จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณกำลังเลือกบริษัททำ SEO มืออาชีพ

จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณกำลังเลือกบริษัททำ SEO มืออาชีพ

ปัจจุบันมีบริษัทรับจ้างทำ SEO ออนไลน์มากมายให้คุณเลือก หากคุณไม่ต้องการเสียเวลาทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณด้วยตัวเอง เพื่อเอาเวลาที่มีค่าไปทำงานที่ถนัดกว่า คือ พัฒนาสินค้าของคุณให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค คุณก็จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเราได้รวบรวมจุดที่ควรสังเกตเพื่อเลือกบริษัททำ SEO ที่ดีที่สุด ดังนี้

1.ทะเบียนการค้า
ควรเลือกจ้างงานบริษัทรับทำ SEO ที่มีทะเบียนการค้าถูกต้อง ออกใบเสร็จค่าใช้จ่ายได้ในรูปแบบบริษัท โดยมีหมายเลขกำกับภาษีชัดเจน แสดงถึงความตั้งใจในการทำงานและรักษาชื่อเสียงของตัวเอง ลดโอกาสเจอผู้รับจ้างที่ทิ้งงานจนต้องฟ้องร้องในภายหลังได้ อย่างไรก็ตามมีบุคคลรับงานแบบฟรีแลนซ์ที่มีฝีมือและทำงาน SEO ด้วยความตั้งใจจริง แต่ต้องพิจารณาให้ดีด้วยเช่นกัน

2.มีผลรีวิวความประทับใจ
การรีวิวความประทับใจจากลูกค้าบริษัทต่าง ๆ นอกจากดูจากเว็บบอร์ดของเว็บไซต์บริการที่เปิดให้ดูเป็นสาธารณะแล้ว คุณสามารถหาอ่านได้จากห้องสนทนาในสื่อโซเชียล เช่น pantip หรือ facebook โดยการทดลองพิมพ์ชื่อบริษัทลงไป คุณอาจจะพบผลการรีวิวทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่ต้องเอามาประเมินกลั่นกรองข้อเท็จจริงอีกครั้งด้วย

3.ประสบการณ์บริการลูกค้า
หากบริษัทนั้นมีลูกค้าเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าและบริการชั้นนำมาอย่างต่อเนื่อง ก็แสดงถึงความสามารถของทีมงานที่ต้องเคยแก้ปัญหากับการทำ SEO มาอย่างหลากหลาย ทั้งด้านเทคนิคการใช้คีย์เวิร์ด การปรับโครงสร้าง การผลิตเนื้อหา SEO การทำ Backlink ฯลฯ และหากลูกค้าเก่าเป็นประเภทธุรกิจคล้ายกับที่คุณทำอยู่ ก็จะยิ่งการันตีได้ว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำ SEO ก็จะยิ่งสูงขึ้นมาก

4.มีขั้นตอนการทำงานที่ดี
หากคุณเลือกบริษัทที่มีลำดับการทำงานชัดเจน เช่น ให้คุณแจ้ง keyword สำหรับการทำ SEO ก่อน เพื่อให้บริษัทนำไปวิเคราะห์ทางสถิติแล้วค่อยทำใบเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจะมีการทำรายงานผลการเปลี่ยนแปลงอันดับให้ดูทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน และยังมีการรักษาอันดับต่อเนื่องแม้จะหมดสัญญาไปแล้ว 3 ถึง 6 เดือน หากเป็นเช่นนี้ คุณก็สามารถมั่นใจได้ว่ากำลังคุยงานกับบริษัทที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

5.การันตีเงินคืน
แม้ว่าระบบ algorithm ของ Google จะมีความซับซ้อนจนไม่สามารถมีใครผูกขาดอันดับ 1 ได้ แต่การทำ SEO สม่ำเสมอจะช่วยให้คุณอยู่ในอันดับ Top 10 หรือ Top 5 และ Top 3 ได้ บริษัทรับทำ SEO ที่มีฝีมือ จะการันตีว่าหากไม่สามารถทำอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จะคืนเงินแก่เจ้าของเว็บไซต์ 100% ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจในประสบการณ์ทำ SEO ของทีม

จะเห็นได้ว่า มีหลายประเด็นที่คุณควรพิจารณาเพื่ือเพิ่มความมั่นใจในการเลือกจ้างบริษัททำ SEO เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการจ้างทำ SEO ทั้งในด้านของยอดขายและขยายฐานลูกค้าให้แบรนด์ติดตลาดอย่างรวดเร็ว

5 เว็บไซต์ SEO Keywords Search รองรับภาษาไทย ฟรี!

5 เว็บไซต์ SEO Keywords Search รองรับภาษาไทย ฟรี!

Keyword เป็นคำที่นักการตลาดออนไลน์คุ้นเคยกันดี เนื่องจากเป็นคำที่มีความสำคัญที่จะช่วยให้การทำเว็บไซต์ประสบความสำเร็จ โดย Keyword หมายถึง คำสำคัญต่าง ๆ ที่มีจำนวนผู้ค้นหาใน Search Engine, Market Place และ Social media ได้แก่ Bing, Google, Yahoo, Amazon, Facebook และ Instagram เป็นต้น

SEO หรือ Search engine optimization เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเห็นเว็บไซต์บน Search Engine, Market Place และ Social media ได้ในอันดับแรก ๆ โดยการทำ SEO ที่ดีจะต้องมีการใช้ Keyword ที่เหมาะสม คือเป็นคำที่มีจำนวนผู้ค้นหาเยอะและมีคู่แข่งน้อย ซึ่งเราสามารถหา Keyword เหล่านั้นได้จากเครื่องมือ Keyword Search ต่าง ๆ

ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ Keyword Search มากมายที่ให้บริการทั้งฟรีและเสียค่าใช้จ่าย แต่สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบ หรือเพิ่งเริ่มหัดทำ SEO ก็มีเว็บไซต์ Keyword Search ที่ให้บริการฟรี ดังนี้

Google Trends เป็น Keyword Search ที่ใช้งานง่ายและยังบอกถึงข้อมูลที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งเราสามารถนำไปปรับใช้ได้ นอกจากนี้การหา Keyword บน Google Trends ยังบอกถึงความนิยมของคีย์เวิร์ดแยกตามภูมิภาคต่าง ๆ และที่สำคัญ คือ รองรับการค้นหาในภาษาไทย แต่มีข้อเสีย คือ ไม่ได้บอกจำนวนของอันดับการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง

Keyword Tool เป็นเว็บไซต์ที่ไม่เพียงช่วยหาคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจ แต่ยังแนะนำคีย์เวิร์ดใกล้เคียงที่น่าสนใจเพื่อนำไปใช้ในการทำ SEO เพิ่มเติมด้วย รวมถึงความพิเศษของ Keyword tool ยังมีฟังก์ชันสำหรับการหาคีย์เวิร์ดเพื่อใน Amazon, Youtube, Instagram, Playstore, Twitter, Bing ฯลฯ แยกต่างหากเพื่อเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการนำ Keyword ไปใช้ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำเว็บไซต์และ Marketplace

Keysearch หนึ่งใน Keyword search ที่มีให้บริการฟรี และหากต้องการใช้ฟังก์ชันด้านอื่น ๆ เพิ่มก็มีค่าใช้จ่ายรายเดือนหลักร้อย รองรับการใช้งานในภาษาไทย ให้ค่าปริมาณคำค้นหาใกล้เคียงกับ Keyword Planner ของ Google นอกจากนี้ยังบอกอันดับของเว็บไซต์คู่แข่งที่ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน รวมถึงใช้ในการเช็ค Backlinks เว็บไซต์คู่แข่งได้

KW finder หนึ่งในผู้ให้บริการ Keyword research ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รองรับหลายภาษาและสามารถบอกความนิยม หรือปริมาณการค้นหาตามจริงในแต่ละพื้นที่ เหมาะสำหรับใช้ทำการตลาดให้กับร้านค้าออนไลน์เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะกำหนดจำนวนที่ใช้งานฟรีเพียง 10 วัน แต่ก็เพียงพอสำหรับการหาคีย์เวิร์ดเอาไว้ใช้ในการทำ SEO ได้

Ubersuggest หนึ่งใน Keyword search ที่ได้รับความนิยมมาก สามารถค้นหาคีย์เวิร์ดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แนะนำคีย์เวิร์ดใกล้เคียงที่น่าสนใจและบอกอันดับเว็บไซต์คู่แข่ง รวมถึงบอก Backlink ของคู่แข่ง แนะนำหัวข้อบทความที่น่าสนใจและสอนวิธีการทำ SEO โดยเครื่องมือนี้ใช้งานง่าย แม้เป็นผู้เริ่มต้น

Keyword search ทั้ง 5 เว็บไซต์มีวิธีการใช้งานในส่วนของการแนะนำปริมาณการค้นหาที่คล้ายกัน ต่างกันตรงที่ฟังก์ชันเสริมที่แต่ละเว็บไซต์ออกแบบมาเพื่อใช้ในงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดทำ SEO จึงควรทดลองใช้ทั้ง 5 เว็บไซต์ เพื่อหาเครื่องมือที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองมากที่สุด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในปี 2020

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ในปี 2020

SEO หรือ search engine optimization เป็นตัวกรองคุณภาพของเว็บไซต์ที่อยู่ในฐานข้อมูลของ Google เมื่อมีการปรับแต่งทั้งด้านโครงสร้างและลิงก์เชื่อมโยง การอัปเดตบทความใหม่ ๆ ฯลฯ ก็จะทำให้ระบบ AI ของ Google มาเก็บข้อมูลไปประมวลผลเพื่อจัดอันดับได้อย่างรวดเร็ว

ในเบื้องต้น ขอให้ผู้ทำเว็บไซต์เข้าไปที่ Google search console เพื่อทำการ login และยืนยันตัวตน ใส่ domain name ที่ต้องการให้ Google ตรวจสอบการทำ SEO และทำการเรียนรู้การใช้งานฟังก์ชั่นนี้ เพื่อให้เห็นสถิติและผลการวิเคราะห์คุณภาพด้านต่าง ๆ เพื่อการต่อยอดที่เป็นประโยชน์ในระยะต่อไปด้วย

การทำ SEO ในปี 2020 ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้

1. การเลือก keyword ที่คนนิยมใช้

Keyword หรือคำสำคัญในการเขียนบทความ ผู้ที่จะทำ SEO ต้องศึกษาสถิติว่าผู้ที่ใช้ Google ในช่วงนั้น ๆ นิยมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการด้วยคำใดบ้าง ซึ่งในระยะหลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์แนะนำว่าจะต้องทำเป็นคำที่ยาวและมีความหมายเจาะจงขึ้น หรือเรียก Niche Long-tailed keywords เช่น คุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับรีสอร์ต ต้องใช้คำสำคัญว่า ที่พักแนวธรรมชาติ รีสอร์ต ราคาถูก สุนัขพักได้ ประจวบคีรีขันธ์ แทนการใช้คำว่า รีสอร์ต สั้น ๆ แบบความหมายกว้างที่เดิมนิยมกัน

2. การทำบทย่อ meta-description

บทย่อเป็นเทคนิคดึงดูดใจผู้อ่านให้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์ ซึ่งต้องมีการฝึกฝนฝีมือการเขียนให้กระชับและได้ใจความใน 100 คำ ทั้งต้องเลือกภาษาเขียนที่สื่อสารได้ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย จึงจะทำให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล เมื่อมีผู้คลิกเข้ามาในเว็บไซต์เพิ่มขึ้น ก็เท่ากับเพิ่ม traffic และค่า CTR หรือ click through rate ที่ทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วย

3. การใส่รายละเอียดรูป

รายละเอียดภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพราะระบบ AI ของ Google เปรียบเหมือนคนตาบอดสี การใส่คำอธิบายรูปว่าเป็นสีอะไร เป็นภาพที่ไหน ใครทำอะไรอยู่ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม จะทำให้ระบบ AI นำไปวิเคราะห์เพิ่มคะแนนอันดับ SEO ได้อย่างมาก

การทำ SEO ตามที่กล่าวมา จะทำให้เว็บไซต์ได้ประโยชน์ ดังนี้

1. แบรนด์ได้รับความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเว็บไซต์อันดับ 1-5 ของหน้าแรก จะมีการคลิกเข้าชมมากและสั่งซื้อของตามไปด้วย

2. ประหยัดค่าใช้จ่ายโฆษณา การสร้างความจดจำให้ผู้บริโภคด้วย SEO จนเว็บไซต์ขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ไม่ต้องเสียเงินจ้างประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาใด ๆ

3. เพิ่มลูกค้าต่างชาติ หากทำเป็นเว็บไซต์ระบบสองภาษา เช่น ไทย-อังกฤษ ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-จีน ก็เท่ากับคุณเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างประเทศได้แบบไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่

จะเห็นได้ว่า SEO เป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น เพียงศึกษากลยุทธ์ในการทำและอาศัยระยะเวลาในการสะสมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าประจำและมีลูกค้าใหม่มากขึ้นแน่นอน

การทำ SEO ในปี 2020 ต้องให้ความสำคัญ

SEO คืออะไร และดีอย่างไรต่อเว็บไซต์คุณ

การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 2019

การขายของออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 2019 เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายที่สุด ซึ่งการทำ SEO นับเป็นเทคนิคประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ออนไลน์ที่กูรูทางการตลาดแนะนำ เพื่อให้เว็บไซต์ทุกประเภทได้รับผลดีอย่างรอบด้าน

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization โดยหลักการประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. On-Page SEO

หมายถึงการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ของเว็บไซต์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น

การออกแบบโลโก้ เลือกธีมสีของเว็บไซต์ และใช้ฟอนต์ที่สื่อถึงแบรนด์ได้อย่างชัดเจนและเป็นที่จดจำได้ง่าย

พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่าย ทั้งในจอโทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด

เลือก Keyword SEO ที่ได้จากการวิจัย ว่าตรงกับการค้นหาของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ในการเขียนหัวข้อ Title การตั้งชื่อลิงก์ของเพจ การตั้งชื่อรูป เป็นต้น

ผลิตบทความที่มีคุณภาพ ให้สาระที่เป็นประโยชน์ที่ทันสมัยแก่ผู้อ่านอยู่เสมอ

2. Off-Page SEO

คือ การสร้างลิงก์เชื่อมโยงหลายเว็บไซต์เข้าด้วยกัน เช่น หากทำเว็บไซต์ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็ควรไปแนะนำเทคนิคดูแลสุขภาพในห้องสนทนาต่าง ๆ ที่คุยกันเฉพาะเรื่องสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การขายสินค้าของเว็บไซต์คุณ เป็นต้น

ข้อดีที่เว็บไซต์จะได้รับจากการทำ SEO ได้แก่

1. ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ประหยัดค่าโฆษณาได้ หากทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปอาศัยการโฆษณาในช่องทางอื่นให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

2. ทำให้มีลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น คุณสามารถรอรับออเดอร์จากต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากทำเว็บไซต์เป็นระบบหลายภาษา และใช้ Keyword ที่เป็นทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ จะยิ่งทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องไปโฆษณาแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing ที่ต้องมีการประมูลพื้นที่โฆษณาและมีการจ่ายค่าบริการตามการคลิกด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและมีภาพลักษณ์ที่ดีในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันจะนิยมแบรนด์ที่ให้ข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ไม่เน้นการขายที่เป็น Hard-Sale มากเกินไป ใส่ใจข้อมูลที่มีความทันสมัย และต้องมีความโปร่งใสของแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และหากมีการทำคลิปวีดีโอที่ช่วยให้เข้าใจบทความได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและเกิดความประทับใจ อยากกลับมาใช้บริการและสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์ในระยะยาวอีกด้วย

คงเห็นแล้วว่า การทำเว็บไซต์ SEO เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการขายสินค้าออนไลน์ยุคใหม่ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการประสบความสำเร็จระดับสูง จำเป็นต้องทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างรอบด้าน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านมีความมั่นใจในการทำ SEO มากยิ่งขึ้น โดยสามารถศึกษาด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ SEO ก็ได้เช่นกัน

SEO คืออะไร และดีอย่างไรต่อเว็บไซต์คุณ

เลือกบริษัททำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

เลือกบริษัททำ SEO ต้องดูอะไรบ้าง

ปัจจุบันการทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางในการ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มอำนาจในการแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่น ซึ่งการทำ SEO หรือ search engine optimization มีอยู่หลายองค์ประกอบที่ ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ทำเองได้ หรืออาจใช้บริการบริษัทรับจ้างทำ SEO ก็ได้

การเลือกผู้รับจ้างทำ SEO ที่ดีมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา ดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือ

หากไม่มีคนรู้จักที่ไว้ใจได้แนะนำบริษัทใด ๆ คุณก็สามารถเปิดหาได้จาก Google search โดยควรเลือกจ้างบริษัทรับทำ SEO ที่เปิดกิจการมายาวนาน มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีเอกสารที่แสดงถึงการเปิดเป็นบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีตัวอย่างผลงานและทีมงานที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือ มีสัญญาในการจ้างงานที่ชัดเจน เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบหากมีปัญหาในภายหลัง

2. ประสบการณ์ในการทำงาน

บริษัทรับทำเว็บไซต์ SEO จะต้องมีทีมงานที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การออกแบบงานด้านกราฟิก การผลิตบทความที่มีคุณภาพ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถขอดูตัวอย่างผลงานการทำ SEO ในเว็บไซต์ของลูกค้ารายเก่าของบริษัทที่คุณสนใจได้ เพื่อนำมาพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลกันระหว่างหลายบริษัท และยังทำให้ช่วยในการประเมินค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นว่าจะมีความคุ้มค่าเมื่อจ้างงานบริษัทใดมากที่สุด

3. สอบถามแนวทางของการทำ SEO ตั้งแต่ต้น

การทำ SEO ที่ดี ไม่ใช่เริ่มจากการทำ keyword หรือเขียนบทความที่มีคุณภาพ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำ SEO มักเริ่มจากการปรับปรุงแก้ไขส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานทั้งในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การตั้งค่าในทางเทคนิคต่าง ๆ โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ที่ทำมานานแล้ว จะต้องมีการแก้จุดบกพร่องเช่น ลิงก์เชื่อมโยงที่ไม่สามารถใช้งานได้เป็นปกติ หรือมีการออกแบบโลโก้และสีสันที่ทันสมัย ที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่แบรนด์ ดังนั้นการจ้างทำบริษัท SEO จึงควรสอบถามแนวทางในการแก้ไขตั้งแต่ต้น ก่อนการทำสัญญา

4. ค่าชดเชยหรือการยกเลิกสัญญา

กรณีที่การทำ SEO ไม่ได้ผลตามที่การันตีผลไว้ เช่น อันดับไม่เพิ่มในระยะเวลา 3 เดือน จำนวนผู้เข้าชมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ยอดขายไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ เป็นต้น คุณสามารถที่จะยกเลิกสัญญาหรือได้รับค่าชดเชยอย่างไรบ้างจากบริษัททำ SEO สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นคำถามที่ต้องระบุไว้ในสัญญาด้วย เพื่อเป็นหลักฐานไม่ให้มีปัญหาโต้แย้งในภายหลัง

จะเห็นได้ว่า การจ้างบริษัททำ SEO มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายด้าน ซึ่งการเลือกบริษัทที่ดีและวางใจได้ จะเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหรือเจ้าของเว็บไซต์ก็ควรเรียนรู้หลักการทำ SEO เพื่อให้เข้าใจแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น

การเลือกผู้รับจ้างทำ SEO ที่ดีมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

ข้อดีที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ในปี 2019

การค้าขายออนไลน์เป็นที่นิยมมากในช่วง 10 ปีมานี้ เนื่องจากความสะดวกในการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายเข้าด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยในปัจจุบันทุกประเภทธุรกิจต่างมีจำนวนคู่แข่งทางธุรกิจมาก การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดที่ได้รับการแนะนำจากบรรดากูรูให้ทำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น

เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและเป็นแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO กันมากขึ้นเสียแต่วันนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อดีในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

1. ประหยัดค่าโฆษณา

เนื่องจาก SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่เน้นการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพสอดคล้องตามที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนดไว้ อันดับในการนำเสนอในหน้าต่างการสืบค้นจะไม่สามารถซื้อได้ เพราะเป็นผลการค้นหาแบบธรรมชาติโดยระบบของ Search Engine จึงทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาได้

2. ขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศ

หนึ่งในหลักการทำ SEO คือ การทำ Backlink เชื่อมโยงเว็บไซต์ธุรกิจคุณกับเว็บไซต์ภายนอก จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าการรอให้ลูกค้ามาค้นหาตาม Keyword เช่น คุณขายสินค้าจำพวกงานฝีมือของไทย ก็สามารถไปเข้ากลุ่มสนทนาที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากรวมตัวกัน เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานศิลปะ หรืองานฝีมือของคนไทย เมื่อมีชาวต่างชาติสนใจสอบถามข้อมูล ก็สามารถให้ Link เว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เพิ่ม Traffic ที่ทำให้อันดับ SEO สูงขึ้น และเพิ่มยอดขายได้พร้อมกันไปด้วย

3. ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ

การทำ SEO ในส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายและสวยงามอยู่เสมอ โดยมีการออกแบบโลโก้ที่สะดุดตา ใช้ฟอนต์ตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ มีธีมสีที่ชัดเจน สื่อสารถึงตัวสินค้าได้ เช่น สินค้าออร์แกนิก ใช้ธีมสีเขียว จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำง่ายขึ้นกว่าเดิม

4. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย

การใส่ใจทำ SEO ให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่มีปัญหาความล่าช้าในการดาวน์โหลดข้อมูล จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน (เรียกว่า Mobile-Friendly) เพราะหากใช้ได้เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะทำให้เสียโอกาสในการขายไปมากกว่า 60% เลยทีเดียว

5. ทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้น

การขายสินค้าออนไลน์ในระยะยาว ต้องมีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยตลอดเวลา หากร่วมกับการบริการที่เป็นมิตรและสินค้าประทับใจผู้ซื้อ ก็จะทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้นในระยะยาว

SEO เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์หลากหลาย ทั้งการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นระบบ ขยายกลุ่มลูกค้า และเพิ่มยอดขายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากใส่ใจการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ออนไลน์เสียแต่วันนี้ ย่อมประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในปี 2019 อย่างแน่นอน

นักธุรกิจออนไลน์ใส่ใจการทำ SEO

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นดีต่อยอดขายอย่างไร

ทุกวันนี้คนทำเว็บไซต์มักจะพูดถึงกลยุทธ์ในการทำ SEO อธิบายกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีเว็บไซต์ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้นเพื่อให้ได้อันดับที่ดี อยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหา ยิ่งคนเห็นเว็บไซต์มากย่อมหมายถึงมีโอกาสปิดการขายเร็วและได้ลูกค้าก่อนคนอื่น ๆ ด้วย เจ้าของธุรกิจหลายคนสนใจเรื่อง SEO เพราะเชื่อว่าเป็นอีกแรงหนุนให้แบรนด์ติดตามรวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น เนื่องจากจำนวนครั้งที่คนคลิกเข้าเว็บไซต์จะส่งผลต่อการจัดอันดับด้วย ดังนั้น มาดูกันว่าข้อมูลอะไรที่ต้องบอกอธิบายให้คนทำเว็บไซต์รู้และออกแบบเว็บไซต์โดนใจทำให้คนเข้ามาดูมากขึ้น

กลยุทธ์ข้อแรก เป็นเรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เจ้าของธุรกิจต้องอธิบายถึงคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ และระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เพศ วัย การศึกษา อาชีพ รายได้ ความสนใจ และอื่น ๆ ช่วยให้ออกแบบเว็บไซต์ได้ถูกใจทำให้ผู้ชมไม่คลิกออกจากเว็บตั้งแต่เห็นหน้าแรก หากเจ้าของธุรกิจเปิดร้านขายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ต้องเล็งกลุ่มเป้าหมายแล้วว่าสนใจสินค้าแบบไหน สินค้าแปลกไม่ซ้ำใครหรือสินค้าราคาถูก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ภายในบ้าน สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสามารถเข้าไปทดลองสินค้า พอคลิกเข้าไปดูเห็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการโดยตรงก็จะทำให้ลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์เรื่อย ๆ

เมื่อลูกค้าเป้าหมายเข้ามาค้นหาสินค้าในเว็บไซต์ รูปภาพจะเห็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด บางคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าตนเองมองหาอะไร หรือสนใจอะไรเฉพาะเจาะจง เห็นรูปแล้วเกิดความสนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ให้แจ้งรายละเอียดไว้และเปิดช่องให้สอบถามแบบโต้ตอบกลับได้

กลยุทธ์ข้อที่สอง คือการเชื่อมโยงเว็บไซต์เข้ากับโซเชียลมีเดีย ทำให้สอบถามรายละเอียดง่ายขึ้น เนื่องจากเว็บไซต์มักจะเป็นแหล่งให้ข้อมูลด้านเดียว หากมีลิงก์เข้าเฟซบุ๊ก ใช้บทความอธิบายรายละเอียดคร่าว ๆ มีช่องทางสอบถามโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ แล้วลิงก์กลับมายังเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูลอย่างละเอียดหรือค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกันในภายหลัง ลูกค้าพอใจกับสินค้าและบริการแล้วยังจะช่วยแชร์และแบ่งปันข้อมูลบอกต่อทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่มากขึ้นและ เพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ข้อที่สาม การออกแบบเว็บไซต์ควรมีพื้นที่ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ และรีวิวสินค้าเพื่อบอกต่อให้ลูกค้ารายอื่น ๆ เห็นว่าผู้ใช้จริงใช้แล้วเป็นอย่างไร โดยปกติจะมีการบอกต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากกว่า แต่การรีวิวสินค้าบนหน้าเว็บไซต์เป็นการการันตีคุณภาพ รวมถึงเป็นโอกาสให้ชูจุดเด่นของสินค้าที่จะสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์อย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาค้นหาข้อมูล ยิ่งมีจำนวนผู้ชมมากเท่าไร ยิ่งส่งผลดีต่อ การทำ SEO มากขึ้นเท่านั้น

แม้ว่าเป้าหมายของธุรกิจคือการขายของ แต่ช่องทางการโฆษณาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับเป็นโอกาสที่จะสร้างความเชื่อน่าเชื่อ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและบอกต่อ ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น นั่นหมายความว่าจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากขึ้นตามไปด้วย

กลยุทธ์การทำ SEO ให้คนเห็นเว็บไซต์มากขึ้น

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

SEO ให้ถูกคีย์เวิร์ด สร้างยอดขายได้แน่นอน

ข้อผิดพลาดของการทำ SEO ข้อแรก ๆ ก็คือ การทำ SEO ให้กับคีย์เวิร์ดผิดตัว หลายคนมักจะใช้ชื่อยี่ห้อร้านของตนเอง ซึ่งลืมคิดไปว่าไม่ได้เป็นคำที่คนทั่วไปใช้ ซึ่งการเริ่มต้นผิดก็จะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และมีผลกระทบต่อทั้งเว็บไซต์เนื่องจากต้องมาตามแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วให้ถูกต้อง ต่อไปนี้จึงเป็นข้อแนะนำอย่างง่าย ที่จะทำให้การทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม?

เคล็ดลับข้อนี้ถือว่าเป็นสุดยอดเทคนิคอย่างแท้จริง หลายธุรกิจเริ่มต้นทำ SEO ไปกับคีย์เวิร์ดหลาย ๆ ตัวไปพร้อมกัน เสียทั้งค่าบริการและระยะเวลา ก่อนจะไปพบว่าแม้เว็บไซต์จะได้อันดับที่ดีในคีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว แต่ยอดขายกลับไม่กระเตื้องขึ้นเพราะอะไร แน่นอนก็ต้องไปดูค่าวัดผลทางสถิติก่อนว่ามีผู้ใช้เข้ามาในเว็บไซต์ด้วยคีย์เวิร์ดดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าไหร่ และสามารถกลายไปเป็นลูกค้าได้จริงหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่ คุณก็จะรู้ได้ว่าคีย์เวิร์ดนั้นสามารถสร้างยอดขายให้คุณได้หรือไม่

ทางลัดการค้นหาคีย์เวิร์ดที่สร้างยอดขายให้คุณได้จริง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ดีและเร็วไปกว่าการใช้ SEM หรือ Search Engine Marketing โดยการซื้อโฆษณาแบบ PPC (Pay per click) เช่น Google Ads ซึ่งคุณจะสามารถทดลองได้รวดเร็วกว่า สามารถรู้ผลได้ในระยะเวลาไม่นาน ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดบ้างที่น่าสนใจ มีคนค้นหาและคลิกเข้ามาเท่าไหร่ก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่คุณต้องการ เช่น สมัครสมาชิก หรือกรอกแบบสำรวจ เป็นต้น เมื่อรู้ว่าคีย์เวิร์ดตัวใดที่สามารถทำเงินได้จริง สร้างลูกค้าให้กับคุณได้ คีย์เวิร์ดนั้นเองที่ควรจะนำไปทำ SEO ในระยะยาวต่อไป

อย่าหลอกผู้บริโภค

หลายธุรกิจ พยายามเน้นเรื่อง SEO มากเกินไป จนลืมไปว่าหน้าเพจต่าง ๆ นั้นตอบปัญหาหรือความต้องการของผู้บริโภคได้จริงหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าผู้บริโภคต้องการหาคำว่า ส่วนลด แต่พอเข้ามาในหน้าเว็บเพจแล้วกลับไม่เจอข้อมูลเกี่ยวกับส่วนลดเลย หรือหาเสื้อแขนยาว สีเหลือง แต่เข้ามาในหน้าเว็บเพจกลับเป็นเสื้อแขนสั้นสีแดง การทำ SEO จึงต้องคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลางด้วย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจ หาอะไรก็เจอ เกิดความเชื่อมั่นและกลับมาใช้เว็บไซต์อีกในอนาคต รวมถึงการบอกต่อให้กับเพื่อน ๆ ของเขาด้วย สร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว

กระบวนการ SEO ให้กับธุรกิจ จึงต้องอาศัยการใส่ใจในรายละเอียดรวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งแบบเทคนิควิธีออนไลน์และการทำแบบสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่กำลังจะตัดสินใจจ่ายเงินนั้น เขามักจะใช้คีย์เวิร์ดใดก่อนจะซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะทำให้คุณสร้างยอดขายจากคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องต่อไป

คีย์เวิร์ดที่คุณต้องการทำ SEO นั้น สร้างยอดขายได้จริงไหม

เว็บไซต์น้องใหม่ควรอ่านการทำ SEO ไม่ต้องใช้เงินอย่างที่คิด

เว็บไซต์น้องใหม่ควรอ่านการทำ SEO ไม่ต้องใช้เงินอย่างที่คิด

ช่องทางการตลาดออนไลน์กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะใช้ระบบอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีการสื่อสารที่คนรุ่นใหม่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต iPAD ที่เชื่อมโยงคนทั่วโลกเข้าด้วยกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับเว็บไซต์น้องใหม่ เพียงมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ก็สามารถที่จะนำมาวางขายออนไลน์ โดยใช้การประชาสัมพันธ์แบบ SEO ที่ไม่ต้องใช้เงิน ก็สามารถทำให้มีลูกค้าและเริ่มสร้างยอดขายได้แล้ว นักธุรกิจที่เพิ่งสร้างเว็บไซต์ไม่นาน จึงควรอ่านบทความนี้จนจบ เพื่อให้ทราบเทคนิคการทำ SEO ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพจริง ดังนี้

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่เน้นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอในหลากหลายด้าน รวมถึงการสร้างลิงก์เพื่อสร้างช่องทางประชาสัมพันธ์ไปสู่เว็บไซต์ภายนอก จะทำให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เงินทุนสูง ดังนี้

1. การเลือกสีและฟอนต์ตัวอักษรของเว็บไซต์ที่เป็นเอกลักษณ์และเข้ากับสินค้า ตัวอย่างเช่น การขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ ควรจะใช้สีโทนอ่อน เช่น ฟ้าและชมพูอ่อน ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นกันเองกับกับเด็ก ทั้งนี้ต้องเลือกฟอนต์ตัวอักษรที่อ่านง่าย ๆ ตัวกลมมน จะได้รับความนิยมจากผู้ปกครองที่มาหาซื้อเสื้อผ้าให้บุตรหลาน มากกว่าการใช้สีฉูดฉาดและฟ้อนที่มีความเหลี่ยมตัวหนาใหญ่

2. การนำข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น อัพเดทข่าวสารที่ทันสมัยและเกี่ยวข้องกับตัวสินค้าของคุณอยู่เสมอ เช่น หากคุณทำสินค้ากลุ่ม Organic ก็ควรนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้าออร์แกนิก ผลต่อสุขภาพผู้ใช้ และความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ฯลฯ มาให้กลุ่มเป้าหมายได้อ่านเป็นระยะ จะทำให้กระตุ้นทำให้เกิดแรงจูงใจในการเลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้นอยากมีลูกค้าขาประจำมาซื้อของในเว็บไซต์ ควรรู้วิธีการทำ SEO

3. การพัฒนาตัวเว็บไซต์ให้เปิดใช้งานเข้าได้กับอุปกรณ์สื่อสารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้จะต้องปรึกษาโปรแกรมเมอร์เพื่อให้การทำเว็บไซต์ของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การที่ต้องใช้ได้กับอุปกรณ์ดังกล่าว ก็เพื่อสอดคล้องตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในปัจจุบันนั่นเอง

4. การหมั่นตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของคุณในห้องแชทต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นในกลุ่มสังคม Pantip จะมีห้องที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลี้ยง หากคุณจำหน่ายแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง ก็ควรแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง พร้อมแนบ Link ของผลิตภัณฑ์ เพื่อผู้ที่สนใจจะได้คลิกเข้ามาสอบถามและนำไปสู่การซื้อขายสินค้าได้ในที่สุด

จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นเว็บไซต์น้องใหม่ก็สามารถที่จะสร้างยอดขายได้สูง ผ่านเทคนิคการตลาด SEO ขอเพียงศึกษาข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น และนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

Off-Page SEO ช่วยโปรโมทเว็บได้จริงหรือ

หากจะกล่าวถึงการทำ SEO คงไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธถึงวิธีการทำ On-Page และ Off-Page ไว้เป็นลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งทั้ง 2 วิธีคือการปรับแต่งแก้ไขข้อมูลภายในเว็บและนอกเว็บที่จะทำให้ Search Engine สามารถค้นหาเว็บไซต์ของคุณให้ติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้ ในส่วนของ On-Page สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้เองด้วยวิธีง่ายๆ เพราะสามารถทำได้ในเว็บของตนเอง หากแต่ Off-Page นั้นจะเป็นในส่วนของผู้คนหรือคนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นบทความของคุณหรือเว็บไซต์ของคุณแล้วนำไปบอกต่อโดยการทำลิงก์เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้เครดิตข้อมูลของคุณเอง

Off-Page SEO หรือ Backlink จากเว็บที่มีคุณภาพจะเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาจาก Google เพราะบ่งบอกถึงคนทำเว็บนั้นๆ เล็งเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งชื่อเสียงของเว็บคุณน่าจะมีชื่อเสียงไม่ใช่น้อย จึงทำให้เว็บไซต์ดังๆ Ref. หรือ ทำ Backlink กลับมายังเว็บของคุณได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้อันดับในการค้นหาจากทาง Google จะมีเว็บไซต์ของคุณติดอันดับจากการ Search

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

1. คุณภาพของเว็บไซต์ สิ่งแรกในการทำเว็บไซต์คือ คุณภาพของสิ่งที่คุณจะนำเสนอนั่นเอง โดยหลักๆแล้วก็คือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ต้องการจะนำเสนอให้คนทั่วไปได้เข้ามาหาความรู้ เยี่ยมชม โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นที่จะต้องตอบสนองทุกคน เพียงแต่สามารถที่จะช่วยเหลือคนบางกลุ่ม บางจำพวกให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่เขาต้องการค้นหาแค่นั้นเอง

2. อินโฟกราฟิก สุดยอดแห่งการทำ Backlink ทำไมถึงให้อินโฟกราฟิกเป็นสุดยอดของการทำ Backlink เพราะข้อมูลที่เป็นอินโฟกราฟิกจะดูเข้าใจได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีรูปและคำอธิบายสั้นๆ แต่ได้ใจความมากกว่าบทความที่ต้องใช้เวลาในการอ่านที่นาน แล้วเทียบกับวีดีโอล่ะไม่ดีกว่าหรือ แน่นอนวีดีโออาจทำได้ดีกว่าเพราะมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ แต่การทำ Off-Page SEO ให้อยู่บนวีดีโอบอกได้เลยยากมาก ที่สำคัญที่สุดคือช้าและราคาแพงกว่าอินโฟกราฟิกแน่นอน

3. ใช้ Facebook ให้เป็นประโยชน์ แน่นอนที่สุดคงไม่มีใครไม่เคยใช้งาน Facebook ซึ่งหากคุณได้ลองสังเกตดีๆ แล้วการอัปเดตครั้งหลังสุดของ Facebook นี้จะเน้นไปที่กลุ่มซึ่งจะเห็นได้ว่าการแจ้งเตือนการโพสต่างๆ จากกลุ่มที่คุณเข้าร่วมจะมีมากกว่าการแจ้งเตือนจากเพจส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ เพราะทาง Facebook ให้ความสำคัญต่อ Community มากกว่าเพจส่วนตัวอีกนะ ถ้าคุณทำคอนเทนต์ดีๆ แล้วไปปล่อยให้ตรงตามกลุ่มรับรองได้เลยเพจคุณดังแน่นอน

4. เป็นมือปืนรับจ้าง เขียนบทความโชว์เองเลย หากจะรอให้ผู้คนหรือเว็บอื่นๆ กล่าวถึงเว็บไซต์ของคุณก็ดูจะใช้เวลานานเกิน ก็อาสาเป็นมือปืนรับจ้างไปเลย ซึ่งคุณสามารถที่จะค้นหาข้อมูลตามที่เว็บไซต์ของคุณจะนำเสนอ เมื่อค้นเจอแล้วก็เข้าไปช่วยในการตอบปัญหาพร้อมวิธีการแก้ไข จากนั้นก็พ่วงด้วย Backlink ของเว็บไซต์ของคุณ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้คนที่เข้าไปอ่านได้กดติดตามกลับมาอ่านความรู้ต่อที่เว็บคุณได้แล้ว หากมองว่าทางแอดมินที่ดูไม่สามารถให้ฝากลิงก์ได้ก็ติดต่อไปยังเจ้าของเว็บที่รับสมัครนักเขียน พร้อมส่งผลงานให้เขาดูว่ามั่นใจในฝีมือของคุณหรือไม่ หากเขาสนใจ คุณก็สามารถที่จะหาแหล่งอ้างอิงให้เว็บของคุณให้ได้รับความน่าเชื่อถือได้แล้ว

เคล็ดลับการทำ Off-Page แบบมีคุณภาพ

ซึ่งจากข้อความข้างต้นที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนในการจัดทำ Off-Page SEO ให้มีคุณภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีอีกหลายร้อยวิธีที่สามารถช่วยคุณทำได้ แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปทางด้านมืดหรือทางลัดที่ผิดกติกา (Black HAT SEO) แม้จะทำให้คุณเห็นผลเร็ว แต่เมื่อโดนระบบของทาง Google ตรวจจับได้ ก็ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะตามมาแน่นอน