทความโชว์เองเลย หากจะรอให้ผู้คนหรือเว็บอื่นๆ กล่าวถึงเว็บไซต์ของคุณก็ดูจะใช้เวลานานเกิน ก็อาสาเป็นมือปืนรับจ้างไปเลย ซึ่งคุณสามารถที่จะค้นหาข้อมูลตามที่เว็บไซต์ของคุณจะนำเสนอ เมื่อค้นเจอแล้วก็เข้าไปช่วยในการตอบปัญหาพร้อมวิธีการแก้ไข จากนั้นก็พ่วงด้วย Backlink ของเว็บไซต์ของคุณ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้คนที่เข้าไปอ่านได้กดติดตามกลับมาอ่านความรู้ต่อที่เว็บคุณได้แล้ว หากมองว่าทางแอดมินที่ดูไม่สามารถให้ฝากลิงก์ได้ก็ติดต่อไปยังเจ้าของเว็บที่รับสมัครนักเขียน พร้อมส่งผลงานให้เขาดูว่ามั่นใจในฝีมือของคุณหรือไม่ หากเขาสนใจ คุณก็สามารถที่จะหาแหล่งอ้างอิงให้เว็บของคุณให้ได้รับความน่าเชื่อถือได้แล้ว

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

ซึ่งจากข้อความข้างต้นที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนในการจัดทำ Off-Page SEO ให้มีคุณภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีอีกหลายร้อยวิธีที่สามารถช่วยคุณทำได้ แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปทางด้านมืดหรือทางลัดที่ผิดกติกา (Black HAT SEO) แม้จะทำให้คุณเห็นผลเร็ว แต่เมื่อโดนระบบของทาง Google ตรวจจับได้ ก็ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะตามมาแน่นอน

การทำ Off-page SEO ให้กับเว็บไซต์

การทำ Off-page SEO ให้กับเว็บไซต์

ในเมื่อ SEO คือสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ หรือ ผู้ที่ต้องการประกอบกิจการ ต่อให้เว็บไซต์นั้น ๆ จะดีหรือไม่ดีมาตั้งแต่ต้น แต่การปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์ รวมไปถึง SEO ย่อมส่งผลดีและทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ไอเดียพร้อมทั้งความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ SEO จึงกลายเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก โดยผู้จัดทำเว็บไซต์หรือผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการส่วนใหญ่จะต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถนำความรู้ที่มีมาทำการต่อยอดได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสำหรับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในวันนี้ เราขอนำเสนอเรื่อง การทำ Off-page SEO

Off-page SEO คืออะไร ?

การทำ Off – page SEO เป็นการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ ซึ่งส่วนต่าง ๆ ที่ว่านี้เราจะไม่สามารถทำการควบคุมผ่านหน้าเว็บของเราได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่เราจะทำให้เว็บดัง ๆ ส่วนใหญ่ทำการลิงค์มาที่เว็บของเรา หรือการทำปุ่มให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดียได้อย่างง่าย ๆ เป็นต้น และด้วยเหตุนี้เองการทำ Off-page SEO จึงกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก

สิ่งที่คุณจะต้องทำผ่านการทำ Off-page seo

พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้ได้มากที่สุด – คุณจะต้องนำเสนอตนเองออกมาเพื่อให้กลายเป็นที่รู้จักภายในวงการ ซึ่งในกรณีนี้คุณจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณด้วย สิ่งที่คุณควรระวังก็คือ คุณไม่ควรขายของทันที และควรที่จะเป็นผู้ให้ก่อนเสมอ

หาทางในการฝากร้านหรือฝากลิงค์ – สำหรับวิธีการนี้ถือได้ว่าเป็นวิธีการที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก และสามารถทำได้กันอย่างถ้วนหน้า การฝากร้านถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ง่าย แต่ถ้าหากจะให้ดีจริง ๆ คุณควรเลือกฝากเฉพาะคนที่เค้าสนใจในตัวคุณเท่านั้น แทนที่คุณจะสุ่มมั่วไปหมด ให้เปลี่ยนมาเป็นเลือกเฉพาะที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวคุณเท่านั้น

หัดลองทำ Partnership ให้เป็น – คุณควรที่จะลองทำการลิสเฉพาะเว็บรีวิวร้านอาหาร , บล็อกเกอร์ประเภทสายชิม เป็นต้น แล้วทำการส่งอีเมล์หรือทำการแอดเฟสบุ๊ค เพื่อที่จะแนะนำตนเองและพูดคุยดูว่าพวกคุณจะสามารถทำการแลกเปลี่ยนอะไรกันได้บ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก เนื่องจากเว็บไซต์รีวิวหรือแม้กระทั่งบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ มักจะต้องการค้นหาคอนเทนต์ดี ๆ ที่แตกต่างมาทำการนำเสนออยู่แล้ว เพียงแค่นี้เราก็จะได้ลิงค์ที่มีคุณภาพจริง ๆ มาเชยชมแล้ว

เนื่องจาก SEO มีเนื้อหาและขั้นตอนที่เยอะแยะมากมาย อีกทั้งหลากหลายเทคนิคและวิธีการที่จะสามารถช่วยผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้มีอันดับที่ดีขึ้นได้ การทำ on-page seo หรือแม้กระทั่ง off-page seo ก็ตาม จึงกลายเข้ามามีบทบาทสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดในการจัดทำเป็นอย่างยิ่ง