เลือกบริษัททำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

เลือกบริษัททำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

ปัจจุบันการทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางในการ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มอำนาจในการแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น ซึ่งการทำ SEO หรือ search engine optimization มีอยู่หลายองค์ประกอบที่ ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ทำเองได้ หรืออาจใช้บริการบริษัทรับจ้างทำ SEO ก็ได้

การเลือกผู้รับจ้างทำ SEO ที่ดีมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา ดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือ

หากไม่มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้แนะนำบริษัทใด ๆ คุณก็สามารถเปิดหาได้จาก Google search โดยควรเลือกจ้างบริษัทรับทำ SEO ที่เปิดกิจการมายาวนาน มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีเอกสารที่แสดงถึงการเปิดเป็นบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีตัวอย่างผลงานและทีมงานที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือ มีสัญญาในการจ้างงานที่ชัดเจน เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบหากมีปัญหาในภายหลัง

2. ประสบการณ์ในการทำงาน

บริษัทรับทำเว็บไซต์ SEO จะต้องมีทีมงานที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การออกแบบงานด้านกราฟิก การผลิตบทความที่มีคุณภาพ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถขอดูตัวอย่างผลงานการทำ SEO ในเว็บไซต์ของลูกค้ารายเก่าของบริษัทที่คุณสนใจได้ เพื่อนำมาพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลกันระหว่างหลายบริษัท และยังทำให้ช่วยในการประเมินค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นว่าจะมีความคุ้มค่าเมื่อจ้างงานบริษัทใดมากที่สุด

3. สอบถามแนวทางของการทำ SEO ตั้งแต่ต้น

การทำ SEO ที่ดี ไม่ใช่เริ่มจากการทำ keyword หรือเขียนบทความที่มีคุณภาพ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำ SEO มักเริ่มจากการปรับปรุงแก้ไขส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานทั้งในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การตั้งค่าในทางเทคนิคต่าง ๆ โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ที่ทำมานานแล้ว จะต้องมีการแก้จุดบกพร่องเช่น ลิงก์เชื่อมโยงที่ไม่สามารถใช้งานได้เป็นปกติ หรือมีการออกแบบโลโก้และสีสันที่ทันสมัย ที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่แบรนด์ ดังนั้นการจ้างทำบริษัท SEO จึงควรสอบถามแนวทางในการแก้ไขตั้งแต่ต้น ก่อนการทำสัญญา

4. ค่าชดเชยหรือการยกเลิกสัญญา

กรณีที่การทำ SEO ไม่ได้ผลตามที่การันตีผลไว้ เช่น อันดับไม่เพิ่มในระยะเวลา 3 เดือน จำนวนผู้เข้าชมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ยอดขายไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ เป็นต้น คุณสามารถที่จะยกเลิกสัญญาหรือได้รับค่าชดเชยอย่างไรบ้างจากบริษัททำ SEO สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นคำถามที่ต้องระบุไว้ในสัญญาด้วย เพื่อเป็นหลักฐานไม่ให้มีปัญหาโต้แย้งในภายหลัง

จะเห็นได้ว่า การจ้างบริษัททำ SEO มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายด้าน ซึ่งการเลือกบริษัทที่ดีและวางใจได้ จะเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหรือเจ้าของเว็บไซต์ก็ควรเรียนรู้หลักการทำ SEO เพื่อให้เข้าใจแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น

การเลือกผู้รับจ้างทำ SEO ที่ดีมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

การค้าขายออนไลน์เป็นที่นิยมมากในช่วง 10 ปีมานี้ เนื่องจากความสะดวกในการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายเข้าด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยในปัจจุบันทุกประเภทธุรกิจต่างมีจำนวนคู่แข่งทางธุรกิจมาก การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดที่ได้รับการแนะนำจากบรรดากูรูให้ทำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น

เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO กันมากขึ้นเสียแต่วันนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อดีในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

1. ประหยัดค่าโฆษณา

เนื่องจาก SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่เน้นการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพสอดคล้องตามที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนดไว้ อันดับในการนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้นจะไม่สามารถซื้อได้ เพราะเป็นผลการค้นหาแบบธรรมชาติโดยระบบของ Search Engine จึงทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาได้

2. ขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศ

หนึ่งในหลักการทำ SEO คือ การทำ Backlink เชื่อมโยงเว็บไซต์ธุรกิจคุณกับเว็บไซต์ภายนอก จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าการรอให้ลูกค้ามาค้นหาตาม Keyword เช่น คุณขายสินค้าจำพวกงานฝีมือของไทย ก็สามารถไปเข้ากลุ่มสนทนาที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมตัวกัน เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานศิลปะ หรืองานฝีมือของคนไทย เมื่อมีชาวต่างชาติสนใจสอบถามข้อมูล ก็สามารถให้ Link เว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เพิ่ม Traffic ที่ทำให้อันดับ SEO สูงขึ้น และเพิ่มยอดขายได้พร้อมกันไปด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ

การทำ SEO ในส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายและสวยงามอยู่เสมอ โดยมีการออกแบบโลโก้ที่สะดุดตา ใช้ฟอนต์ตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ มีธีมสีที่ชัดเจน สื่อสารถึงตัวสินค้าได้ เช่น สินค้าออร์แกนิก ใช้ธีมสีเขียว จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำง่ายขึ้นกว่าเดิม

4. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย

การใส่ใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่มีปัญหาความล่าช้าในการดาวน์โหลดข้อมูล จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน (เรียกว่า Mobile-Friendly) เพราะหากใช้ได้เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะทำให้เสียโอกาสในการขายไปมากกว่า 60% เลยทีเดียว

5. ทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้น

การขายสินค้าออนไลน์ในระยะยาว ต้องมีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยตลอดเวลา หากร่วมกับการบริการที่เป็นมิตรและสินค้าประทับใจผู้ซื้อ ก็จะทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้นในระยะยาว

SEO เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์หลากหลาย ทั้งการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นระบบ ขยายกลุ่มลูกค้า และเพิ่มยอดขายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากใส่ใจการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ออนไลน์เสียแต่วันนี้ ย่อมประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในปี 2019 อย่างแน่นอน

นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

ทุกวันนี้คนทำเว็บไซต์มักจะพูดถึงกลยุทธ์ในการทำ SEO อธิบายกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีเว็บไซต์ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นเพื่อให้ได้อันดับที่ดี อยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา ยิ่งคนเห็นเว็บไซต์มากย่อมหมายถึงมีโอกาสปิดการขายเร็วและได้ลูกค้าก่อนคนอื่น ๆ ด้วย เจ้าของธุรกิจหลายคนสนใจเรื่อง SEO เพราะเชื่อว่าเป็นอีกแรงหนุนให้แบรนด์ติดตามรวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น เนื่องจากจำนวนครั้งที่คนคลิกเข้าเว็บไซต์จะส่งผลต่อการจัดอันดับด้วย ดังนั้น มาดูกันว่าข้อมูลอะไรที่ต้องบอกอธิบายให้คนทำเว็บไซต์รู้และออกแบบเว็บไซต์โดนใจทำให้คนเข้ามาดูมากขึ้น

กลยุทธ์ข้อแรก เป็นเรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เจ้าของธุรกิจต้องอธิบายถึงคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ และระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เพศ วัย การศึกษา อาชีพ รายได้ ความสนใจ และอื่น ๆ ช่วยให้ออกแบบเว็บไซต์ได้ถูกใจทำให้ผู้ชมไม่คลิกออกจากเว็บตั้งแต่เห็นหน้าแรก หากเจ้าของธุรกิจเปิดร้านขายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ต้องเล็งกลุ่มเป้าหมายแล้วว่าสนใจสินค้าแบบไหน สินค้าแปลกไม่ซ้ำใครหรือสินค้าราคาถูก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ภายในบ้าน สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสามารถเข้าไปทดลองสินค้า พอคลิกเข้าไปดูเห็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการโดยตรงก็จะทำให้ลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์เรื่อย ๆ

เมื่อลูกค้าเป้าหมายเข้ามาค้นหาสินค้าในเว็บไซต์ รูปภาพจะเห็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด บางคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าตนเองมองหาอะไร หรือสนใจอะไรเฉพาะเจาะจง เห็นรูปแล้วเกิดความสนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ให้แจ้งรายละเอียดไว้และเปิดช่องให้สอบถามแบบโต้ตอบกลับได้

กลยุทธ์ข้อที่สอง คือการเชื่อมโยงเว็บไซต์เข้ากับโซเชียลมีเดีย ทำให้สอบถามรายละเอียดง่ายขึ้น เนื่องจากเว็บไซต์มักจะเป็นแหล่งให้ข้อมูลด้านเดียว หากมีลิงก์เข้าเฟซบุ๊ก ใช้บทความอธิบายรายละเอียดคร่าว ๆ มีช่องทางสอบถามโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ แล้วลิงก์กลับมายังเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูลอย่างละเอียดหรือค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกันในภายหลัง ลูกค้าพอใจกับสินค้าและบริการแล้วยังจะช่วยแชร์และแบ่งปันข้อมูลบอกต่อทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่มากขึ้นและ เพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ข้อที่สาม การออกแบบเว็บไซต์ควรมีพื้นที่ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ และรีวิวสินค้าเพื่อบอกต่อให้ลูกค้ารายอื่น ๆ เห็นว่าผู้ใช้จริงใช้แล้วเป็นอย่างไร โดยปกติจะมีการบอกต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากกว่า แต่การรีวิวสินค้าบนหน้าเว็บไซต์เป็นการการันตีคุณภาพ รวมถึงเป็นโอกาสให้ชูจุดเด่นของสินค้าที่จะสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์อย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาค้นหาข้อมูล ยิ่งมีจำนวนผู้ชมมากเท่าไร ยิ่งส่งผลดีต่อ การทำ SEO มากขึ้นเท่านั้น

แม้ว่าเป้าหมายของธุรกิจคือการขายของ แต่ช่องทางการโฆษณาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับเป็นโอกาสที่จะสร้างความเชื่อน่าเชื่อ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและบอกต่อ ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น นั่นหมายความว่าจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากขึ้นตามไปด้วย

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้น

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

ข้อผิดพลาดของการทำ SEO ข้อแรก ๆ ก็คือ การทำ SEO ให้กับคีย์เวิร์ดผิดตัว หลายคนมักจะใช้ชื่อยี่ห้อร้านของตนเอง ซึ่งลืมคิดไปว่าไม่ได้เป็นคำที่คนทั่วไปใช้ ซึ่งการเริ่มต้นผิดก็จะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และมีผลกระทบต่อทั้งเว็บไซต์เนื่องจากต้องมาตามแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วให้ถูกต้อง ต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำอย่างง่าย ที่จะทำให้การทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม?

เคล็ดลับข้อนี้ถือว่าเป็นสุดยอดเทคนิคอย่างแท้จริง หลายธุรกิจเริ่มต้นทำ SEO ไปกับคีย์เวิร์ดหลาย ๆ ตัวไปพร้อมกัน เสียทั้งค่าบริการและระยะเวลา ก่อนจะไปพบว่าแม้เว็บไซต์จะได้อันดับที่ดีในคีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว แต่ยอดขายกลับไม่กระเตื้องขึ้นเพราะอะไร แน่นอนก็ต้องไปดูค่าวัดผลทางสถิติก่อนว่ามีผู้ใช้เข้ามาในเว็บไซต์ด้วยคีย์เวิร์ดดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าไหร่ และสามารถกลายไปเป็นลูกค้าได้จริงหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่ คุณก็จะรู้ได้ว่าคีย์เวิร์ดนั้นสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้หรือไม่

ทางลัดการค้นหาคีย์เวิร์ดที่สร้างยอดขายให้คุณได้จริง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ดีและเร็วไปกว่าการใช้ SEM หรือ Search Engine Marketing โดยการซื้อโฆษณาแบบ PPC (Pay per click) เช่น Google Ads ซึ่งคุณจะสามารถทดลองได้รวดเร็วกว่า สามารถรู้ผลได้ในระยะเวลาไม่นาน ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดบ้างที่น่าสนใจ มีคนค้นหาและคลิกเข้ามาเท่าไหร่ก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่คุณต้องการ เช่น สมัครสมาชิก หรือกรอกแบบสำรวจ เป็นต้น เมื่อรู้ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดที่สามารถทำเงินได้จริง สร้างลูกค้าให้กับคุณได้ คีย์เวิร์ดนั้นเองที่ควรจะนำไปทำ SEO ในระยะยาวต่อไป

อย่าหลอกผู้บริโภค

หลายธุรกิจ พยายามเน้นเรื่อง SEO มากเกินไป จนลืมไปว่าหน้าเพจต่าง ๆ นั้นตอบปัญหาหรือความต้องการของผู้บริโภคได้จริงหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้บริโภคต้องการหาคำว่า ส่วนลด แต่พอเข้ามาในหน้าเว็บเพจแล้วกลับไม่เจอข้อมูลเกี่ยวกับส่วนลดเลย หรือหาเสื้อแขนยาว สีเหลือง แต่เข้ามาในหน้าเว็บเพจกลับเป็นเสื้อแขนสั้นสีแดง การทำ SEO จึงต้องคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลางด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจ หาอะไรก็เจอ เกิดความเชื่อมั่นและกลับมาใช้เว็บไซต์อีกในอนาคต รวมถึงการบอกต่อให้กับเพื่อน ๆ ของเขาด้วย สร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว

กระบวนการ SEO ให้กับธุรกิจ จึงต้องอาศัยการใส่ใจในรายละเอียดรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งแบบเทคนิควิธีออนไลน์และการทำแบบสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่กำลังจะตัดสินใจจ่ายเงินนั้น เขามักจะใช้คีย์เวิร์ดใดก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะทำให้คุณสร้างยอดขายจากคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องต่อไป

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม

เว็บไซต์น้องใหม่ควรอ่านการทำ SEO ไม่ต้องใช้เงินอย่างที่คิด

เว็บไซต์น้องใหม่ควรอ่านการทำ SEO ไม่ต้องใช้เงินอย่างที่คิด

ช่องทางการตลาดออนไลน์กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะใช้ระบบอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีการสื่อสารที่คนรุ่นใหม่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต iPAD ที่เชื่อมโยงคนทั่วโลกเข้าด้วยกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับเว็บไซต์น้องใหม่ เพียงมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ก็สามารถที่จะนำมาวางขายออนไลน์ โดยใช้การประชาสัมพันธ์แบบ SEO ที่ไม่ต้องใช้เงิน ก็สามารถทำให้มีลูกค้าและเริ่มสร้างยอดขายได้แล้ว นักธุรกิจที่เพิ่งสร้างเว็บไซต์ไม่นาน จึงควรอ่านบทความนี้จนจบ เพื่อให้ทราบเทคนิคการทำ SEO ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพจริง ดังนี้

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่เน้นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอในหลากหลายด้าน รวมถึงการสร้างลิงก์เพื่อสร้างช่องทางประชาสัมพันธ์ไปสู่เว็บไซต์ภายนอก จะทำให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เงินทุนสูง ดังนี้

1. การเลือกสีและฟอนต์ตัวอักษรของเว็บไซต์ที่เป็นเอกลักษณ์และเข้ากับสินค้า ตัวอย่างเช่น การขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ ควรจะใช้สีโทนอ่อน เช่น ฟ้าและชมพูอ่อน ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นกันเองกับกับเด็ก ทั้งนี้ต้องเลือกฟอนต์ตัวอักษรที่อ่านง่าย ๆ ตัวกลมมน จะได้รับความนิยมจากผู้ปกครองที่มาหาซื้อเสื้อผ้าให้บุตรหลาน มากกว่าการใช้สีฉูดฉาดและฟ้อนที่มีความเหลี่ยมตัวหนาใหญ่

2. การนำข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น อัพเดทข่าวสารที่ทันสมัยและเกี่ยวข้องกับตัวสินค้าของคุณอยู่เสมอ เช่น หากคุณทำสินค้ากลุ่ม Organic ก็ควรนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้าออร์แกนิก ผลต่อสุขภาพผู้ใช้ และความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ฯลฯ มาให้กลุ่มเป้าหมายได้อ่านเป็นระยะ จะทำให้กระตุ้นทำให้เกิดแรงจูงใจในการเลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้นอยากมีลูกค้าขาประจำมาซื้อของในเว็บไซต์ ควรรู้วิธีการทำ SEO

3. การพัฒนาตัวเว็บไซต์ให้เปิดใช้งานเข้าได้กับอุปกรณ์สื่อสารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้จะต้องปรึกษาโปรแกรมเมอร์เพื่อให้การทำเว็บไซต์ของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การที่ต้องใช้ได้กับอุปกรณ์ดังกล่าว ก็เพื่อสอดคล้องตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในปัจจุบันนั่นเอง

4. การหมั่นตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของคุณในห้องแชทต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นในกลุ่มสังคม Pantip จะมีห้องที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลี้ยง หากคุณจำหน่ายแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง ก็ควรแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง พร้อมแนบ Link ของผลิตภัณฑ์ เพื่อผู้ที่สนใจจะได้คลิกเข้ามาสอบถามและนำไปสู่การซื้อขายสินค้าได้ในที่สุด

จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นเว็บไซต์น้องใหม่ก็สามารถที่จะสร้างยอดขายได้สูง ผ่านเทคนิคการตลาด SEO ขอเพียงศึกษาข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น และนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

หากจะกล่าวถึงการทำ SEO คงไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธถึงวิธีการทำ On-Page และ Off-Page ไว้เป็นลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งทั้ง 2 วิธีคือการปรับแต่งแก้ไขข้อมูลภายในเว็บและนอกเว็บที่จะทำให้ Search Engine สามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณให้ติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้ ในส่วนของ On-Page สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้เองด้วยวิธีง่ายๆ เพราะสามารถทำได้ในเว็บของตนเอง หากแต่ Off-Page นั้นจะเป็นในส่วนของผู้คนหรือคนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นบทความของคุณหรือเว็บไซต์ของคุณแล้วนำไปบอกต่อโดยการทำลิงก์เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เครดิตข้อมูลของคุณเอง

Off-Page SEO หรือ Backlink จากเว็บที่มีคุณภาพจะเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาจาก Google เพราะบ่งบอกถึงคนทำเว็บนั้นๆ เล็งเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งชื่อเสียงของเว็บคุณน่าจะมีชื่อเสียงไม่ใช่น้อย จึงทำให้เว็บไซต์ดังๆ Ref. หรือ ทำ Backlink กลับมายังเว็บของคุณได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้อันดับในการค้นหาจากทาง Google จะมีเว็บไซต์ของคุณติดอันดับจากการ Search

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

1. คุณภาพของเว็บไซต์ สิ่งแรกในการทำเว็บไซต์คือ คุณภาพของสิ่งที่คุณจะนำเสนอนั่นเอง โดยหลักๆแล้วก็คือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ต้องการจะนำเสนอให้คนทั่วไปได้เข้ามาหาความรู้ เยี่ยมชม โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นที่จะต้องตอบสนองทุกคน เพียงแต่สามารถที่จะช่วยเหลือคนบางกลุ่ม บางจำพวกให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่เขาต้องการค้นหาแค่นั้นเอง

2. อินโฟกราฟิก สุดยอดแห่งการทำ Backlink ทำไมถึงให้อินโฟกราฟิกเป็นสุดยอดของการทำ Backlink เพราะข้อมูลที่เป็นอินโฟกราฟิกจะดูเข้าใจได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีรูปและคำอธิบายสั้นๆ แต่ได้ใจความมากกว่าบทความที่ต้องใช้เวลาในการอ่านที่นาน แล้วเทียบกับวีดีโอล่ะไม่ดีกว่าหรือ แน่นอนวีดีโออาจทำได้ดีกว่าเพราะมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ แต่การทำ Off-Page SEO ให้อยู่บนวีดีโอบอกได้เลยยากมาก ที่สำคัญที่สุดคือช้าและราคาแพงกว่าอินโฟกราฟิกแน่นอน

3. ใช้ Facebook ให้เป็นประโยชน์ แน่นอนที่สุดคงไม่มีใครไม่เคยใช้งาน Facebook ซึ่งหากคุณได้ลองสังเกตดีๆ แล้วการอัปเดตครั้งหลังสุดของ Facebook นี้จะเน้นไปที่กลุ่มซึ่งจะเห็นได้ว่าการแจ้งเตือนการโพสต่างๆ จากกลุ่มที่คุณเข้าร่วมจะมีมากกว่าการแจ้งเตือนจากเพจส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ เพราะทาง Facebook ให้ความสำคัญต่อ Community มากกว่าเพจส่วนตัวอีกนะ ถ้าคุณทำคอนเทนต์ดีๆ แล้วไปปล่อยให้ตรงตามกลุ่มรับรองได้เลยเพจคุณดังแน่นอน

4. เป็นมือปืนรับจ้าง เขียนบทความโชว์เองเลย หากจะรอให้ผู้คนหรือเว็บอื่นๆ กล่าวถึงเว็บไซต์ของคุณก็ดูจะใช้เวลานานเกิน ก็อาสาเป็นมือปืนรับจ้างไปเลย ซึ่งคุณสามารถที่จะค้นหาข้อมูลตามที่เว็บไซต์ของคุณจะนำเสนอ เมื่อค้นเจอแล้วก็เข้าไปช่วยในการตอบปัญหาพร้อมวิธีการแก้ไข จากนั้นก็พ่วงด้วย Backlink ของเว็บไซต์ของคุณ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้คนที่เข้าไปอ่านได้กดติดตามกลับมาอ่านความรู้ต่อที่เว็บคุณได้แล้ว หากมองว่าทางแอดมินที่ดูไม่สามารถให้ฝากลิงก์ได้ก็ติดต่อไปยังเจ้าของเว็บที่รับสมัครนักเขียน พร้อมส่งผลงานให้เขาดูว่ามั่นใจในฝีมือของคุณหรือไม่ หากเขาสนใจ คุณก็สามารถที่จะหาแหล่งอ้างอิงให้เว็บของคุณให้ได้รับความน่าเชื่อถือได้แล้ว

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

ซึ่งจากข้อความข้างต้นที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนในการจัดทำ Off-Page SEO ให้มีคุณภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีอีกหลายร้อยวิธีที่สามารถช่วยคุณทำได้ แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปทางด้านมืดหรือทางลัดที่ผิดกติกา (Black HAT SEO) แม้จะทำให้คุณเห็นผลเร็ว แต่เมื่อโดนระบบของทาง Google ตรวจจับได้ ก็ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะตามมาแน่นอน

SEO คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ

SEO คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ มีอันดับในการสืบค้นที่ดีจาก Yahoo และ Google ซึ่งจะทำให้มีความน่าเชื่อถือ มีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น การทำ SEO สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือจ้างบริษัท ถ้าต้องการให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีนานเท่าไหร่ ก็จะต้องทำ SEO อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำด้วย

ตัวอย่างการทำ SEO เช่น ถ้าต้องการซื้อดอกไม้เพื่อให้เพื่อนวันรับปริญญา สามารถที่จะพิมพ์เป็น keyword ใน Yahoo ก็จะแสดงร้านดอกไม้ออนไลน์ที่มีบทความ SEO ที่มี keyword ว่าดอกไม้รับปริญญาและมีจำนวนผู้ใช้บริการมากขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ SEO จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าออนไลน์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา อย่างการทำการตลาดออนไลน์ด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การซื้อพื้นที่โฆษณา SEM (Search Engine Marketing) หรือ Google AdWords เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการเก็บสถิติพบว่าเว็บไซต์ที่อยู่อันดับที่ 1 ในการสืบค้น จะมียอดผู้เข้าไปชมประมาณ 2 เท่าของเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับที่ 2 และส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อสินค้าที่แสดงอยู่ในหน้าแรกหรือว่า Top Ten  ของการค้นหา จึงแสดงว่า SEO สำคัญต่อการทำธุรกิจออนไลน์อย่างมาก

SEO ประกอบไปด้วย ส่วนเนื้อหาเว็บไซต์ที่มีความทันสมัย มี keyword ที่ตรงกับการค้นหาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้สวยงาม ใช้งานง่าย เช่น เว็บไซต์ขายช่อดอกไม้รับปริญญา ก็ควรต้องมีบทความที่เกี่ยวข้องกับความหมายของดอกไม้แต่ละชนิด การเลือกใช้สีของดอกไม้ตามโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ต้องมีช่องทางที่ให้ติดต่อสอบถามได้สะดวก จึงจะน่าสนใจและทำให้มีผู้เข้ามาอ่านและสั่งซื้อช่อดอกไม้มากขึ้น

อีกส่วนที่สำคัญของ SEO คือการทำลิงค์เพื่อเชื่อมโยงเว็บไซต์เข้าด้วยกัน เช่น การไปตอบคำถาม หรือแนะนำร้านในเว็บไซต์ที่เป็นกระทู้ถามตอบเกี่ยวกับวิธีการสั่งดอกไม้จากร้านออนไลน์ และโพสต์ลิงค์ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสั่งสินค้าในเว็บไซต์คุณ ซึ่งเรียกว่าการทำ Backlink ก็ช่วยเพิ่มอันดับให้ดีขึ้นและมียอดผู้ซื้อสินค้ามากขึ้นควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้ การทำ SEO จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูลเพื่อให้ระบบ Algorithm ของ Search Engine ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างเว็บไซต์ที่ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน โดยจะใช้เวลา 2-3 เดือนขึ้นไปหลังจากเริ่มทำ SEO จึงเป็นข้อเสียที่ไม่สามารถที่จะเห็นผลทั้งยอดซื้อสินค้าและจำนวนผู้ชมเว็บไซต์ได้เร็วอย่างการทำโฆษณาแบบอื่น ๆ

แต่ก็มีข้อดีกว่าตรงที่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา เหมาะกับธุรกิจที่เป็นขนาดกลางและเล็ก เพียงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา ก็จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ยาวนาน

SEO คืออะไร ทำไม

ทำไมกูรูจึงแนะนำให้ทำ SEO ทุกเว็บไซต์

ทำไมกูรูจึงแนะนำให้ทำ SEO

การทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากทั่วโลก เนื่องจากระบบเทคโนโลยีและเครือข่าย 4G ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลมีความรวดเร็วสูง นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภค ก็ชอบสืบค้นหาข้อมูลผ่านทาง Search Engine อย่างเช่น Google , Yahoo จึงทำให้มีมูลค่าการซื้อขายเป็นปริมาณสูง

การทำ SEO ให้ประโยชน์อย่างยิ่งกับเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากเป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของเว็บไซต์ใน 2 ส่วน ดังนี้

1. Off-Page SEO เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของการเชื่อมโยงลิงค์จากเว็บไซต์ภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์หลักทางธุรกิจ เช่น การเชื่อมโยงลิงค์ของบทความที่น่าสนใจในต่างประเทศ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมการขายซึ่งกันและกัน

2. การทำ On-Page SEO จะเป็นส่วนของการปรับปรุงโครงสร้างด้านหน้าของเว็บไซต์ทำให้สวยงามและใช้งานง่าย มีการจัดหมวดหมู่ของการโฆษณา บทความเกี่ยวกับสินค้าและ การติดต่อบริษัทอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ในส่วนของบทความและภาพประกอบ รวมถึงคลิปวีดีโอต่าง ๆ ก็จะต้องมีคุณภาพ ให้ประโยชน์สาระแก่ผู้อ่านและมี Keyword ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนิยมใช้ในการสืบค้นอยู่ด้วย

การทำ SEO ที่มีคุณภาพด้วยองค์ประกอบที่กล่าวมา จะช่วยให้เว็บไซต์ทางธุรกิจได้ประโยชน์ ดังนี้

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือการจัดอันดับให้ Search Engine เพราะระบบ Algorithm ของ Search Engine จะทำงานแบบอัตโนมัติในการตรวจสอบคุณภาพของเว็บไซต์ทั้งในส่วน Off-Page SEO และ On-Page SEO

2. การอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอ ทั้งด้านบทความ ข่าวสาร คลิปวิดีโอ ที่สาระประโยชน์แก่ผู้ชมเว็บไซต์ จะทำให้อันดับในการสืบค้นดียิ่งขึ้น ทำให้มีโอกาสแข่งขันกับธุรกิจของเจ้าอื่นได้ดีขึ้น

3. การทำ SEO ช่วยในการขยายกลุ่มลูกค้าได้ ทั้งในและต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการไปประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ทำให้ลดต้นทุนในการทำธุรกิจ สามารถนำเงินที่ประหยัดได้ไปลงทุนด้านอื่นได้อีก

4. ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในการใช้บริการเว็บไซต์ออนไลน์ เนื่องจากคุณภาพของเว็บไซต์ที่ดีจะทำให้ถูกนำเสนออยู่ในลำดับบน ๆ เป็นประจำ

5. ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีลูกค้าที่สืบค้นหาร้านค้าออนไลน์ได้จากระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก แม้เจ้าของธุรกิจออนไลน์จะไม่ได้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ

6. ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้แก่แบรนด์สินค้า โดยเฉพาะหากมีการจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์ในการทำธีมนำเสนอที่สวยงามและดูเป็นมืออาชีพ

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำเว็บไซต์ออนไลน์ การให้ความสำคัญกับคุณภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยทีมงานพัฒนาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้ดีขึ้น ทั้งด้านยอดขายและจำนวนลูกค้าประจำอย่างแน่นอน

ทำไมกูรูจึงแนะนำให้ทำ SEO ทุกเว็บไซต์

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 ควรมีอะไรโดดเด่น

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 ควรมีอะไรโดดเด่น

ในปี 2019 การตลาดออนไลน์เป็นช่วงขาขึ้น กำลังคึกคักทีเดียว การทำให้เว็บไซต์ SEO ของคุณเตะตาดึงดูดใจผู้ใช้จึงมีความสำคัญมาก นอกจากที่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ SEO โดยพื้นฐานทั้งส่วน on-page และ off-page แล้วยังมีอะไรอีกที่ควรต้องใส่ใจในการปรับโฉม เว็บไซต์ของคุณ เรามาดูกัน

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 มีอะไรโดดเด่น

การทำ snippet

snippet เป็นวลีหรือข้อความสั้น ๆ หรือ code เล็ก ๆ ที่จะปรากฏอยู่ในหน้าต่างการสืบค้น เป็นการทำเพื่อให้ bot วิเคราะห์และแสดงผลได้อย่างรวดเร็วเป็นระเบียบมากขึ้น ทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น

โดยองค์ประกอบของ snippet ที่นิยมทำในปัจจุบัน ได้แก่ การใส่ title Link ที่มี keyword สำคัญ ของ Content นั้นอยู่ และ ส่วน Description หรือเนื้อหาโดยภาพรวมที่มีความยาวเพียงแค่ 80 ถึง 100 คำ สำหรับ Content ประมาณ 1 หน้า A4 เป็นต้น

การสร้างเสียงของ Content

การทำ Content SEO ที่ผ่านมา เรามักจะเน้นเรื่องของเนื้อหาและคลิปประกอบที่เป็นภาพสวยงาม แต่ในปี 2019 คุณจะเห็น Content ที่ใส่เสียงหรือซาวเอฟเฟค sound effect ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น เพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานในเว็บไซต์เข้าถึงเนื้อหาหรืออินกับข้อมูลที่กำลังนำเสนอยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในต่างประเทศจะเห็นว่าจะมีการทำเพลงบรรเลงและเพลงประกอบที่มีเนื้อหาที่สร้างความจดจำ ติดหู ติดตลาดง่าย แม้แต่เว็บไซต์ขายภาพอย่าง shutterstock ก็ยังออกแบบสไตล์เพลงประกอบเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งานหน้าเว็บไซต์ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ใส่ใจใน user experience

UX หรือ user experience หมายถึงการเน้นสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของคุณ ดังที่มีผู้รับจ้างทำ UX Design มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ

(1) ส่วนของ Content SEO

วิธีการนำเสนอเนื้อหาใน Content จะต้องเน้นที่ประโยชน์ของผู้อ่านให้รู้สึกว่าไม่เสียเวลาในการคลิกเข้ามาชมข้อมูล มีเนื้อหาที่อ่านง่าย ส่วนที่เกี่ยวกับกลไกหรือข้อมูลเชิงเทคนิคก็ลงรายละเอียดได้อย่างถูกต้อง

และหากมีการเชื่อมโยงลิ้งค์อ้างอิงทั้งสู่เว็บไซต์ภายนอกของต่างประเทศหรือหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ตัวเองที่ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจให้แก่ผู้อ่านก็จะยิ่งสร้างคุณค่าให้กับ Content ยิ่งขึ้น

(2)ส่วนของ เทคนิคเชิงคอมพิวเตอร์

ส่วนนี้เป็นสิ่งที่นักโปรแกรมเมอร์สามารถให้คำแนะนำได้ดี เช่น การ สร้าง Cache ทำให้ใช้เวลาในการดาวน์โหลดดาต้าน้อยลง การปรับขนาดพิกเซลของรูปให้เหมาะสมกับหน้าจอมือถือ เพื่อสัมพันธ์กับการใช้งานจริงของนักท่องเว็บส่วนใหญ่ ก็จะทำให้เว็บไซต์ SEO ดาวน์โหลดได้เร็วยิ่งขึ้น

เว็บไซต์ SEO โฉมใหม่ ปี 2019 ควรมีอะไร

จะเห็นได้ว่าการปรับโฉมเว็บไซต์ SEO ในปี 2019 ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ผลิตผลงานทั้ง Content และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและผู้ชม ปี 2019

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและผู้ชม ปี 2019

การเพิ่มยอดขายและจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือเพจของคุณเป็นยอดปรารถนาที่นักธุรกิจออนไลน์ล้วนต้องการ ซึ่งหนึ่งในเทคนิคที่จะทำให้ได้ในสิ่งนี้ คือการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณในส่วนของ off-page SEO ให้มีความสมบูรณ์ และตอบโจทย์การทำงานขายออนไลน์ ในปี 2019 ให้มากที่สุด ดังนี้

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขาย

off-page SEO คืออะไร

เป็นการสร้างความเชื่อมโยงจากลิงค์เพจหรือเว็บไซต์ภายนอกมาสู่เว็บไซต์ของคุณเพื่อเพิ่มยอดผู้ชม สร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการ โดยมีการให้คุณค่าหรือให้เครดิตต่อกัน ส่งผลดีต่อเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ มีการให้สาระดี ๆ แก่ผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ

off-page SEO ที่ควรพัฒนาในปี 2019

แนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของ off-page SEO ให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขายและผู้ชมเว็บไซต์ของคุณอย่างสวยงาม ในปี 2019 ที่นิยมมีดังนี้

1. การทำ info graphic พร้อม code link

หลายครั้งที่การนำเสนอบทความในรูปแบบตัวอักษรให้ภาพไม่ชัดเจนเท่ากับการทำเป็นภาพ info graphic เช่น หากคุณอยากแนะนำให้ชาวต่างชาติรู้จักสีต่าง ๆ ในภาษาไทย ก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นถ้าทำเป็น chart ภาพ และควรเพิ่มส่วนของลิงค์ที่ใต้ภาพเป็นภาษาอังกฤษตามที่คุณอาจเคยเห็นในบางเว็บไซต์มีคำว่า click to share this โดยต้องเริ่มจากการเข้าไปในเว็บไซต์ siegemedia ที่เป็นเว็บไซต์ในการสร้าง code ที่คุณสามารถใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ของแบรนด์คุณ และจะได้ link เป็นของ info graphic นั้นกลับมาใช้งาน เป็นการทำ off-page SEO ที่เห็นผลดีชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

2. การมีสัดส่วนน้ำหนักของเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณแบบ 7:2:1

คือ 7 ใน 10 เป็นส่วนของเนื้อหาที่คุณสร้างเอง ต้องมีประโยชน์ ให้สาระต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ อีก 2 ใน 10 คือ เนื้อหาที่คุณแชร์มาจากเว็บไซต์หรือเพจคนอื่น หรือแบรนด์อื่นที่เป็นที่นิยม และส่วนสุดท้าย คือ 1 ใน 10 เป็นส่วนที่คุณทำขึ้น เพื่อโปรโมตการขายสินค้าและบริการของบริษัทคุณโดยเฉพาะ

โดยบริษัทในไทยจะนิยมแชร์ลิงค์ หรือเนื้อหาจาก facebook Line และอินสตราแกรม มากกว่าแหล่งอื่น ฉะนั้นคุณต้องดูด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณ คือลูกค้าคนไทย หรือเป็นคนชาติใดบ้าง

การโปรโมตเว็บไซต์ของคุณผ่านการทำลิ้งค์เป็นสิ่งที่ช่วยกระจายผลงานคล้ายกับการบอกต่อ “ปากต่อปาก” ที่เราคุ้นเคยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการนำเสนอบนโลกออนไลน์ที่มีคนชมและคลิกอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ที่ให้สาระโดนใจ

การพัฒนา off-page SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและผู้ชม

ซึ่งใน ปี 2019 ก็ไม่ควรมองข้ามกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลสำคัญอย่าง influencer คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นพลังโปรโมต off-page SEO ให้คุณได้อย่างมากด้วย